กำลังจะก้าวหนีไป แต่มือหนาก็ดึงแรง ๆ จนร่างอรชรล้มลงมานั่งบนตักแกร่ง และเขาก็ขังหล่อนไว้ในนั้น พร้อมกับก้มลงมาจูบซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน คิดว่าแค่นี้หล่อนจะยกโทษให้เหรอ ไม่มีทางเสียล่ะ “ปล่อยนะ ยิหวาเกลียดคุณ ปล่อยสิ” “อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวได้เปลี่ยนบรรยากาศจากเตียงเป็นศาลาริมน้ำหรอก...” เขายังพูดเสียงนุ่ม คล้ายกับไม่ใส่ใจในความขุ่นเคืองของหล่อนแม้แต่น้อย ดูเถอะ เขาช่างร้ายกาจสุด ๆ “ยิหวาเกลียดคุณ...!” “ไหนว่ารักไง โกหกหรือเปล่าคนสวย มานี่...พิสูจน์หน่อยสิว่าโกหกหรือเรื่องจริง” พูดจบก็จัดการปิดเรียวปากหวานล้ำของหล่อนด้วยริมฝีปากหยักร้อนผ่าวของตนเองหนักหน่วง จูบที่คล้ายกับจะขโมยลมหายใจของดวงยิหวาไปจากร่าง “อย่างอน อย่าเสียใจเลย ฉันถูกสอนมาให้มีเหตุผล และเชื่อในสิ่งที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ มันเป็นนิสัยน่ะ...” ถอนจุมพิตที่ยาวนานเกือบห้านาทีแล้วก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แม้แต่เรื่อง

