บทที่ 9มินอยากช่วย 1

984 Words
บทที่ 9 มินอยากช่วย แสงไฟสลัวจากนอกตึกสาดเข้ามาทาบทาลงบนพื้นลายหินอ่อนภายในห้องรับแขก ร่างเล็กของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำนอนอยู่บนโซฟาพร้อมกับห่มผ้าระดับเอว ฝ่ามือบอบบางยกขึ้นมาถอดแว่นตาวางลงบนโต๊ะ แผ่นหลังเนียนเอนกับพนักพิงผ่อนคลายกับบรรยากาศอันเงียบสนิท แพขนตางอนยาวค่อย ๆ ปิดลงแต่ทว่าภายในใจของเธอรู้สึกว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูก คนตัวเล็กระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แม้จะพยายามข่มตาหลับ แต่เพราะสถานที่แปลกใหม่จึงทำให้เธอเปิดเปลือกตาขึ้นมามองรอบด้าน ผนังกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นบรรยากาศของเมืองหลวงยามค่ำคืน ดวงไฟประปรายจากตึกสูงไกลออกไปยังคงส่องสว่าง ราวกับว่าเมืองแห่งนี้ไม่เคยหลับใหล มินตราพยายามข่มตานอน แต่ไม่ว่าเธอจะพลิกกายไปมาอยู่บนโซฟานุ่มนิ่มก็ไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้น ตัวเล็กจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนจากท่านอนลุกขึ้นนั่ง เสียงแหบพร่าดังขึ้นมาจากด้านในห้อง มินถึงกับขมวดคิ้วแน่น หันไปมองยังต้นเสียงทันทีทันใด มินตราหยัดกายขึ้นเต็มความสูง ฝ่าเท้าเปล่าเหยียบลงบนพื้นเย็นเฉียบ ก้าวช้า ๆ ไปหยุดตรงหน้าประตูไม้บานนั้น เสียงทุ้มต่ำของราชาดังแว่วมาจากข้างใน เสียงหอบหายใจหนักหน่วงสลับกับน้ำเสียงนุ่มลึกเต็มไปด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน เมื่อเธอได้ยินอย่างนั้นลมหายใจของมินขาดห้วง เธอยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้าประตูห้อง ใบหน้าหวานละมุนร้อนผ่าวขึ้นทันที หรือว่าเธอควรจะถอยหนีตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าเกิดราชาเปิดประตูออกมาเจอเธอล่ะ? ประโยคคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว แต่ท่อนขากลับไม่ขยับไปไหน มือของเธอกำแน่น เสียงหัวใจเต้นรัวแรงราวกับว่าจะหลุดออกมาจากทรวงอก “อ๊า ซี้ด!” น้ำเสียงแหบต่ำดังออกมาจากด้านใน ส่งผลให้คนตัวเล็กกลืนน้ำลายลงคอฝืดเคือง เม็ดเหงื่อสีใสผุดขึ้นตามกรอบหน้า แม้ว่าในห้องนี้จะเปิดเครื่องปรับอากาศในระดับเย็นเฉียบ ทว่าเธอกลับรู้สึกร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก เธอจ้องประตูไม้บานนั้นเหมือนกับสิ่งต้องห้ามที่มินไม่ควรเข้าไปยุ่งแต่แรก “มิน เธอแม่ง! อ๊า” น้ำเสียงแหบพร่านั้นเต็มไปด้วยแรงปรารถนา มินได้ยินเขาเรียกชื่อของเธอเต็มสองหู มันทั้งยั่วยวนและเร่าร้อนจนในตอนนี้เองมินตราหน้าร้อนวูบ นี่เขากำลังจินตนาการถึงเธออยู่หรือเปล่า คนตัวเล็กอยากขยับถอยหลัง แต่ภายในสมองมีแต่ความอยากรู้อยากเห็น เธอพยายามสะบัดความคิดไม่ดีออกทว่าใจกลับเรียกร้องให้เธอค่อย ๆ เปิดประตูบานนั้นออก เธอไม่ควรเปิดประตูเข้ามาเองแบบนี้ ไม่ควรจะจินตนาการภาพของราชา...แต่ตอนนี้มินไม่มีสติหลงเหลืออยู่! ท่อนขาก้าวเข้ามาภายในห้องนอนของราชาช้า ๆ ภาพของชายหนุ่มนั่งอยู่บนเตียงนอนสีดำ เบื้องล่างของเขาเปลือยเปล่าภายใต้แสงไฟสลัวในห้องนอน ฝ่ามือหนากอบกำรอบตัวตนความเป็นชายของตัวเอง ขยับขึ้นลงด้วยจังหวะเชื่องช้า ดวงตาคมคู่นั้นพร่าเลือน กลีบปากหนาเผยอออกจากกันพร้อมกับเสียงครางต่ำ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลปะทะเข้ากับภาพเหล่านั้น จังหวะการเต้นของหัวใจโครมครามราวกับจะหลุดออกมา “อ๊า~” “เอ่อ...คือว่า” น้ำเสียงใสพูดขึ้น ลมหายใจของมินตราเริ่มติดขัดรู้ตัวดีว่ากำลังยืนอยู่ตรงหน้าผู้ชายอย่างเขา “อ๊า ซี้ด นี่กูฝันอีกแล้วเหรอวะ” วินาทีต่อมาราชาค่อย ๆ จับจ้องภาพของผู้หญิงตัวเล็กเบื้องหน้า ขณะเดียวกันมือหนายังคงขยับขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ เอาแต่คิดว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในภวังค์ความฝัน ทุกอย่างมันสมจริงเหมือนครั้งที่ผ่านมา “ให้ฉันช่วยคุณนะคะ” มินตราเปล่งวาจาขึ้นพร้อมกับก้าวมานั่งลงด้านหน้าเขา ฝ่ามือบอบบางวางทาบลงบนหน้าขา สัมผัสอันนุ่มนวลของเธอทำให้เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป...มือแกร่งเอื้อมไปจับเรียวแขนของเธอ ก่อนจะพบความจริงว่ามินตราได้นั่งอยู่ตรงหน้าแล้ว “มิน” “ฉันช่วยคุณได้นะคะ” รอยยิ้มยั่วยวนปรากฏบนใบหน้าหวานละมุน ดวงตากลมโตเปล่งประกายในยามที่จ้องร่างกำยำของราชา รู้ตัวอีกทีเขาก็เปลือยเปล่าต่อหน้าเธอเสียแล้ว “งั้นก็เอาสิ ฉันต้องช่วยตัวเองแล้วนึกถึงเธอบ่อยขนาดไหน รู้ตัวบ้างไหม” เขาว่า “แต่ว่าฉันยังไม่เคยนะคะ” เธอตอบพลางเอื้อมมือมากอบกุมความเป็นชายของเขา จากนั้นขยับขึ้นลงช้า ๆ “โอเค ฉันจะสอนเธอเอง” ราชายังคงนั่งอยู่บนเตียง มือหนาเลื่อนมาจับฝ่าหลังมือของเธอพร้อมกับขยับจังหวะรัวเร็วขึ้น ลมหายใจของคนตัวสูงหนักหน่วง ไม่ได้มีท่าทีตกใจที่เห็นว่ามินอยู่ตรงหน้า ไม่ได้ปิดบังสิ่งที่ตัวเองทำก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ “แลบลิ้นออกมาสิคนดี แล้วแตะลงตรงนี้” สายตาคมคายจับจ้องเธอ ราวกับเสือที่เฝ้ารอดูว่าเหยื่อของเขาจะทำอะไรต่อไป ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อจากอารมณ์ที่ยังคงลุกโชนอยู่ “แบบนี้เหรอคะ” น้ำเสียงใสเอื้อนเอ่ยวาจาถามขึ้น ปลายลิ้นแตะลงบนส่วนหัวอย่างเก้ ๆ กัง ๆ หญิงสาวตัวเล็กไร้ซึ่งประสบการณ์ทว่าในหัวมีแต่อยากรู้อยากลอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD