“งั้นไปห้างใหญ่ในตัวเมืองแล้วกัน” เขาสรุป
ยี่สิบนาทีต่อมาภีมจอดรถที่หน้าห้างให้บุษราคัมลงจากรถ ส่วนตัวเขาจะต้องไปธุระก่อน
“เดี๋ยวอามารับ” เขาพูดสั้นๆ
คุณครูคนใหม่โล่งใจที่ได้เดินช้อปคนเดียว เพราะเธอจะได้เลือกของตามสบาย หญิงสาวคว้ารถเข็นได้หนึ่งคันรีบตรงไปแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตทันที
เธอไปที่แผนกของใช้ส่วนตัวจำพวกสบู่ ยาสีฟันก่อน ได้ของจำเป็นมาจำนวนหนึ่ง เธอกะซื้อในปริมาณที่พอใช้ในเวลาหนึ่งเดือน
“นี่แชมพู ครีมนวดผมได้แล้ว สบู่แล้ว ยาสีฟันได้แล้วอ้อ..ขาดผ้าอนามัย” เธอพึมพำขณะที่เข็นรถไปตามหาของที่ต้องการเมื่อได้ครบจึงไปแผนกเครื่องครัว เธอได้เตาแก๊สปิคนิคสำหรับใช้กับแก๊สกระป๋อง หญิงสาวชอบเตาแบบนี้มากกว่าแก๊สถังสี่กิโล เพราะไม่ต้องยุ่งยากเรื่องต่อหัวแก๊สและมีปัญหาหัวอุดตันน้อยกว่า
ภีมโทรมาในตอนที่เธออยู่ที่แผนกอาหารสด หญิงสาวจึงบอกตำแหน่งของเธอให้เขาทราบ
“คุณอารออยู่ด้านหน้าก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเตยจะรีบคิดเงินแล้วออกไป” แค่เขาพามาด้วยก็เกรงใจมากแล้ว จะให้มารอเธออีกคงไม่ดีแน่ๆ ทว่า...เธอยังไม่ทันไปไหนคนในสายก็มาถึงตัว
“ไม่ต้องรีบก็ได้ เสร็จธุระแล้ว”
ชายหนุ่มมองของในรถเข็นที่เธอเลือกไว้แล้วดูเวลา เขาไปไม่ถึงชม. คุณเธอเลือกของได้เต็มรถเข็นและไม่มีทีท่าจะหยุดซื้อ
ส่วนบุษราคัมได้ยินดังนั้นจึงเลือกของต่อ แต่ก็ทำเวลาให้เร็วขึ้น เธอตั้งใจจะซื้อของไปให้พอหนึ่งเดือนทั้งกับข้าวและของใช้ต่างๆ
“คุณอาคะ แถวบ้านมีตลาดเช้าไหมคะ” เผื่อมีตลาดเช้าจะได้ไม่ต้องซื้อผักไปเยอะ
“มีทุกวันหน้าโรงเรียน พวกผักหญ้าไปซื้อข้างนอกก็ได้” ภีมตอบ
เขาไปบ้านหลานชายมา คุยกันเรื่องงานจบแล้วก็วกมาเรื่องที่เจ้าตัวกำลังง้อแฟนสาวให้หายโกรธ
“ลูกคิดแบบไหนถึงถามคนไม่มีแฟนว่าจะง้อเมียยังไง” บิดาของหลานหรือพี่ชายเขาเองได้ยินเรื่องที่อาหลานคุยกันพอดี
“พี่วันต์ก็ดูถูกผมเกินไป ว่าแต่เจ้ามัสจะมีลูกแล้วเรอะ” ภีมทึ่งตรงนี้ล่ะ
“ใช่ แกจะเป็นปู่แล้วนะภีม” พี่ชายเขาหัวเราะ ส่วนภีมทำหน้ายอมรับไม่ได้กับคำว่าปู่ เมื่อเช้าถูกเด็กเรียกว่าลุงยังแย่แล้วนี่เขาจะเป็นปู่แล้วเรอะ
หรือว่าเขาแก่แล้วจริงๆ หาแฟนตอนนี้จะทันไหม แล้วถ้าไม่อยากมีเมียแต่อยากมีลูกเขาจะทำไง
บุษราคัมกลับมาถึงบ้านพักในตอนเย็น เธอกล่าวขอบคุณเจ้าของไร่ที่เขาให้ติดรถไปซื้อของด้วย เธอเก็บของที่ซื้อมาเข้าที่ใช้เวลาจัดของจนเกือบค่ำจึงเรียบร้อย
หญิงสาวไปดูเครื่องซักผ้าที่ทศวางไว้ในมุมหนึ่งของครัว ต่อน้ำและไฟให้เรียบร้อย ต่อท่อน้ำทิ้งออกไปลงท่อแล้วพร้อมใช้เธอลองเปิดเครื่องมันใช้งานได้ปกติ จึงนำผ้าปูที่นอนและผ้าห่มที่ซื้อมาเองอีกชุดลงซัก
คืนนี้คงจะต้องตากในบ้านไปก่อน เธอคิดในขณะที่ประกอบราวตากผ้าที่ซื้อมาใหม่ หญิงไทยทำได้ทุกอย่างโดยเฉพาะอดีตเด็กหอแบบเธอ อึดถึกทนไม่แพ้ผู้ชายหรอกนะ เธอชมตัวเองแล้วหัวเราะคนเดียว
ความที่มีเรื่องยุ่งทั้งวันทำให้บุษราคัมลืมความหิว กว่าจะรู้ตัวว่ายังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่กลางวันก็เกือบสองทุ่ม เธอหันไปเห็นหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่ภีมให้ทศยกมาให้
'หม้ออุ่นทิพย์ซะด้วย คุณอาก็ใจดีแฮะถึงจะหน้าดุไปหน่อย' เธอนึกในใจ
หญิงสาวจัดการเทข้าวใส่กล่องเก็บข้าวสาร เธอชอบทานข้าวกข 43 เพราะมันนุ่มมาก ใส่น้ำน้อย น้ำตาลต่ำ เมื่อหุงข้าวแล้วจึงเปิดตู้เย็นคิดว่าจะทำเมนูอะไรดี
'ไข่ตุ๋นดีกว่าอย่างเดียวก็พอ' เธอจัดการตอกไข่ใส่ถ้วยสองฟอง ใส่น้ำไปในปริมาณเท่ากับไข่ เหยาะซอสปรุงรสน้ำมันหอยนางรม ตีไข่ให้เข้ากันกรองด้วยกระชอนหนึ่งรอบเพื่อให้เนื้อไข่ตุ๋นเนียน รวนหมูสับใส่ลงไปปูอัดโรยหน้าปิดท้ายด้วยต้นหอมหั่นฝอยเป็นอันเสร็จเรื่อง
จากนั้นเธอเอาชั้นนึ่งที่มาพร้อมหม้อข้าววางในหม้อข้าวที่กำลังเดือด วางถ้วยไข่ที่ปรุงแล้วในซึ้งและปิดฝาหม้อ ข้าวสวยกับไข่ตุ๋นจะสุกพร้อมกันพอดี
'ฉลาดจริงๆ เราไม่ต้องทำอะไรยุ่งยาก รอดตายไปอีกมื้อ' เธอพูดกับตัวเอง
หญิงสาวจัดการไปปิดบ้านล็อกประตู ปิดม่านให้เรียบร้อย อย่างน้อยการอยู่ที่นี่ตัวบ้านก็แข็งแรงกว่าบ้านพักครูหลายเท่า หากต้องนอนบ้านพักครูพังๆ นั่นเธอคงหลับไม่ลง
เมื่อคิดถึงค่าซ่อมบ้านเธอก็ต้องกลุ้มใจ ถึงไม่ใช่ช่างก็พอคิดได้ว่ามันคงจะต้องใช้เงินก้อนพอสมควร อาจจะต้องขอเช่าที่นี่ไปสักสามสี่เดือน รอเงินเดือนออกเก็บไว้ซ่อมบ้าน บุษราคัมคิดด้วยความไม่สบายใจ วันนี้ก็จ่ายไปเยอะมากซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นทั้งนั้น เธอพ่นลมหายใจแรงๆ ระบายความกลัดกลุ้ม
หม้อข้าวส่งเสียงเตือนว่าสุกแล้ว เธอเปิดฝาหม้อดูไข่ตุ๋นเห็นว่าสุกพอดีจึงยิ้มอย่างพอใจ ในวันที่ความเครียดรุมเร้าก็ยังมีอาหารอร่อยให้กินอยู่
เธอปล่อยให้ข้าวระอุก่อน ด้วยการไปอาบน้ำเรียกความสดชื่นให้ตัวเอง หญิงสาวใช้เวลาในห้องน้ำราวครึ่งชม. อาบน้ำแต่งตัวทาแป้งจนขาวไปทั้งหน้า ออกมาจัดโต๊ะอาหารให้ตัวเอง
ตื๊ดๆๆ เสียงเรียกเข้าดังขึ้นมาขณะที่เธอกำลังจะทาน
“คะคุณอา” เธอกดรับเมื่อเห็นว่าภีมโทรมา
“กินอะไรรึยังเรา” ภีมนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เห็นบุษราคัมทานอะไร มาวันแรกจะแปลกที่จนทานอะไรไม่ลงรึเปล่า
บุษราคัมถ่ายรูปไข่ตุ๋นส่งให้เขาดูทางไลน์ และคุยสายต่อ “กำลังจะทานค่ะคุณอา”
“โอเคงั้นทานข้าวเถอะ ถ้าบ้านมีปัญหาอะไรก็โทรบอกหรือบอกเจ้าทศมันก็ได้” เขาบอกก่อนจะวางสายไป
'ลืมถามคุณอาเลยว่าทานข้าวรึยัง จะดูเสียมารยาทหรือเปล่า แต่จะเชิญมาทานด้วยกันก็คงไม่พอเพราะกับข้าวทำไว้นิดเดียว' คิดไปคิดมาบุษราคัมจึงได้คำตอบว่าภีมน่าจะมีกับข้าวทานดีกว่าเธอเยอะ เขาคงเป็นห่วงตามประสาผู้ใหญ่เลยโทรมาถาม ไม่มีอะไรมากหรอก
สิ่งที่เธอคิดไม่ผิดจากความจริง เพราะภีมกำลังจะทานข้าวมีกับข้าวเต็มโต๊ะเหมือนทุกวัน เขาเห็นเธอทำอาหารของตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงไม่ชวนมาทานด้วยกัน อดคิดไม่ได้ว่าบุษราคัมทำกับข้าวเหมือนเด็กทาน
แปลกที่เขารู้สึกว่าวันนี้กับข้าวบ้านตัวเองไม่น่าทาน ไม่เหมือนอาหารเด็กแบบที่เด็กส่งมาเมื่อครู่