บทที่ 6

849 Words
บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 6 วันต่อมาคุณหมอก็อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ แต่เรื่องสุขภาพจิตของแม่ถ้าไม่ดีขึ้นให้รีบพากลับมาพบแพทย์ เธอเรียกรถแท็กซี่ออกมาจากโรงพยาบาลและรถก็มาจอดให้ที่หน้าบ้านเช่า "ลงมาสิคะแม่" ลูกสาวลงรถแล้ว และเธอก็เดินอ้อมมาเปิดประตูให้แม่ "ไม่ต้องลงหรอก และข้าวของของพวกเธอฉันเก็บให้หมดแล้ว" ตอนที่เสน่หากำลังเปิดประตูรถให้แม่ก็ได้ยินเสียงนี้ดังมาจากด้านในของตัวบ้าน "มีอะไรหรือคะป้า" ป้าคนนี้เป็นเจ้าของบ้านเช่า "เธอพาแม่ไปหาที่อยู่ใหม่เถอะ" "แต่เราจ่ายค่ะประกันบ้านเช่าหลังนี้ไว้ล่วงหน้าสามเดือนนะคะ" "ถือว่าโมฆะ" "ทำไมป้าพูดแบบนั้นล่ะ" "ก็แม่เธอจะมาฆ่าตัวตายใส่บ้านฉันได้ยังไง ดีนะที่ไม่ตาย ถ้าตายขึ้นมาใครจะมาเช่าต่อ" "แต่ป้าก็ต้องคืนเงินค่ามัดจำให้ฉัน" "ใครจะบ้าคืนล่ะ เธอทำผิดเอง" "ตอนมาเช่าไม่มีกฎข้อไหนนี่คะ" "ฉันตั้งขึ้นมาตอนที่แม่เธอกรีดข้อมือจะฆ่าตัวตายนี่แหละ กระเป๋าของเธอฉันเก็บให้แล้ว" ว่าแล้วป้าเจ้าของบ้านก็โยนกระเป๋าสองใบวางลงตรงหน้าของเสน่หา "ป้าคืนเงินค่ามัดจำสามเดือนให้ฉันก่อนสิ" "ก็บอกว่าไม่คืนไง" "แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปเช่าบ้านหลังใหม่ล่ะ" "เรื่องของเธอสิ" "จ่ายค่าแท็กซี่ด้วยครับ" เจ้าของแท็กซี่เห็นท่าไม่ดีเลยทวงค่าแท็กซี่ก่อน เสน่หาล้วงเอาเงินออกมาจ่ายค่าแท็กซี่ พอหันไปป้าเจ้าของบ้านก็ล็อกประตูรั้วหน้าบ้านไว้แล้วก็เดินหนี "แม่" แต่พอหันกลับมาจะคุยกับแม่ก็เห็นว่าท่านกำลังจะเป็นลม "แม่ทำใจดีๆ ไว้นะ ไม่มีอะไรหรอกเดี๋ยวหนูหาที่อยู่ใหม่ให้แม่ก็ได้" "ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ทำไมพ่อของแกถึงทำแบบนั้น" "หนูไม่คิดว่ามันเป็นฝีมือของพ่อหรอก ต้องมีคนใส่ร้ายพ่อแน่" เธออยากหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพ่อกันแน่ แต่ก็ยังไปไหนไม่ได้เพราะต้องดูแลแม่ "แล้วเราจะทำยังไงดี แม่ไม่นอนข้างถนนนะ" "เราเดินออกไปเรียกรถข้างนอกกันก่อนค่ะ" เสน่หาหอบหิ้วเอากระเป๋าที่เจ้าของบ้านเก็บมาให้เดินนำหน้าแม่ไปก่อน แต่ขณะที่เดินไปเธอก็คอยหันกลับไปมองแม่ที่เดินตามมา ออกมาถึงหน้าปากซอย เสน่หาเลยให้แม่นั่งรออยู่ป้ายรถเมล์ ส่วนเธอออกมายืนรอโบกแท็กซี่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะให้ไปส่งที่ไหน "แม่คะได้รถแล้วค่ะ" หญิงสาวเดินมาหิ้วเอากระเป๋าพร้อมกับพยุงแม่เดินมาที่รถแท็กซี่ "จะให้ไปส่งที่ไหนครับ" พอได้ยินแท็กซี่ถามเสน่หาเลยหันไปมองดูแม่เพราะเธอไม่รู้ว่าจะให้พาไปที่ไหน "เราไปหาลุงกันไหม" "ลุงไหนคะ" "ญาติพ่อของเราไง" ครอบครัวเธอไม่ได้ติดต่อกับญาติของพ่อคนนี้นานแล้ว ถ้าบากหน้าไปหาตอนที่ลำบากจะดูน่าเกลียดไหม แต่ก็ไม่มีหนทางแล้วนี่ ไปขออาศัยอยู่สักพักหนึ่งท่านคงไม่แร้งน้ำใจหรอก บ้านของลุงคนนี้อยู่แถวปริมณฑล ให้แท็กซี่มาส่งที่นี่ก็เสียเงินไปหลายบาทอยู่ และเงินที่มีก็ค่อยๆ ร่อยหรอลงทุกที "ใช่หลังนี้หรือแม่" "ถ้าจำไม่ผิดคงเป็นหลังนี้ล่ะ" ลุงคนนี้เป็นพี่ชายของพ่อ แต่ก็เป็นพี่ชายที่ถูกรับมาเลี้ยง "มาทำไม" "สวัสดีค่ะคุณเอกคุณจำฉันได้ไหม ฉันเสาวรสภรรยาของคุณคุณานนท์" เสาวรสเคยมาที่นี่กับสามีครั้งหนึ่ง ตอนนั้นจำได้ว่าสามีอยากจะมาดูความเป็นอยู่ของพี่ชาย แต่ก็ถูกทางนี้ไล่ตะเพิด เพราะเหมือนว่าทั้งสองจะแตกหักกันไม่ดีนัก "ฉันถามว่ามาทำไม" "สวัสดีค่ะคุณลุง" "เอากองไว้ตรงนั้นแหละ" ได้ยินคำพูดแค่นี้เสน่หาก็รู้แล้วว่ามันจะออกหัวหรือออกก้อย "ตอนนี้เรากำลังเดือดร้อนอยากมาขออาศัยอยู่.." "ออกไป" เสาวรสพูดยังไม่จบด้วยซ้ำอีกฝ่ายก็ไล่ก่อน "ไปเถอะค่ะแม่" "พี่เอก พวกเราไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ" ปั้ง!! เสียงปิดประตูกระแทกอย่างแรง จนเสน่หารีบกอดแม่ไว้เพราะเธอกลัวแม่จะตกใจ "แม่เป็นอะไรไหมคะ" "แม่ไม่เป็นอะไรหรอก ลองเคาะประตูเรียกลุงอีกรอบสิลูก" "ไม่ต้องเรียกแล้วล่ะค่ะ" "แล้วคืนนี้เราจะไปนอนที่ไหนกัน" 🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD