ภีมไปร่วมงานแต่งงานของหลานชายในเวลาต่อมา เขาไปคนเดียวตามปกติจนได้รับเสียงแซวจากพี่ชายของตนเอง
“ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว 38 รึเปล่า ไม่คิดจะมีเมียจริงๆ เหรอ” บิดาเจ้าบ่าวถามน้องชายคนเล็ก ถึงภีมจะเป็นลูกชายของแม่เลี้ยงที่เป็นภรรยาใหม่ของพ่อเขา แต่พี่น้องก็สนิทสนมรักใคร่กันดี
“ยังพี่ ผมแค่ 37” ภีมตอบ ตามองกวาดไปรอบงานแต่งในสวน งานจัดกลางวันก็ดีเหมือนกัน ไม่เวิ่นเว้อวุ่นวาย กินๆ ละจบแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน
“เฮอะ ก็อีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะเต็ม 38 แล้วไหม” ภีรดาพี่สาวฝาแฝดอีกคนของเขาที่นั่งโต๊ะเดียวกันพูดขึ้นมา
ภีมมีฝาแฝดเป็นหญิง ชื่อภีรดาที่ปัจจุบันแต่งงานไปแล้ว สามีของเธอเป็นญาติกับวิมาลาและดาหลา และเธอเบื่อมากกับการที่ญาติฝ่ายสามีพยายามจะให้เธอเป็นแม่สื่อระหว่างภีมกับดาหลา
“เธอช่วยมีแฟนสักทีเถอะภีม ทุกวันนี้ฉันเบื่อมากกับบรรดาญาติๆ ของผัว” เธอบ่นซึ่งมันเรียกเสียงหัวเราะจากน้องชายได้
“พักนี้รู้สึกว่าอารมณ์ดีขึ้นนะ มีข่าวดีอะไรรึเปล่า” เธอมองคู่แฝดอย่างจับผิด
“คิดมาก” ภีมตอบสั้นๆ
“เธอจะหลอกใครทั้งโลกก็หลอกไป แต่อย่าบังอาจคิดจะหลอกฉัน สงสัยจะต้องไปเยี่ยมที่ไร่เธอบ้าง อยากรู้ว่ามีอะไรดี” ไม่ใช่ว่าภีรดาไม่รู้ว่าภีมกำลังเอ็นดูครูสาวที่เพิ่งมาใหม่อย่างออกนอกหน้า แต่เธอก็อยากฟังจากปากเขาเองชัดๆ
“ก็ไปสิ เธอเองก็เป็นหุ้นส่วนหัดไปทำงานบ้างก็ดี” ภีมไม่เดือดร้อนอะไร
“แต่เรื่องดาหลานี่ฉันพูดจริงๆ นะ วันก่อนมาหาฉันบอกว่าอยากไปค้างที่บ้านเธอให้พาไปหน่อย” ภีรดาส่ายศีรษะไปมาอย่างระอาใจ ก่อนจะกลอกตามองบนเมื่อคนที่ถูกพูดถึงกำลังเดินตรงมาทางนี้
ครอบครัวของดาหลาเป็นหนึ่งในคู่ค้ากับไร่มณีจันทร์ จึงทำให้เธอได้รับเชิญมาในงานนี้ด้วย
“พี่ภีมคะเมื่อคืนดาโทรหา กะว่าจะขอมากับพี่แต่ทำไมไม่รับสายดาหลาเลยล่ะคะ” เธอนั่งลงข้างๆ ภีม ไม่สนใจจะทักทายคนอื่นในโต๊ะ
หญิงสาวร้อนใจเมื่อรับรายงานจากพนักงานคนหนึ่งในสำนักงานของภีม ว่าสัปดาห์ก่อนภีมพาผู้หญิงคนหนึ่งมาที่สำนักงานดูท่าทีสนิทสนมกันมาก เธอพยายามจะให้ภีรดาพาเธอเข้าไปที่นั่นเพื่อขอพักในไร่กุสุมา แต่พี่สาวฝาแฝดของภีมก็ไม่ว่างสักที
“พี่คงไม่ว่างครับ เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์” ภีมตอบ
“งั้นวันนี้ดาขอไปฟาร์มแกะได้ไหมคะ จะไปชิมครัวซองต์บัตเตอร์ของคาเฟ่ที่นั่นด้วย ใครๆ ก็บอกว่าอร่อยมากกับอยากไปพักผ่อนสักสองสามวัน ถ้ารีสอร์ทพี่ภีมไม่เปิดดาขอไปนอนที่บ้านพี่ก็ได้ค่ะ”
คนในโต๊ะคนอื่นๆ ถึงกับลอบถอนใจเมื่อได้ยินคำพูดของดาหลา
“แหม.. น้องดาคะ อย่าไปช่วงนี้เลยค่ะไร่ไอ้ภีมไม่สวยหรอก ไปดูฟาร์มกล้วยไม้ของพี่ดีกว่า” เสียงทรงภพดังขึ้นจากด้านหลัง
ดาหลาเม้มริมฝีปาก เธอเกลียดได้หมอนี่จะตายชัก ทำไมถึงต้องมาเจอด้วยนะ
“ทำไมดาถึงจะต้องไปฟาร์มของพี่ทรงภพล่ะคะ” เธอพร้อมวีน
“ก็เพราะแขกที่เจ้าบ้านเต็มใจต้อนรับ ก็ควรจะรอให้เจ้าของบ้านเขาเชิญไงครับ ไม่ใช่เชิญตัวเองให้เขาลำบากใจ ไปดูฟาร์มกล้วยไม้ของพี่ดีกว่าค่าเข้าคนไทยพี่คิดไม่แพงหรอก”
ดาหลาอยากจะกรี๊ด แต่เพราะอยู่ต่อหน้าภีมและพี่ๆ ของเขาเธอจึงต้องสงบปากสงบคำ “ดาลืมว่ากำลังจะไปคุยธุระกับเพื่อน ขอตัวก่อนนะคะ” เธอเชิดเดินคอแข็งจากไป
“ภพฟาร์มกล้วยไม้เธอคิดค่าเข้าด้วยเหรอ ทำไมฉันไม่เคยรู้เลยล่ะ” ภีรดาถามทรงภพยิ้มๆ
“เพิ่งคิดเมื่อกี๊” ทรงภพตอบเขานั่งลงข้างภีมและถามชายหนุ่มว่า
“เออ.. นายมีเบอร์โทรคุณครูไหม ฉันอยากบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุดขอเบอร์หน่อยสิ” ทรงภพถามถึงบุษราคัมและบุณฑริก
“ครูคนไหน” ภีมถามกลับ
“ก็ครูสองคนที่มึงพาเขาไปเที่ยวงานดอกไม้ไง คนไหนก็ได้เดี๋ยวฉันติดต่อไปเอง”
ภีมไลน์ไปขอเบอร์โทรของบุณฑริกจากบุษราคัม โดยที่เขาบอกเธอไปว่าทรงภพจะบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุดให้ เขารอหนึ่งอึดใจบุษราคัมตอบกลับมาเป็นลิงค์แอคเคาท์ไลน์ของบุณฑริก กับเบอร์โทรที่เป็นเบอร์โทรศัพท์พื้นฐาน
“ใบบัวบอกว่าให้คุณทรงภพคุยทางไลน์ได้ค่ะ ส่วนเบอร์นั่นเป็นเบอร์โรงเรียนค่ะอา หรืออาจะให้เบอร์เตยกับคุณทรงภพก็ได้ค่ะ ตอนนี้ใบบัวอยู่กับเตยที่รีสอร์ท”
“โอเคเดี๋ยวให้มันทักไลน์ครูบัวไป แล้ววันนี้เพื่อนมาหาเหรอทำอะไรกินกัน” ภีมพิมพ์ถามกลับไป
“ตอนเย็นจะทำชาบูกินกันค่ะอา งานของอาเตยทำเรียบร้อยแล้วนะคะ” บุษราคัมรีบบอก เกรงว่าเขาจะว่าถ้าเพื่อนมาจะทำให้เสียงาน
“แล้วจะกินกันสองคนเหรอ” เขาถามพร้อมกันนั้นภีมส่งต่อลิงค์แอคเคาท์ไลน์ของบุณฑริกให้ทรงภพที่นั่งรอข้างๆ
“อาจะมาทานด้วยไหมคะ ใบบัวซื้อของสดมาเยอะเลยค่ะ” บุษราคัมเชิญเขาตามมารยาท
“อะไรเยอะ ลองส่งรูปมาสิ”
สองนาทีต่อมาบุษราคัมส่งรูปของสดหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นผักและเนื้อสัตว์ ขนมก็มีด้วย
“ไม่ทานของทะเลกันเหรอ” ภีมพิมพ์ต่อ ท่าทางของเขาที่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์ทำให้ทรงภพชะโงกหน้ามาอ่านด้วย
“กินค่ะ แต่ตอนใบบัวไปตลาดตอนเที่ยง ของไม่ค่อยมี” คุณครูตอบกลับมา
“เดี๋ยวอาซื้อเข้าไปให้ จะกินตอนเย็นใช่ไหมคงไปถึงไม่เกินบ่ายสาม” ภีมจบบทสนทนาเงยหน้ามองเพื่อนด้วยความสงสัย “ข้องใจอะไรไอ้ภพ”
“ไม่ได้ข้องใจก็แค่อยากให้แน่ใจบางอย่าง” ทรงภพตอบ
“พูดบ้าอะไรของมึง” ภีมบอกปัด
บ่ายวันนั้นภีมกำลังจะออกจากงานแต่งดาหลาก็เดินตามมาที่รถ
“พี่ภีมคะ ดาขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ”
“แล้วรถคุณดาละครับ” ภีมถาม
“ดาไม่ได้เอารถมาค่ะ ตอนมามากับเพื่อนๆ ไม่รู้ว่าไปไหนกันหมดแล้ว”
ภีมจะปฏิเสธแต่เขาก็ลำบากใจ มันจะดูไม่มีน้ำใจเกินไป แต่โชคดีที่ภีรดาเข้ามาเสียก่อน
“น้องดาคะ พี่กับพี่ราชกำลังจะไปบ้านน้องดาต่อพอดีไปกับพี่ก็ได้ค่ะ”
“เอ่อแต่ว่า....” ดาหลาอิดออด ภีรดาจึงสำทับว่า
“ภีมเขาจะรีบไปทำคลอดแม่วัวค่ะ หรือว่าน้องดาอยากไปด้วยคะ”
“อี๋ ไม่เอาหรอกค่ะงั้นดาไปกับพี่เพลงดีกว่า” เธอปฏิเสธทันที ดาหลาเกลียดสัตว์ทุกชนิดโดยเฉพาะเวลาพวกมันอยู่ในยามไม่ปกติ เช่น บาดเจ็บหรือตกลูก เธอบอกว่าเหม็นกลิ่นเลือดจนสะอิดสะเอียน
เมื่อเธอไปกับภีรดาแล้ว ภีมจึงถอนใจอย่างโล่งอกแต่เขาก็ต้องงงเมื่อทรงภพเดินมาตบไหล่หนักๆ
“ไปมึงจะไปตลาดไหนซื้อของทะเล กูไปด้วย”
“มึงจะไปทำไม อย่าบอกนะว่าเตยชวนมึงไปด้วย”
“ครูเตยไม่ได้ชวนแต่ครูใบบัวชวนโว้ยย”
ทรงภพพูดด้วยท่าทางของผู้ชนะ เขาเปิดไลน์ที่เขาทักไปคุยกับบุณฑริกให้ภีมดู และชายหนุ่มเห็นจริงว่าเธอชวนเพื่อนเขาไปด้วย
“มึงเพิ่งคุยกับเขาวันนี้เองนะ” 0
ภีมท้วง เขาอ่านบทสนทนานั้นอีกทีแล้วถามต่อ “แล้วไหนหนังสือที่มึงจะบริจาค กูไม่เห็นพูดอะไรเรื่องนี้”
“จะพูดอะไรให้มากความ กูก็แค่บอกเขาว่าทางโรงเรียนอยากได้หนังสืออะไรเข้าห้องสมุดก็ไปเลือกได้เลย เดี๋ยวกูไปด้วยจะไปจ่ายเงินให้” ทรงภพยิ้มเหมือนจะด่าเพื่อนว่าอ่อน!
“ตกลงนี่มึงไม่ได้อยากบริจาคหนังสือใช่ไหม แค่ข้ออ้างแล้วทำเป็นคนดีไอ้เพื่อนเวร”
ภีมด่าทรงภพ ฝ่ายนั้นหัวเราะทันทีไม่ได้โกรธเคือง
“ก็เหมือนมึงอ่ะ แหม..ให้ที่พักน้องเขา ให้ยืมรถใช้ ให้ทำงาน จริงๆ มึงก็คิดอย่างอื่นเหมือนกัน แล้วตอนนี้เขารู้ตัวรึยังวะ” ทรงภพย้อน