บทที่11
หนีตามราชา
คอนโดราชา
พระอาทิตย์ส่องแสงสว่างจ้าไปทั่วทั้งท้องฟ้า แสงสีเหลืองอมส้มสาดความร้อนส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของคอนโดหรูใจกลางเมือง โต๊ะรับประทานอาหารที่จัดไว้เรียบง่ายสะท้อนโคมไฟระย้าตกแต่งอยู่เหนือศีรษะ ด้านนอกของหน้าต่างกระจกเผยให้เห็นวิวตึกสูงตระหง่าน ถนนเบื้องล่างเต็มไปด้วยรถยนต์ที่เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางของตัวเอง
ถัดมาบนโต๊ะอาหารมีถุงกระดาษที่สั่งมาวางเอาไว้อยู่ ชายหนุ่มร่างสูงเดินไปหยิบจานมา ก่อนที่ไข่ข้นแซลมอนจะถูกตักใส่จานสีขาว กลิ่นหอมของกาแฟลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แถมยังมีข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ เทใส่ชามสำหรับสองคน
“เลือกอาหารเช้าสมเป็นคุณราชาจริง ๆ นะคะ” มินพูดพลางเคลื่อนไหวร่างกายมานั่งลงบนเก้าอี้
“ก็เธอบอกกินอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ ไม่ชอบอาหารที่ฉันสั่งมาเหรอ?” น้ำเสียงนุ่มลึกเอ่ยวาจาถามพร้อมกับเลื่อนชามข้าวต้มเข้าไปใกล้กับเธอมากขึ้น
“เปล่าค่ะ แต่ปกติฉันไม่ค่อยกินข้าวต้ม ถ้าไม่มีความจำเป็นหรือว่าไม่สบาย”
“ทำไม ข้าวต้มเป็นอาหารสำหรับคนป่วยแค่นั้นเหรอ คนปกติก็กินได้นะ”
“รู้แล้วค่ะ แต่ปกติตอนไปเรียนฉันกินหมูปิ้งไม่ก็ข้าวเหนียวหมูฝอยอะไรอย่างนี้มากกว่า”
“ของพวกนั้นมีแต่ไขมัน หัดกินอะไรที่มันมีประโยชน์บ้าง”
“ก็เวลาเร่งรีบของแบบนี้ตอบโจทย์ที่สุดแล้วค่ะ”
ราชาไม่พูดอะไรต่อ เขาทิ้งกายนั่งลงฝั่งตรงข้ามของเธอ กลิ่นข้าวต้มหอม ๆ คลอเคลียปลายจมูกคมเป็นสัน แม้จะเป็นอาหารที่เธอไม่ค่อยถูกปากแต่พอได้ทานร่วมกันแบบนี้ทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
“แล้วปกติเธอไปเรียนยังไง”
“ก็นั่งรถไปค่ะ แต่เทอมนี้ไม่ได้ลงเรียนเยอะเลยมีเวลาว่าง”
“เธอสนใจคนขับรถไปส่งที่มหาลัยไหมล่ะ” ราชาเปล่งวาจาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ สายตาคมคู่นั้นจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความคาดหวัง
“ก็อยู่ที่ว่าใครไปส่งค่ะ ถ้าเป็นคุณราชาฉันคงจะสบายใจ”
รอยยิ้มหวานปรากฏบนดวงหน้าหวานละมุน ถัดมามือบางตักข้าวต้มกุ้งใส่ปาก
“เธอสบายใจที่ฉันเป็นคนไปส่งที่มหาลัยงั้นเหรอ?” เขาเลิกคิ้วถามมินตราอีกครั้ง แม้ว่าประโยคเมื่อครู่ราชาจะได้ยินชัดทุกคำพูด แต่เขาอยากจะมั่นใจเลยเอื้อนเอ่ยวาจาถามขึ้น
“ใช่ค่ะ ฉันสบายใจที่ได้อยู่กับคุณ งั้นวันจันทร์ฉันมีเรียนบ่ายคุณราชาอยากไปส่งฉันที่มหาลัยไหมคะ” มินส่งยิ้มหวานให้เขาขนาดนี้ ถ้าราชาไม่ยอมใจอ่อนก็ไม่รู้จะห้ามใจยังไงไหว
“ว่าง มานอนที่นี่สิ จะได้แต่งตัวไปเรียนเลย”
“แบบนี้ฉันก็เหมือนหนีตามคุณราชามา คนอื่นจะว่าไม่ดีเอานะคะ”
“คนอื่นจะพูดยังไง แต่อีกไม่นานเธอก็จะเป็นเมียฉันอยู่แล้ว จะกลัวอะไร” ราชาถาม
“ออกตัวแรงเกินไปหรือเปล่าคะ”
“ฉันก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร ถ้าเธอพร้อมเมื่อไหร่ฉันก็จะได้แก้แค้นริวให้เธอไง” ในตอนแรกเขาไม่มีความคิดอยากจะทำแบบนั้นกับพี่ชายตัวเองเลยสักนิด ทว่าตอนนี้เขากลับยอมไม่ได้ที่ริวยิ้มหน้าบานเพราะหลงตัวเอง คิดว่ามินยังคงชอบพอเขาอยู่ การกระทำของริวมันไม่น่าให้อภัยเลยด้วยซ้ำ เห็นผู้หญิงเป็นแค่สิ่งของหรือยังไงกัน
“โอเคค่ะ ถ้าฉันบอกว่าพร้อมแล้ว คุณราชาจะว่ายังไงคะ” คนตัวเล็กโน้มลำตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย ส่งผลให้หน้าอกด้านซ้ายที่ปิดผนึกมานานหลายปีสั่นไหว ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองผู้หญิงตัวเล็กอย่างไม่ละสายตา
“กินข้าวเสร็จแล้วรีบไปที่ห้องนอน”
“คุณราชาใจเย็นก่อนสิคะ เอาไว้รอให้พระอาทิตย์ตกดินก่อนก็ได้” เธอว่า
“ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกแล้วนะมิน ถือว่าเธอยอมรับข้อตกลงของเราสองคนแล้ว”
“ถ้างั้นคุณราชาก็อย่าลืมสัญญาของเราด้วยนะคะ ฉันจะไม่มีวันเสียตัวฟรีเด็ดขาด” มินเอื้อนเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ฉันไม่ลืมหรอก เธอเชื่อใจฉันได้เลย” เขาตอบ แววตาคู่คมสะท้อนถึงความจริงใจที่มีต่อเธอ
“งั้นวันนี้ฉันจะเข้าไปที่ร้านของคุณนะคะ ไปทำตามที่สัญญาเอาไว้” มินว่าพลางฉีกยิ้มกว้าง มือเล็ก ๆ ตักข้าวต้มใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย
ตัดภาพมาที่ไนต์คลับ
ยามค่ำคืนม่านรัตติกาลคืบคลานเข้ามาปกคลุมทั่วท้องฟ้า เสียงเพลงดังออกมาจากลำโพงตัวใหญ่ จังหวะหนักแน่นแทรกเข้าไปยังโสตประสาท แสงไฟสีแดงและน้ำเงินส่องสะท้อนพื้นขัดมันวาวสลับกันไปมา ผู้คนต่างเข้ามาโยกย้ายร่างกายท่วงท่าตามเสียงดนตรี บ้างก็ยกแก้วคริสตัลที่เต็มไปด้วยน้ำเมาขึ้นดื่มดับกระหาย
โซนลึกเข้าไปด้านในถูกเปิดเป็นกาสิโนลับที่รวมเอาระดับนักธุรกิจ นักการเมืองและเศรษฐีกระเป๋าหนักเข้ามาทิ้งเงินก้อนโตเพื่อหาความสุขใส่ร่างกาย เสียงลูกเต๋ากระทบโต๊ะและเสียงหัวเราะอย่างชอบใจดังขึ้น เมื่ออีกฝ่ายชนะจนได้รับเงินจำนวนมาก บริเวณชั้นสองของร้านราชายืนพิงผนัง นัยน์ตาสีเทาเข้มจับจ้องยังด้านล่าง เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำแขนพับขึ้นถึงข้อศอกจับคู่กับกางเกงขายาว ให้ลุคเรียบร้อยแต่ดูมีเสน่ห์เอามาก ๆ ปลายบุหรี่วางทาบบนกลีบปากหยัก สูดควันสีขาวเข้าเต็มปอด
บรรยากาศรายล้อมไปด้วยความเงียบงัน ก่อนที่ร่างของลูกน้องคนสนิทอย่าง ภีม จะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ภีมก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับกุมมือด้านหน้า
“เรื่องที่นายให้ผมไปสืบ หลังจากที่ทางนั้นกลับมาจากต่างประเทศ ก็เริ่มเข้าทำงานที่บริษัทของตระกูลเฉินเลยครับ”
ควันบุหรี่ถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากหยัก ลอยคลุ้งขึ้นไปในอากาศ ราชาส่งสายตามองลูกน้องคนสนิทด้วยแววตาเรียบนิ่ง
“รอดูต่อไปว่ามันคิดจะทำอะไร ลูกแหง่ที่ต้องมีแม่หนุนหลังตลอดจะรู้จักกูแค่ไหนกันเชียว” ราชาเอ่ย แววตาดุดันที่แผ่รังสีแห่งความเย็นชา ทำเอาภีมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา
“อีกไม่นานพวกมันต้องหาทางเล่นงานเราแน่ครับ นายต้องระวังตัวเอาไว้นะครับ” ร่างสูงของราชาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาไม่เคยคิดประหม่าใครทั้งนั้น เพราะอีกฝ่ายขึ้นชื่อว่าศัตรู ดังนั้นเขาจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด