บทที่ 10
ยังชอบริวเหรอ
แสงอาทิตย์สีเหลืองอุ่นส่องลอดผ่านผ้าม่านสีเข้มลงมากระทบพื้นลายหินอ่อน ฝ่าเท้าเปล่าเหยียบลงบนพื้นอันเย็นเฉียบ ผิวเนียนละเอียดตัดกับเรือนผมยุ่งเล็กน้อย หญิงสาวก้าวเท้าออกจากห้องนอน มือเล็ก ๆ ยกขึ้นขยี้ตาเบา ๆ ศีรษะยังคงรู้สึกหนักอึ้งจากความเหนื่อยล้า มินตราสวมชุดเดรสสีดำตัวเก่า ใบหน้าหวานละมุนเพิ่งตื่นนอน
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบกับแผ่นหลังกว้างของร่างสูงกำลังวุ่นอยู่ในครัว เขายืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์หินอ่อนสีดำเรียบหรู ราชาตื่นแต่เช้ามาทำอาหารเหรอ? ไม่เพียงแต่คิดเท่านั้นร่างบางสาวเท้าเข้ามาไปแนบชิดกับแผ่นหลังกว้าง ฝ่ามือบอบบางเกาะท่อนแขนไว้ ก่อนจะพึมพำด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“คุณราชาตื่นเช้ามาทำอาหารเหรอคะ...” ร่างเล็กชะงักกึก คล้ายกับตกใจเล็กน้อย เมื่อใบหน้าของผู้ชายคนนั้นค่อย ๆ หันมาหาเธอ
วินาทีนั้นหัวใจของมินกระตุกวูบ ดวงตาปะทะเข้ากับคนตรงหน้า เขาไม่ใช่ราชาแต่เป็น...ริว ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนคุยเก่าของเธอ และยังเป็นคนเดียวที่หักอกเธอไปคบกับเพื่อนอย่างไร้เยื่อใยอีกต่างหาก
“มินทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?” ริวเลิกคิ้วถาม สายตาของเขาสะท้อนความสงสัย ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าเธอกล้าเข้าหาเขาแนบชิดขนาดนี้
ดวงตากลมโตเบิกโพลงกว้าง เธอรีบผละฝ่ามือออกจากร่างกายของเขา นี่มันเรื่องบ้าอะไรทำไมริวถึงได้มาอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่แปลกเพราะเขาคือพี่ชายของราชา มินตราเม้มริมฝีปากเข้าหากัน พยายามหาคำพูดเพื่อแก้ตัว แต่ไม่ทันจะพูดอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ราชาเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาสวมเสื้อยืดสีดำจับคู่กับกางเกงขายาว เส้นผมสีเทาเข้มเปียกชุ่ม เม็ดน้ำสีใสเกาะตามสันกรามคมและลำคอ มินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างเล็กของเธอก้าวเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังราชา
“มึงมาหากูที่คอนโดมีเรื่องอะไรวะ” เขาถามพี่ชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาคู่คมสาดความเย็นชามองพี่ชายตัวเองตลอดเวลา
“มันเป็นเรื่องสำคัญ กูเลยมาหามึงที่ห้อง แต่ไม่คิดว่าสาวของมึงจะเข้ามาเกาะแขนกู” น้ำเสียงของริวเต็มไปด้วยความยั่วเย้า ไม่มีคำพูดใด ๆ เอื้อนเอ่ยออกมาจากปากราชา วินาทีต่อมาแววตาคมกริบคู่นั้นหันมองเธอ ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง มินตราไม่สามารถแก้สถานการณ์ตอนนี้ได้ เธอจึงยืนนิ่งอยู่ด้านหลังของเขา
“มึงมีเรื่องสำคัญอะไรก็พูดมา จะต่อหน้าเธอก็ได้”
“ต่อหน้าเธอ? นี่มึงไว้ใจผู้หญิงคนนี้ขนาดนั้นเลยเหรอ” ริวเลิกคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจ แม้ว่าเขาอยากจะถามผู้หญิงตัวเล็กเบื้องหน้าว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ กับน้องชายของเขาสองต่อสองแบบนี้ แต่ริวก็ทำได้เพียงจ้องมองคนตัวเล็ก และหันมาสนใจน้องชายตัวเอง
“เออพูดมาเถอะ เธอไม่เอาไปบอกใครหรอก” ราชาตอบอย่างมั่นใจ เขาเชื่อใจเธอมากไม่งั้นคงไม่พามาถึงคอนโดแบบนี้
“พวกคุณสองคนคุยกันไปเถอะ ฉันขอตัวไปล้างหน้าก่อนค่ะ” ริมฝีปากได้รูปขยับตอบ จากนั้นมินเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของราชา
“เรื่องคนที่จะมารับตำแหน่ง ป๊าได้บอกมึงหรือเปล่าว่าพวกตระกูลนั้นมันอยากจะแย่งที่ดินก่อสร้างห้างแถวนั้น”
“บอกแล้ว แต่พวกมันก็ไม่มีสิทธิ์”
“ก็ใช่ที่พวกมันไม่มีสิทธิ์ แต่มึงอย่าลืมว่าลูกชายมันจบทนายจากต่างประเทศ อีกไม่นานมันกลับมาไทยแน่”
“มึงจะกลัวลูกชายมันทำไมวะ ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ต้องหลบใต้กระโปรงแม่ตลอด มันจะกล้าทำอะไรเราได้”
“ก็จริงที่ตระกูลเฉินไม่มีผู้นำแล้ว แต่มึงอย่าลืมว่าคุณนายถิงก็เลี้ยงดูไอ้คุณมาดีตลอด ส่งเสียมันเรียน มอบโอกาสหลาย ๆ อย่างให้มัน มันก็อ่านมึงออกเหมือนกันอย่าดูถูกมันไปหน่อยเลย”
ชื่อของบุคคลที่สามดังออกมาจากปากของริว ตระกูลของราชามีศัตรูทางธุรกิจมายาวนาน เห็นจะเป็นตระกูลเฉินที่ทำธุรกิจส่งออกต่างประเทศ แต่โชคร้ายผู้นำของตระกูลประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน เหลือเพียงลูกชายคนเดียวอย่าง คุณ ผู้ซึ่งเรียนจบทนายมาจากต่างประเทศพวงด้วยตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูล
คราวนี้เขาจะกลับมาช่วยครอบครัวบริหารธุรกิจ เรื่องถึงหูของริว เขาจึงตัดสินใจมากที่นี่เร็วไว
“รอดูมันก่อนแล้วกัน กูยังไม่อยากเคลื่อนไหวอะไรตอนนี้ อีกอย่างกูยังมีเรื่องต้องจัดการ”
“เรื่องอะไรสำคัญไปกว่านี้เหรอ เออมินมาอยู่ห้องมึงได้ไง”
คราวนี้น้ำเสียงทุ้มต่ำของริวถามน้องชายขึ้น สายตาของเขาจ้องมองราชาผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความสงสัย เมื่อพูดคุยธุระของตัวเองแล้วเสร็จ เขาก็ไม่รอช้าที่จะเปิดปากถามเรื่องของเธอ
“ทำไมสนใจเหรอ? ทีตอนมึงมีโอกาสมึงไม่เลือกเขาเอง”
“ก็เพื่อนเธอน่าสนใจกว่า กูไม่เคยเห็นตอนมินถอดแว่นด้วย แม่ง! ใครจะคิดว่าสวยขนาดนี้วะ”
“เหตุผลที่มึงไม่เลือกเธอเพราะเรื่องแค่นี้เหรอ?” ราชาเลิกคิ้วถามพี่ชาย ท่อนแขนแกร่งยกขึ้นกอดอกรอฟังคำตอบอย่างใจเย็น
“มึงก็รู้ผู้หญิงเล่นตัวแบบนี้ ยังไงความสัมพันธ์มันไม่มีทางพัฒนาหรอก”
“มึงคบผู้หญิงเพื่อเอาเหรอริว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ก็เออ ใครอยากจะจริงจังกับความรักวะ”
“มึงกลับไปได้แล้ว อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีก”
“หวงขนาดนี้ได้แล้วเหรอวะ” ริวถามขึ้น เขายิ้มบาง ๆ ราวกับคาดเดาใจน้องชายอยู่
“พูดอะไรก็ให้เกียรติเธอด้วย อย่าลืมว่าเธอก็เคยเป็นคนคุยเก่ามึง มึงไม่เลือกก็ไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับเธอ”
“เออ ๆ เป็นพี่น้องกันกูไม่มาทะเลาะเรื่องผู้หญิงหรอกนะ”
“ที่เธอเข้าหากู ก็เพราะมึงเลยนะเว้ย”