ตอนที่ 6 : เงาอำนาจ และหยาดน้ำตา

1286 Words
เวลานี้ล่วงเลยเข้าสู่สองทุ่ม แสงไฟสลัวภายในห้องส่องกระทบร่างของหญิงสาวสองคนที่เพิ่งก้าวเข้ามา ทั้งคู่มีรูปร่างหน้าตาสะสวยคมคาย สวมชุดตัดเย็บเข้ารูปที่เน้นสัดส่วนอย่างจงใจ ดูเซ็กซี่และเย้ายวน พวกเธอตรงเข้าไปยังร่างของภริตาที่ยังคงนอนซึมอยู่บนเตียง "ลุกขึ้น" หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยเสียงแข็งกระด้าง พลางกระชากแขนภริตาให้ลุกขึ้นนั่ง ภริตาขืนตัว พยายามปัดป้องมือที่เข้ามาจับต้องร่างกายของเธอ "ปล่อยฉันนะ! พวกเธอเป็นใคร ต้องการอะไร!" ทันใดนั้น ฝ่ามือหนักก็ฟาดลงบนแก้มของภริตาอย่างแรง จนใบหน้าเล็กหันไปตามแรงตบ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า หญิงสาวอีกคนจ้องมองภริตาด้วยสายตาแข็งกร้าว "แต่งตัวซะ ทำตัวดีๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบและข่มขู่ ภริตากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของผู้หญิงทั้งสองด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ร่างกายที่อ่อนล้าและสถานการณ์ที่ไร้ทางสู้ ทำให้เธอไม่สามารถทำอะไรได้ เธอจำต้องยอมให้พวกเธอจับแต่งตัวด้วยชุดรัดรูปสุดเซ็กซี่ ที่เน้นทรวดทรงองค์เอวอย่างโจ่งแจ้ง และปล่อยให้พวกเธอสองคนบรรจงแต่งหน้าและทำผมให้อย่างไม่สามารถขัดขืนได้ น้ำตาเอ่อคลอหน่วย แต่ภริตาก็พยายามกลั้นมันไว้สุดความสามารถ เธอรู้ว่าการแสดงความอ่อนแอออกไป มีแต่จะทำให้สถานการณ์ของเธอเลวร้ายลง ภริตาถูกชายชุดดำสองคนคุมตัวอย่างเข้มงวด พาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ หลังสถานบันเทิงกึ่งคาสิโน แสงไฟสลัวๆ สาดส่องผนังปูนซีเมนต์ที่ดูเก่าและอับชื้น พวกเขาเปิดประตูบานใหญ่ที่ดูหนาหนัก และผลักเธอเข้าไปข้างใน ภายในห้องโถงกว้างขวาง แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟแชนเดอเลียร์ส่องประกายลงบนโต๊ะพนันหลากชนิด เสียงพูดคุยจอแจ เสียงหัวเราะ เสียงลูกเต๋าที่ถูกทอย และเสียงไพ่ที่ถูกพลิกดังระงมไปทั่วห้อง กลุ่มนักพนันทั้งชายหญิงในชุดหรูหรากำลังล้อมวงเล่นเกมต่างๆ อย่างสนุกสนาน บ้างก็ส่งเสียงเชียร์ บ้างก็ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง กลิ่นบุหรี่และสุราคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ บรรยากาศเต็มไปด้วยความมัวเมาและความตึงเครียด ครู่หนึ่ง อานนท์ก็ปรากฏตัว เขาเดินลงมาจากบันไดที่ทอดยาวลงมาอย่างสง่างาม สายตาคมกริบกวาดมองภริตาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ชายชุดดำสองคนที่คุมตัวเธอไว้ถอยหลังไปยืนอยู่ข้างผนังห้อง อานนท์เดินไปยังบาร์เล็กๆ มุมห้อง หยิบแก้วคริสตัลรินวิสกี้สีอำพันลงไป ก่อนจะหันมาทางภริตาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง เขายื่นแก้ววิสกี้ให้เธอ แต่ภริตาเมินหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจ อานนท์ขบกรามแน่น ดวงตาเปล่งประกายความไม่พอใจกับการตอบสนองที่เย็นชาของเธอ เขาก้าวเข้าไปหาร่างบาง คว้าใบหน้าของหญิงสาวด้วยมือข้างที่ว่างอยู่ บีบแก้มเธออย่างแรงจนภริตานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด จากนั้นก็กระดกแก้ววิสกี้กรอกใส่ปากเธออย่างรุนแรง ไร้ความเมตตาปราศจากความอ่อนโยนใดๆ ทั้งสิ้น ภริตาสำลัก ไอค็อกแคก พยายามใช้มือปัดป้องและทุบอกของเขา แต่ก็เปล่าประโยชน์ อานนท์ผลักเธอออกเบาๆ จนร่างเล็กเซถลา ลิปสติกสีแดงสดเปรอะเปื้อนริมฝีปากบาง อานนท์ยกยิ้มเยาะด้วยความรู้สึกสะใจ เขากระชากแขนภริตาให้เดินตามไปยังโซฟาหนังสีดำตัวยาว โยนร่างบางให้ทรุดนั่งอย่างทุลักทุเล ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ เฝ้ามองกลุ่มคนที่กำลังเล่นพนันกันอย่างออกรสตรงกลางห้อง ภริตานั่งตัวแข็งทื่อ พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดและความหวาดกลัวไว้ภายใต้ใบหน้าที่ซีดเซียว ในที่สุด อานนท์ก็เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่อึดอัดระหว่างเขากับภริตา เสียงทุ้มนุ่มของเขาแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน "พ่อของเธอติดหนี้ฉันที่นี่แหละ" เขาหยุดเล็กน้อย มองใบหน้าซีดเซียวของภริตาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม "ตาแก่โลภมาก เล่นไม่รู้จักพอ" ภริตากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เม้มริมฝีปากบางด้วยความโกรธ พยายามควบคุมอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน "นายไม่มีสิทธิ์มาพูดถึงพ่อของฉันแบบนี้!" เธอเค้นเสียงสั่นเครือ อานนท์เลิกคิ้วเล็กน้อย "ทำไมจะไม่มีสิทธิ์เขาเป็นหนี้ฉัน หนี้ก้อนโตเสียด้วย แล้วตอนนี้เขาก็ทิ้งภาระทั้งหมดไว้ให้เธอ" "มันเป็นเรื่องระหว่างนายกับพ่อของฉัน ไม่เกี่ยวกับฉัน!" ภริตาสวนกลับทันที อานนท์หัวเราะในลำคออย่างเย็นชา "ไม่เกี่ยวกับเธอ ตลกดีนี่ ในเมื่อตอนนี้เธออยู่ที่นี่ ในฐานะตัวประกัน" คำพูดของอานนท์แทงใจดำภริตาอย่างจัง เธอเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วย "นายต้องการอะไรจากฉัน" เธอถามเสียงแผ่วเบา อานนท์เอนหลังพิงโซฟา มองภริตาด้วยสายตาที่ราวกับกำลังล่าเหยื่อ "ฉันต้องการเงินของฉันคืน สิบล้านบาท พ่อเธอเอาไปจากฉัน เธอก็ต้องหามาคืน" "ฉันจะไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน" ภริตาถามอย่างจนหนทาง อานนท์ยิ้มเยาะ "นั่นมันก็เป็นปัญหาของเธอ ไม่ใช่ของฉัน แต่ถ้าเธอให้ความร่วมมือ บอกที่อยู่ของพ่อเธอฉันอาจจะใจดีกับเธอบ้าง" สายตาของอานนท์จับจ้องอยู่ที่ภริตาอย่างไม่ละ เธอรู้สึกเหมือนถูกเปลือยเปล่าภายใต้สายตาคู่นั้น "ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้ว่าพ่อของฉันอยู่ที่ไหน!" ภริตากล่าวเสียงแข็งกร้าว อานนท์ถอนหายใจแผ่วเบา "น่าเสียดายจริงๆ เพราะถ้าอย่างนั้น ชีวิตของเธอคงจะไม่ง่ายอย่างที่คิด" บรรยากาศในห้องกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ภริตารู้สึกถึงความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวอานนท์ เธอไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรต่อไป แต่ที่แน่ๆ เธอรู้ว่าสถานการณ์ของเธอกำลังเลวร้ายลงทุกที "ลุกไปยืนข้างหน้า แล้วทำให้ฉันสนุก" อานนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ร่างบอบบางของภริตา ภริตาหันมามองเขาอย่างไม่เข้าใจ แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวง ชายชุดดำสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง เข้ามาดึงแขนเธอให้ลุกขึ้น และผลักเธอเบาๆ ให้ไปยืนอยู่ตรงหน้าอานนท์ อานนท์นั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์บนโซฟาหนังสีดำ แก้ววิสกี้ในมือถูกยกขึ้นจิบอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาไม่ละไปจากร่างของหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้า เธอได้แต่ยืนอยู่กับที่อย่างไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่เข้าใจในสิ่งที่อานนท์ต้องการให้เธอทำ "ยั่วยวนฉัน...ทำให้ฉันพอใจ" อานนท์เอ่ยเสียงต่ำ พลางยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอีกครั้ง ภริตาได้แต่ยืนนิ่ง จ้องมองไปยังผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอด้วยแววตาเคียดแค้น มือเรียวกำแน่นจนสั่นระริก ริมฝีปากบางเม้มสนิท รอยลิปสติกสีแดงที่เปรอะเปื้อนยิ่งขับให้เธอดูน่าเวทนามากกว่าจะเผยให้เห็นความสวยงามหรือความเซ็กซี่ตามที่เขาต้องการ ในขณะนั้นเอง ทั้งสองต่างจ้องมองกันอย่างไม่ลดละ อานนท์มองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและอำนาจ ส่วนภริตามองเขาด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและท้าทาย แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวก็ตาม บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด ราวกับสายฟ้าที่กำลังจะฟาดลงมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD