ตอนที่ 14 งานหลัก

1045 Words
อธิชนม์ก้าวเข้าไปในโรงเรือนรีดนม สายตาคมกริบไล่มองอุปกรณ์ พื้นปูนสะอาด ไม่มีคราบน้ำนมหรือกลิ่นอับ พนักงานแต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างคล่องแคล่วตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ เขาหยุดดูวัวตัวหนึ่งที่กำลังถูกเช็ดเต้านมก่อนรีด “ตัวนี้เพิ่งคลอดกี่วัน” อธิชนม์ถาม “สี่วันครับพี่ชนม์” เตชินตอบ “ผมสั่งลดปริมาณรีดตามที่พี่แนะนำไว้” “ดี” อธิชนม์ตอบสั้นๆ คำชมเพียงคำเดียวทำให้เตชินยืดหลังขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้ยิ้มกว้างหรือแสดงความดีใจออกนอกหน้า แต่แววตานั้นบอกชัดว่าภูมิใจในงานที่ทำ หลังจากตรวจโซนรีดนมเรียบร้อย อธิชนม์เดินไปยังคอกแยกสำหรับวัวป่วย เตชินเดินนำโดยไม่ต้องรอคำสั่ง เขาหยุดยืนด้านข้างอย่างรู้หน้าที่ ปล่อยให้สัตวแพทย์เจ้าของฟาร์มตรวจอาการอย่างเต็มที่ อธิชนม์ใส่ถุงมือ ตรวจอุณหภูมิแม่วัว คลำบริเวณท้องและมดลูกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “เริ่มอักเสบหลังคลอดจริง” เขาวินิจฉัย “ให้ยาตามโดสเดิม และเพิ่มน้ำเกลืออีกหนึ่งรอบ” เตชินจดบันทึกในแท็บเล็ตทันที “รับทราบครับ เดี๋ยวผมกำชับทีมเฝ้าดูทุกหกชั่วโมง” “ถ้าอุณหภูมิไม่ลด โทรหาพี่ได้เลย พี่จะมาดูอีกที” “ครับพี่ชนม์” บทสนทนาระหว่างทั้งสองสั้น กระชับ ไม่มีคำฟุ่มเฟือย แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจตรงกันจากการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังตลอดสามเดือนที่ผ่านมา จากนั้นทั้งคู่เดินตรวจคอกอื่นๆ ต่อ วัวบางตัวมีแผลที่กีบ บางตัวน้ำหนักเริ่มลด เตชินรายงานทุกอย่างอย่างเป็นระบบ พร้อมแนวทางแก้ไขที่เตรียมไว้แล้วล่วงหน้า อธิชนม์เพียงตรวจสอบและปรับรายละเอียดบางจุด เพิ่มคำสั่งเล็กน้อยโดยไม่จำเป็นต้องย้ำซ้ำ ทว่างานวันนี้ยังไม่จบ เพราะช่วงบ่ายฟาร์มแสนรักต้องต้อนรับคณะนักศึกษาที่มาดูงานในฐานะศูนย์การเรียนรู้เชิงเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ที่ทำให้ฟาร์มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ขายน้ำนมหรือเปิดรีสอร์ต แต่เป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ด้วย เวลาบ่ายโมงครึ่งรถบัสคันใหญ่ของคณะนักศึกษาจากจังหวัดใกล้เคียงแล่นเข้ามาจอดบริเวณลานต้อนรับซึ่งจัดไว้เป็นสัดส่วน มีซุ้มไม้และป้ายข้อมูลเกี่ยวกับฟาร์ม ทั้งระบบโคนม การจัดการของเสียให้เป็นปุ๋ยหมัก การปลูกหญ้าอาหารสัตว์ รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาได้ในวันหยุด เตชินเดินนำคณะนักศึกษาไปยังจุดรวมพล ก่อนจะหันมาทางอธิชนม์ด้วยท่าทางสุภาพ จริงจังตามแบบฉบับของคนทำงาน “พี่ชนม์ครับ ช่วงแนะนำฟาร์มวันนี้ พี่ช่วยพูดเปิดให้หน่อยได้มั้ยครับ ผมอยากให้เด็กๆ ได้ข้อมูลภาพรวมจากพี่โดยตรง” อธิชนม์พยักหน้าเล็กน้อย “ได้ เดี๋ยวพี่เปิดให้ นายช่วยเสริมรายละเอียดหน้างานก็พอ” “ครับ” เตชินตอบสั้นๆ อธิชนม์เดินขึ้นไปยืนหน้ากลุ่มนักศึกษาอย่างสงบ สายตาคมมองไปรอบๆ พวกเขาเป็นนักศึกษาปีสามตามที่ได้รับแจ้งมา ทุกคนแต่งกายเรียบร้อย บางคนถือสมุดจด บางคนยกกล้องขึ้นเตรียมถ่ายภาพ สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้มายืนกลางฟาร์มโคนมจริงๆ “สวัสดีครับน้องๆ พี่ชื่ออธิชนม์ ก้องวณิชกุล ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ฟาร์มแสนรัก วันนี้เราจะพาดูระบบโคนม การดูแลสุขภาพสัตว์ และการจัดการฟาร์มในฐานะศูนย์การเรียนรู้ หากมีคำถามสามารถถามได้ระหว่างทาง แต่ขอความร่วมมืออย่างหนึ่ง…อย่าเข้าใกล้สัตว์มากเกินไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะสัตว์บางตัวตกใจง่าย” นักศึกษาพยักหน้ารับพร้อมกัน เตชินยืนด้านข้างทำหน้าที่เสริมรายละเอียดและช่วยประสานงานเป็นระยะ “ในแต่ละจุดจะมีเจ้าหน้าที่ประจำครับ หากต้องการบันทึกข้อมูลหรือถ่ายภาพ แจ้งได้เลย” เตชินบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพก่อนจะพาคณะเดินต่อไปยังโรงเรือนรีดนมเป็นอันดับแรก อธิชนม์อธิบายระบบการรีดนมอย่างละเอียด ตั้งแต่วิธีลดความเครียดของแม่วัว การทำความสะอาดเต้านม การตรวจอาการเต้านมอักเสบ ไปจนถึงการควบคุมอุณหภูมิของน้ำนมหลังรีดและการเก็บตัวอย่างส่งตรวจคุณภาพ เด็กหลายคนตั้งใจฟังจริงจัง บางคนยกมือถามเรื่องอาการเจ็บเต้านม บางคนถามเรื่องการป้องกันโรคในฟาร์มขนาดใหญ่ ซึ่งความเป็นสัตวแพทย์ของอธิชนม์ทำให้เขาตอบด้วยข้อมูลชัดเจน ตรงประเด็น และไม่กดดันคนถาม ทำให้บรรยากาศกลายเป็นการแลกเปลี่ยนมากกว่าการบรรยายฝ่ายเดียว เมื่อถึงโซนคอกแยก อธิชนม์ชี้ให้ดูแม่วัวที่กำลังรับการดูแล “ตัวนี้มีไข้และซึม เราแยกไว้ทันทีเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และเพื่อให้สังเกตอาการได้ชัด หลักสำคัญคือ…อย่ารอให้หนักแล้วค่อยแก้ ฟาร์มขนาดใหญ่เสียหายทีคือเสียทั้งระบบ” เตชินพยักหน้าเสริม “ที่นี่จะบันทึกอาการสัตว์เป็นรายตัวทุกวันครับ หากมีค่าผิดปกติ ระบบจะรายงานทันที” บรรยากาศยังคงเป็นกันเอง แต่เต็มไปด้วยสาระ หลังจบเส้นทางในโซนโคนม คณะนักศึกษาถูกพาไปดูพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ที่จัดเป็นนิทรรศการขนาดย่อม มีป้ายอธิบายวงจรการผลิตน้ำนม การทำปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ การปลูกหญ้าเนเปียร์ และการนำผลผลิตของฟาร์มไปต่อยอดในสเต๊กเฮาส์และร้านกาแฟใกล้รีสอร์ตเพื่อสร้างรายได้หลายทาง นักศึกษาหลายคนมองด้วยสายตาทึ่ง เพราะเห็นการเชื่อมโยงธุรกิจเกษตรกับการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม “นี่แหละครับ ฟาร์มโคนมยุคนี้อยู่ด้วยการขายนมอย่างเดียวไม่พอ ต้องอยู่ด้วยระบบแบบครบวงจร” อธิชนม์สรุปท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบ “ระบบที่ดีทำให้คนทำงานไม่ล้า สัตว์ไม่เครียด ผู้บริโภคได้ของดี และฟาร์มอยู่ได้ระยะยาว” คณะนักศึกษาปรบมือเบาๆ อย่างนับถือ เตชินยืนด้านข้างด้วยสีหน้าภูมิใจในฐานะคนดูแลฟาร์ม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD