หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา อวสรก็ถูกเร่งรัดหนี้สินถี่ขึ้น จนเขามีอาการเครียด ต้องกินยาคลายเครียดตลอด บริษัทของเขาก็ไม่สามารถจ่ายเงินพนักงานได้ตรงเวลา ทำให้คนที่ทำงานดี มีฝีมือลาออกไปหลายคน ส่งผลให้อวสรมีสภาพจิตใจย่ำแย่ ได้แต่โทษตัวเองตลอดเวลาที่เป็นคนทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น
“สวัสดีครับคุณฌอร์น” เขาตัดสินใจโทรไปหาฌอร์นอีกครั้งอย่างสิ้นหวัง
“ว่าไงครับคุณอวสร” ปลายสายกระตุกยิ้มที่ริมฝีปากอย่างพอใจที่อวสรตัดสินใจโทรมาหาเขา
“ผมยอมรับข้อเสนอของคุณครับ ตอนนี้ผมต้องการเงินแบบด่วนมาก ผมรบกวนคุณช่วยโอนเงินมาให้ผมสักก้อนหนึ่งก่อน...”
“ใจเย็นคุณสร ถึงคุณจะยอมรับข้อเสนอผม แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกติกา เราต้องทำสัญญากู้ยืมเงินกันตามกฎหมายก่อนนะ” ฌอร์นรีบเบรกและหัวเราะเบาๆ
“คุณจะให้ผมทำสัญญาได้เมื่อไหร่”
“บ่ายนี้ คุณว่างใช่ไหม”
“ครับ”
“งั้นบ่ายนี้เจอกันที่บริษัทของผม เราจะทำสัญญากู้ยืมเงินกัน โดยผมจะไม่คิดดอกเบี้ยคุณสักแดงเดียว ส่วนลูกสาวของคุณถือเป็นสัญญาใจ แต่คุณรู้ใช่ไหมว่าถ้าคุณตุกติกจะเกิดอะไรขึ้น” ฌอร์นขู่ กลายๆ ทำให้อวสรขบกรามแน่น
“ผมรู้ดีว่าคุณเป็นคนยังไง”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ บ่ายนี้เจอกัน”
หลังเข้าไปทำสัญญาและเจรจากับฌอร์น อวสรก็กลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยล้าและเครียดมากกว่าเดิม เขาไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องนี้กับลูกสาวตัวเองอย่างไรดี เพียงแค่คิดว่าฌอร์นจะเอาตัวลูกสาวไปทำเมียก็ใจหาย เอมมาลินยังเป็นเด็กสาวที่น่ารักสดใส สมควรจะได้เจอความสวยงามในชีวิตอีกมาก ทุกอย่างเป็นความผิดของเขาเองคนเดียว
“ชะเอม กินข้าวเสร็จแล้วไปคุยกับพ่อที่ห้องทำงานหน่อยนะ” อวสรบอกกับลูกสาวที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงโต๊ะอาหาร
“ค่ะ แล้วคุณพ่อไม่กินข้าวเหรอคะ”
“ไม่ล่ะ พ่อไม่หิว จะต้องรีบเคลียร์งานด่วน”
อวสรขึ้นไปบนห้องทำงานไม่นาน เอมมาลินก็เดินขึ้นไปหา เธอเคาะประตูก่อนแล้วค่อยเปิดเข้าไปอย่างช้าๆ ด้วยความเกรงใจ หญิงสาวเห็นอวสรกำลังง่วนอยู่กับเอกสารต่างๆ ก็นึกเห็นใจคนเป็นพ่อที่โหมงานหนักทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว
“คุณพ่องานเยอะเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ นั่งก่อนสิลูก พ่อมีเรื่องจะบอก” เขาเงยหน้ามองลูกสาว นัยน์ตามีแต่ความวิตกกังวล
“คุณพ่อมีเรื่องอะไรเหรอคะ”
“ชะเอม... อาทิตย์หน้าพ่อจะให้ชะเอมไปอยู่กับพี่ฌอร์นนะ” เขาเกริ่น ทำให้หญิงสาวตกใจ
“ทำไมล่ะคะ ทำไมชะเอมจะต้องไปอยู่กับพี่ฌอร์นด้วย เกิดอะไรขึ้นคะคุณพ่อ” เอมมาลินถามเสียงสั่น
“ตอนนี้ธุรกิจของพ่อกำลังย่ำแย่ พ่อจำเป็นจะต้องยืมเงินเขา เขาบอกว่าจะพ่อยืมเงิน 80 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่จะต้องให้ชะเอมไปอยู่กับเขาเพื่อเป็นตัวประกัน” อวสรเล่าให้ลูกสาวฟัง แต่ดูเหมือนเธอยังไม่เข้าใจ
“ชะเอมไม่เข้าใจค่ะ ทำไมเขาจะต้องเอาตัวชะเอมไป คุณพ่อยืนยันกับเขาไม่ได้เหรอคะว่าเราไม่หนีหนี้เขาหรอก อีกไม่นานชะเอมก็เรียนจบ ชะเอมช่วยคุณพ่อทำงานหาเงินมาใช้หนี้เขาก็ได้”
“ลูกเข้าใจไหมว่าเขาต้องการลูกไปอยู่กับเขา เขาไม่ต้องการอย่างอื่นนอกจากลูก”
“ไม่เข้าใจค่ะ พี่ฌอร์นจะต้องการตัวชะเอมไปทำไม” เธอถามเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
“เขาต้องการให้ลูกไปเป็นเมียเขา!” เมื่อตอบคำถามลูกสาวแบบอ้อมๆ แล้วไม่เข้าใจ เขาก็ต้องพูดตรงๆ ทำให้เอมมาลินช็อกไปพักใหญ่
“คุณพ่อว่ายังไงนะคะ” เธอถามอวสรช้าๆ
“อย่างที่ลูกได้ยินนั่นแหละ เขาต้องการให้ลูกไปเป็นเมียเก็บเขา เพื่อแลกกับการให้ยืมเงิน 80 ล้านโดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่กำหนดระยะเวลาในการคืนเงิน พ่อหาเงินมาคืนเขาได้เมื่อไหร่เขาถึงจะปล่อยลูกให้เป็นอิสระ”
“ไม่จริง... ที่คุณพ่อพูดมาไม่จริงใช่ไหมคะ คุณพ่อก็รู้ว่าลูกยังเด็ก ยังเรียนไม่จบ ทำไมลูกจะต้องไปเป็นเมียเขาด้วย” เอมมาลินน้ำตาไหล มือสั่นปากสั่นไปหมด
“เขาต้องการแบบนั้น”
“ชะเอมไม่ไปค่ะ ชะเอมจะไม่ยอมไปไหนกับเขาทั้งนั้น!”
“ไม่ได้ ลูกต้องไป ตอนนี้เราไม่มีเงินแล้ว”
“ทำไมคะคุณพ่อ เมื่อปีที่แล้วคุณพ่อยังมีเงินพาชะเอมกับคุณแม่ไปเที่ยวต่างประเทศอยู่บ่อยๆ มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมคุณพ่อถึงไม่มีเงินขนาดจะต้องไปยืมเงินเขาถึง 80 ล้าน” เอมมาลินถามอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะพ่อติดหนี้พนันไง พ่อติดหนี้พนันเลยเอาบ้าน รถ บริษัทไปจำนอง ตอนนี้เขาเร่งรัดหนี้สินมาแล้ว แต่พ่อไม่มีปัญญาจะหาเงินคืนให้ทัน ถ้าภายในอาทิตย์หน้าพ่อไม่มีเงินไปคืนเขา พ่อจะถูกฟ้องล้มละลาย ถูกยึดบ้าน ยึดรถ ยึดบริษัทไปขายทอดตลาด พวกเราทั้งหมดก็จะไม่มีที่อยู่ ไม่มีงาน และลูกก็จะไม่ได้เรียนหนังสือ ทีนี้ลูกเข้าใจพ่อหรือยัง ลูกจะต้องไปอยู่กับเขาเพื่อทุกคนในครอบครัว!” อวสรเผลอทุบโต๊ะเสียงดังและลุกขึ้นยืนตวาดลูกสาว เอมมาลินน้ำตาไหลพราก เธอพูดไม่ออก รู้สึกเจ็บจนจุกไปหมด
“ทำไมคุณพ่อทำแบบนี้ ทำไม...” เธอเริ่มปล่อยโฮออกมา อวสรขบกรามแน่น
“พ่อรู้ว่าตัวพ่อเองเป็นคนไม่ดี เป็นคนเลว ที่เป็นผีพนัน เอาทุกสิ่งทุกอย่างไปลงที่บ่อน แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว เราก็ต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหา พ่อสัญญาว่าพ่อจะหาเงินมาใช้คืนเขาให้เร็วที่สุด” อวสรหน้าดำคร่ำเครียด เอมมาลินส่ายหน้า
“ไม่... ไม่ค่ะ ไม่จริง ชะเอมไม่ไป ชะเอมจะไม่ไปเป็นเมียเก็บเขาเด็ดขาด ชะเอมเกลียดคุณพ่อมากที่สุดในโลก!” เอมมาลินพูดเสียงดังแทบจะร้องกรี๊ด เธอลุกขึ้นและรีบวิ่งออกจากห้องไป อวสรค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งช้าๆ อย่างหมดแรง
“พ่อขอโทษ พ่อจำเป็นต้องทำ...”
เอมมาลินวิ่งเข้าไปในห้องนอนตัวเองและร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะที่อวสรเองได้แต่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม เขาปวดหัวไมเกรนอย่างรุนแรงและเจ็บปวดที่ขั้วหัวใจแบบที่สุด อวสรเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของตัวเองออกช้าๆ และหยิบปืนพกสั้นกระบอกสีดำขึ้นมา เขาจับปืนอยู่อย่างนั้นและร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น คิดเพียงว่าเขาเป็นพ่อที่ชั่วช้า ทำร้ายลูกสาวทางอ้อมและทำให้เรื่องบ้าๆ นี้เกิดขึ้น เขาไม่ควรได้รับการให้อภัยจากลูกสาวตัวเอง
“คุณสร... จะทำอะไรคะ!” สุภัทราเดินเข้าถือถาดกาแฟและขนมเข้ามาให้ห้อง เพราะเห็นว่าสามีไม่ยอมกินมื้อเย็น พอเปิดประตูมาเธอก็ตกใจจนทำถาดกาแฟตกแตกดังเพล้งใหญ่ เธอรีบเข้าไปจับมือของอวสรและพยายามแย่งปืนออกมา
“คุณน้ำ... ปล่อยผม!” เขาพยายามแย่งปืนออกมา แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อย
“ไม่ค่ะ คุณอย่าทำอะไรบ้าๆ ปัญหาทุกอย่างมีทางออกนะคะ อย่าทำอะไรแบบนี้เลย ฮือ...” สุภัทราร้องไห้ เธอกลัวเขาจะทำร้ายตัวเองมากที่สุดในชีวิตแล้ว
“ไม่... มันไม่มีทางออกสำหรับปัญหานี้ ผมเป็นพ่อที่แย่ เป็นพ่อที่สารเลวที่สุด!”
“ใจเย็นๆ วางปืนลงก่อนค่ะ ทำไมคุณไม่คิดล่ะคะ ว่าถ้าคุณฆ่าตัวตายไป แล้วน้ำกับชะเอมจะอยู่ยังไง” สุภัทราเข้าไปกอดสามี อวสรได้ยินประโยคนี้ก็ได้สติขึ้นมา
“น้ำ...”
“คุณก็รู้ว่าตั้งแต่ฉันแต่งงานกับคุณ ฉันก็เป็นแม่บ้าน ไม่ได้ทำงาน ขณะที่ลูกสาวคุณก็ยังเรียนอยู่ ถ้าขาดคุณไปสักคนใครแล้วพวกเราจะทำยังไง ตอนนี้คุณอาจจะโทษตัวเองที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่ปัญหานี้ไม่มีใครแก้ไขได้นอกจากคุณ คุณอยากตายเพราะไม่อยากแก้ปัญหาและไม่อยากรับรู้ปัญหา แต่สุดท้ายแล้วถึงไม่มีคุณ ฌอร์นก็จะต้องหาวิธีเอาชะเอมไปเป็นเมียเก็บเขาอยู่ดี” สุภัทราพูดไปร้องไห้ไป ทำให้อวสรตั้งสติได้
“น้ำ... มันก็จริงอย่างที่คุณว่า...”
“ขอปืนเถอะนะคะ อย่าทำแบบนี้เลย คุณจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ทิ้งคุณไปไหน” สุภัทราแย่งปืนจากสามีมาได้ก็โยนมันออกไปหน้าประตู เธอเข้าไปสวมกอดสามีตัวเองแน่นอย่างให้กำลังใจ เอมมาลินแอบยืนดูอยู่หน้าประตูก็ใจหาย เธอร้องไห้อย่างหนัก และรีบเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง
“น้ำ... ผมรักคุณมากนะ ขอบคุณที่คุณจะอยู่เคียงข้างผม”
“ฉันก็รักคุณค่ะ และฉันก็เชื่อว่าชะเอมจะเข้าใจคุณด้วย”
วันต่อมาฌอร์นมารับเอมมาลินที่บ้าน แต่เธอไม่ยอมลงมาหาเขา ไม่ว่าอวสรและสุภัทราจะช่วยกันเรียก แต่เธอก็ไม่ยอมเปิดประตูห้องให้ ฌอร์นรู้ดีว่าเธอคงจะไม่ยินยอมที่จะไปกับเขาโดยดีแน่นอน
“สรุปแล้วยังไงกันคุณสร” ฌอร์นถามอวสรเสียงเรียบ แต่แววตาวาวโรจน์
“เมื่อคืนผมบอกลูกไปแล้ว แต่...” เขาพูดค้างไว้แค่นั้นและหันไปมองประตูห้องนอนของเอมมาลินอย่างกังวลใจ เพราะลูกสาวไม่ได้ล็อกกลอนลูกบิดอย่างเดียว แต่เธอล็อกประตูจากด้านในด้วย
“พังประตู...” ฌอร์นพูดช้าๆ ทำให้อวสรและสุภัทราตกใจ
“อะไรนะครับ”
“พังประตู ผมจะให้ลูกน้องผมพังประตู” เขาย้ำอีกครั้งและเรียกนัทกับสิณเข้ามา ลูกน้องทั้งสองคนไม่ฟังเสียงเจ้าของบ้าน ออกแรงพังประตูไปสองสามครั้ง ประตูก็หลุดออก เขาเดินเข้าไปด้านในทันที ฌอร์นเห็นเอมมาลินยังอยู่ในชุดนอน นั่งตกใจอยู่บนเตียง ผมตรงยาวดำสนิทไปจนถึงกลางหลังยุ่งนิดๆ ดวงตาของเธอเบิกกว้าง
“พี่ฌอร์น!”
“ทุกคนออกไปข้างนอกก่อน ผมต้องการจะคุยกับเธอสองต่อสอง” เขาพูดอย่างถือสิทธิ์ อวสรมองลูกสาวด้วยความเป็นห่วง แต่จะค้านก็ไม่ได้
“ฌอร์น... ผมว่า...”
“ออกไปครับ” เขาหันไปและทำหน้าดุ อวสรและสุภัทราจำต้องลงไปรอด้านล่างพร้อมกับคนสนิทของฌอร์น
“ออกไปนะคะ พี่ไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องนอนของชะเอม!” เอมมาลินถอยหลังกรูดและมองเขาด้วยความหวาดกลัว ฌอร์นรู้สึกสนุกที่ได้เห็นหญิงสาวตัวเล็กแต่ทำใจกล้าต่อว่าเขา
“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ ฉันมีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้มากกว่าพ่อของเธอเสียอีก”
“ออกไป!” เธอกรีดร้องและเริ่มโวยวายไม่ได้สติ เอมมาลินคว้าหมอนได้ก็เหวี่ยงใส่เขาหลายใบ แต่เขาก็หลบและรับได้ทุกครั้ง เอมมาลินลุกขึ้นเพื่อจะวิ่งหนี แต่ถูกเขาล็อกตัวได้เสียก่อน
“จะไปไหน”
“ปล่อยนะคะ ปล่อยชะเอมนะ!” เอมมาลินร้องโวยวาย เขาผลักเธอลงบนเตียงนอนและคร่อมร่างบางของเธอไว้ เอมมาลินดิ้นขลุกขลักจนชุดนอนสีชมพูเลิกขึ้น เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่อง เขาเอามือปิดปากของเธอไว้ อีกมือหนึ่งก็รวบข้อมือของเธอแล้วชูขึ้นสูง
“อื้อๆๆ”
“ฟังฉันดีๆ นะชะเอม เธอต้องไปอยู่กับฉัน เธอไม่มีสิทธิ์เลือกหรือเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น เพราะมันเป็นข้อตกลงที่พ่อของเธอทำไว้กับฉัน พ่อของเธอเอาเงินฉันไปแล้ว 80 ล้านบาท แต่ถ้าเธอไม่ทำตามข้อตกลงหรือหนีไป ฉันจะจัดการคนที่เหลืออย่างสาสมที่สุด” เขาพูดน้ำเสียงเย็นยะเยือกและมีแววตาเย็นชา เอมมาลินเบิกตากว้าง ตัวสั่นไปหมด
“อื้อ...”
“ฉันพูดแค่นี้เธอคงจะเข้าใจ” เขาค่อยๆ ปล่อยมือตัวเองออกจากริมฝีปากของหญิงสาว เอมมาลินหายใจหอบระรัว รู้สึกกลัวคนตรงหน้าแบบขีดสุด
“อย่านะ...”
“ถ้าไม่อยากให้ฉันทำแบบนี้ ก็มาอยู่กับฉันดีๆ อย่าให้ฉันต้องใช้กำลังทำร้ายใครก่อน” เขาย้ำอีกครั้ง เอมมาลินร้องไห้น้ำตาไหล
“ฉันให้โอกาสเธอทำใจและเก็บข้าวของอีกหนึ่งวัน พรุ่งนี้ฉันจะมารับเธอไปเอง” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้เอมมาลินนั่งตัวสั่นสะท้านอย่างหวาดกลัวอยู่คนเดียว
ฌอร์นเดินลงมาช้าๆ เขามองหน้าอวสรและสุภัทราพร้อมยิ้มน้อยๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกขนลุกอย่างถึงที่สุด อวสรเดินเข้าไปหาฌอร์นและมองอย่างเป็นกังวล
“ฌอร์น...”
“ผมทำความเข้าใจกับลูกสาวคุณแล้ว ลูกสาวคุณตกลงจะไปกับผม ผมจะให้เวลาเขาเก็บของและทำใจหนึ่งวัน พรุ่งนี้ผมจะไปรับเขาด้วยตัวเองที่โรงเรียน ผมขอตัวก่อน” พูดจบฌอร์นก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้อวสรและสุภัทรามองหน้ากันอย่างเงียบๆ