“ไส มันเป็นจั่งใด๋ล่ะหมู่กู คือได้ข่าวว่าแต่งเมียบ่พออาทิตย์ คือว่าปานคนอกหักช้ำในเอาโลดบักหล่า” (ไหน มันเป็นยังไงอะเพื่อนกู ได้ข่าวว่าแต่งเมียไม่ถึงอาทิตย์ ทำไมสภาพถึงเหมือนคนอกหักช้ำในเลยไอ้น้อง)
ลูกชายผู้ใหญ่บ้านวางกับข้าวกับปลาให้เพื่อนที่ช่วงนี้แทบจะมาเจอกันที่เถียงนาของเขาทุกวันว่าง เข้าใจว่าปราบมันอยู่ไม่ติดกับที่สักวันหรอก แต่ใจคอจะไม่กลับไปดูบ้านซึ่งผู้เป็นอาเจ้าตัวลงทุนสร้างใหม่ให้เองกับมือเชียวหรือ
ทว่าต่อให้คิดแบบนั้นภีมก็ไม่ได้จะไล่ปราบที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่จำความได้หรอก รวมไปถึงถ้ามันสบายใจที่จะมาเจอกันที่นี่ แค่เถียงนาติดหนองปลาอย่างไรเขาจะไม่ยินดีต้อนรับ
เป็นพวกลูกหลานคนมีเงินมีอำนาจแท้ ๆ แต่ดูมันทำตัว เสื้อยืดกับกางเกงตลาดนัด คีบรองเท้าอีแตะรุ่นยอดนิยมขับมอไซค์หนังหุ้มเหล็ก หากินเหล้าแปะชื่อเสี่ยไปทั่วให้คนในหมู่บ้านตามนินทา ว่ามีดีแค่เกิดมาบนกองเงินกองทอง เรียนจบก็สูง ทำตัวไม่ได้เรื่องไปวัน ๆ แต่คนที่เลี้ยงมันมายังไม่เห็นบ่น แล้วเป็นอะไรมาใส่ใจชีวิตเพื่อนเขาขนาดนั้น
แล้วใครจะไปรู้ คนขี้เกียจ ไม่ได้เรื่องแบบปราบนี่แหละ ไม่ได้ต่างจากพวกเสือนอนกินเลย เพราะนอกจากสมบัติพัสถานที่ชาตินี้ไม่ต้องทำอะไรก็สบายแล้ว อีกฝ่ายยังชอบเล่นหุ้น รวมไปถึงมีอสังหาริมทรัพย์ในตัวเมืองที่แยกออกมาจากนามสกุลถือครองอยู่ในมืออีกหลายแห่ง ก็อย่างว่าเพื่อนภีมมันระดับหัวกะทิของมหาวิทยาลัย
ตอนเรียนที่ไม่กลับบ้านเลยก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่เป็นแต่ร้านเหล้าผับบาร์หน้ามอหลังมอเพียงอย่างเดียว แต่นักศึกษาคนเก่งซึ่งทำตัวไม่เอาถ่านไปวัน ๆ นั้นต้องเก็บตัวฝึกเพื่อไปแข่งขันร่วมกับเพื่อนในสาขาอยู่ตลอด
ถ้าบ่เชื่อว่าบักปราบมันเก่งปานนั้นกะไปค้นหาเบิ่งเหรียญทองที่มันเสื่องสะสมไว้โลด! เถ้าแก่ลี่หมิงได้ว่าที่ลูกเขยคักส่ำนี้กะสุดยอดแล้วไป่ (ถ้าไม่เชื่อว่าไอ้ปราบมันเก่งขนาดนั้นก็ไปค้นหาดูเหรียญทองที่มันซ่อนสะสมเอาไว้เลย! เถ้าแก่ลี่หมิงก็ได้ว่าที่ลูกเขยสุดยอดขนาดนี้นั่นแหละ)
สุดแต่เพื่อนเขาดันมีคนในใจที่ไม่ลืมไปเสียทีนี่สิ คิดแล้วก็ได้แต่สงสารน้องลี่หมวย ขาว อึ๋ม อมชมพูขนาดนั้น เพื่อนภีมดันไม่แล
“อีหยัง กูบ่อยาก” (อะไร กูไม่หิว)
“อยากแนครับสส. มึงสิสะแตกแต่เหล้าจนตับแข็งตายเลยติ” (กินหน่อยเถอะสส. มึงจะแดกแค่เหล้าจนตับแข็งตายเลยเหรอวะ)
“ระดับกู มึงว่าอีหยังสิแข็งก่อนล่ะภีม” (ระดับกู มึงว่าอะไรจะแข็งก่อนอะภีม)
“บักพาก มีเมียแล้ว มึงอย่าหาสันดานเสียนัดสาวอื่นให้กูเห็น บ่ซั่นกูฟ้องน้องหมวยแท้ ๆ ล่ะ” (ไอ้ห่าราก มีเมียแล้ว มึงอย่าทำสันดานเสียนัดสาวอื่นให้กูเห็น ไม่งั้นกูฟ้องน้องหมวยแน่ ๆ ล่ะ)
“หึ” ชื่อของคนที่แค่ได้ยินก็แสลงหูแล้ว ทำเอาหลานชายเจ้าของโรงสีเปล่งเสียงหัวเราะออกมาในลำคอ อีกทั้งวันนั้นกว่าลี่หมวยจะยอมให้เขาพาไปส่งกลับมหาวิทยาลัยดี ๆ ก็พ่อแง่แม่งอนกับเขาอยู่ร่วมชั่วโมง
เพียงเพราะคนมันไม่ได้รัก จะคับบังให้รักได้ยังไงวะ ก็บอกไปแล้วว่าที่ยอมหมั้นด้วยทำไปเพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่ทั้งนั้น
ตลอดทางที่ไปส่งอีกฝ่ายเลยมีแต่ความเงียบและเสียงเพลงคลอดังเบา ๆ บนรถกระบะทรงสูงสีเข้ม ปราบไม่คิดจะทำแม้กระทั่งช่วยคู่หมั้นตัวเองยกกระเป๋าใบใหญ่ลงเลยด้วยซ้ำ เพราะได้บอกเหตุผลไปแล้ว จะหาว่าเขาใจร้าย ไม่เป็นลูกผู้ชายยังไงก็ช่าง
เนื่องจากผิดเองที่ปล่อยเด็กคนนั้นวอแวอยู่ได้หลายปี
“มาหัวหยังบักควาย แดกข้าวแลงลงไป บ่แม่นยกแต่เหล้า สิดำนาแล้ว เดี๋ยวได้ตายก่อนสิซ่อยงานเสี่ย ว่าแต่มึงเฮ็ดท่าใด๋คือได้นอนกับน้องหมวย ไสบอกว่าบ่มัก ๆ มึงกลืนน้ำลายตัวเองติ” (มาขำอะไรไอ้ควาย แดกข้าวเย็นลงไป ไม่ใช่ยกแต่เหล้า จะทำนาละ เดี๋ยวได้ตายก่อนช่วยงานเสี่ย ว่าแต่มึงทำยังไงถึงได้นอนกับน้องหมวย ไหนบอกว่าไม่ชอบ ๆ มึงกลืนน้ำลายตัวเองเหรอ)
“ละหมาโตใด๋มันทิ่มกูให้ถืกมอม ยังดีที่มันบ่แฮง บ่ซั่นกูได้สี้มันอีหลี” (ละหมาตัวไหนมันทิ้งกูให้โดนมอม ยังดีที่มันไม่แรงมาก ไม่งั้นกูได้เอากับมันจริง ๆ)
“อ้าว หมั้นกันปานนั้น มึงทันได้สี้น้องมันอีกติ บักห่า กูกะคึดว่ามึงถืถน้องหมวยรวบหัวรวบหางแล้ว ฮ่า ๆ” (อ้าว หมั้นกันขนาดนั้น มึงยังไม่ได้เอากันอีกเหรอ ไอ้ห่า กูคิดว่ามึงโดนน้องหมวยรวบหัวรวบหางแล้ว ฮ่า ๆ)
ปราบที่ทอดสายตานั่งมองพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางนาข้าวเขียวขจีแสดงใบหน้ารำคาญใจลูกชายเจ้าของเถียงนาที่พวกเขาชอบมานั่งรวมตัวกันทำกิจกรรมผู้ชาย ผิดที่วันนี้มีแค่เขากับภีม คงเป็นเพราะปราบอยากที่จะใช้ความคิดอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ ด้วย
ความจริงเห็นแบบนี้ก็เหงาใช่เล่น เพราะเสี่ยก็เลือกมีครอบครัวที่อบอุ่นของตัวเองไปแล้ว ยังดีที่ครั้งนี้มันเป็นบัวหอมที่ดูก็รู้ว่าอาคงจะเลือกไม่ผิดแบบครั้งแรก
แต่ใครจะไปคิด หลังเสี่ยจดทะเบียนสมรสไม่นานจะเป็นเขาที่ได้คู่หมั้นมาเช่นกัน ตัวอะไรก็ไม่รู้ด้วย เพราะแทงใจดำมันไปขนาดนั้น ยังจะกล้าต่อสายมาหาเขาไม่เลิก เห็นภีมมันขึ้นไปนั่งเล่นเกมในมือถือต่อบนเถียงนาแล้วเขาจึงตัดสินใจกดรับเพื่อตัดความรำคาญอย่างเช่นทุกครั้ง
[อ้ายปราบบบ กว่าจะรับหมวยได้]
“สิเฮ็ดเสียงสองเสียงสามเพื่อ” (จะทำเสียงสองเสียงสามเพื่อ)
[อ้าว ก็หมวยอยากอ้อนแฟนหมวยนี่นา]
“ผู้บ่าวหยัง มึงอย่ามาเนียนอีหมวย” (แฟนอะไร มึงอย่ามาเนียนอีหมวย)
[อ๋อ อ้ายปราบเป็นผัว]
“เซาแน เดี๋ยวกูโบก” (หยุดเลย เดี๋ยวกูโบก)
มือหนาเลือกพิงเครื่องมือสื่อสารราคาครึ่งแสนกับขวดแอลกอฮอล์สีน้ำตาลเข้ม เขาซึ่งยังไม่หิวกับสิ่งที่เพื่อนนำมาให้จากบ้านเลือกที่จะหยิบกีต้าร์คู่ใจตั้งแต่สมัยเรียนขึ้นมาเคาะสนิม
[กรี๊ดดด อ้ายปราบจะเล่นจีบหมวยเหรอจ๊ะ ฮือ งั้นเอาเลยจ้ะ ๆ หมวยรอฟังอยู่]
“จีบห่าหยัง กูเล่นเพลงอกหักนิ” (จีบห่าไร กูเล่นอกหักเนี่ย)
ปราบถอนหายใจ เลิกโฟกัสเด็กที่เปิดกล้องต่อสายเอาไว้ เรียวนิ้วยาวที่ด้านจากการทำงานรวมถึงกิจกรรมโลดโผนบรรเลงความในใจออกมาในรอบหลายปี คิดว่าจะลืมมันไปได้แล้วแท้ ๆ ทว่าขนาดที่ต้องหมั้นเพื่อรับผิดชอบกับคนอื่น เขาก็ยังคงเจ็บปวดกับมันอยู่เสมอ
ความรู้สึกตอนนี้เลยเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด หรือมันผิดที่เขายังจมปักรู้สึกอยู่คนเดียวเรื่อยมา
ดวงตาคมที่เหม่อมองออกไปแสนไกลเลยไม่มีทางที่จะได้เห็นว่าคนที่อยากโอบกอดตนเองเสมอและอยู่ใกล้ ๆ นั้นตอนนี้ก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ได้ต่างกันเลย
ใบหน้าจิ้มลิ้มเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส ใครจะไปรู้ว่าลี่หมวยเองก็ทรมานไม่ได้ต่างกัน ได้ครอบครองเขามาเป็นของตัวเองแล้วแท้ ๆ ปราบอยู่แค่เอื้อมมือ แต่เราก็ราวกับอยู่แสนไกลกันตลอด
แล้วชายหนุ่มจะรู้หรือไม่ว่าตนเองกำลังปล่อยให้น้ำตามันไหลรินลงมาเพื่อเยาะเย้ยลี่หมวย ว่าแม้จะได้ตัวปราบ ทว่าหัวใจนั้นก็คงจะไม่มีวันเป็นของเธอ
“หุ้ย เพราะมากเลยจ้ะ แต่ว่ามันเย็นมากแล้ว งั้นหมวยวางนะจ๊ะ ว่าจะเดินลงไปหาอะไรกินใกล้ ๆ หอ”
“อ่า” ปราบเหมือนเพิ่งจะได้สติว่าตนเองเผลอปล่อยน้ำตาออกมาให้อีกฝ่ายเห็น จึงรีบเช็ดมันออก รอยยิ้มของลี่หมวยที่ส่งมาให้กันผ่านกล้องก็ดูไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด นั่นทำเอาชายหนุ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ก่อนจะคิ้วขมวดเข้าหากันยามเด็กมันลุกแล้วเห็นว่าสวมใส่กางเกงสั้นแค่ไหน “จะลงไปทั้งอย่างนั้น?”
[ใช่จ้ะ หมวยลงไปซื้อกวยจั๊บกับชาแป๊บเดียว]
“เปลี่ยนแนเป็นหยังหมวย” (เปลี่ยนหน่อยไหม)
[เปลี่ยนทำไมจ๊ะ แค่ลงไปซื้อข้างล่างนี่เอง]
“ถ่าบ่เปลี่ยนก็บ่ต้องสะแตก” (ถ้าไม่เปลี่ยนก็ไม่ต้องกิน)
[อ้ายปราบ จู่ ๆ เป็นอะไรเนี่ย หมวยหิวข้าวนะ]
“เออ หิวตายไปโลดมึง ถ่าจักคราวได้บ่” (เออ หิวตายไปเลยมึง รอแป๊บได้ไหม)
[จ๊ะ?]
“ร้านใด๋ สิกดสั่งให้ แล้วตอนลงไปเอากะให้ใส่ขายาว ถ่ากูถามคนส่งแล้วฮู้ว่ามึงใส่กางเกงนอนลงไปรับ มื้อเข้าไปตรวจร้านทองสาขาในเมืองแทนเสี่ยแล้วแวะรับมึงมานำ ถืถแท้หมวย” (ร้านไหน เดี๋ยวกดสั่งให้ แล้วตอนลงไปเอาก็ให้ใส่ขายาว ถ้ากูถามคนส่งแล้วรู้ว่ามึงใส่กางเกงนอนลงไปรับ วันที่เข้าไปตรวจร้านทองสาขาในเมืองแทนเสี่ยแล้วแวะรับมึงกลับด้วย โดนแน่หมวย)
TBC.
จั่งใด๋ละอ้าย