บทที่ 8

1354 Words
hot love พิษรักเพลิงอัคคี บทที่ 8 "พูดตามตรงนะคะ เรื่องแจกันที่เสียหายมันไม่ได้เกี่ยวกับฉันเลย ฉันแค่เป็นคนกลางมาไกล่เกลี่ยให้" "ไม่ได้เกี่ยวกับคุณ? ผมกลับคิดว่ามันเกี่ยวกับคุณสะอีกเพราะคนทำแตกยังไม่เห็นโผล่หน้ามาเลย" "ฉันเป็นเด็กในบ้านนั้น ท่านเป็นนายผู้หญิง และท่านก็มีสิทธิ์ใช้ฉัน" "ก็นี่ไงเราก็วนกลับมาเรื่องเดิม ถ้าคุณอยากให้เรื่องนี้มันจบ คุณต้องไปทำงานกับผมเท่านั้น หรือไม่ก็เอาเงินตามที่ผมบอกมาคืนภายในสองวัน" "เดี๋ยวก่อนสิคะ" อยู่ดีๆ เขาก็ลุกเดินออกไป ข้าวปุ้นเลยต้องรีบเดินตามหลัง "หรือคุณมีเงินจะมาชดใช้ผมแล้ว" "เงินเยอะขนาดนั้นฉันไม่มีหรอกค่ะ ไหนๆ ฉันก็จะได้ไปช่วยงานคุณอยู่แล้ว" "มันไม่เหมือนกัน" "ฉันเข้าใจค่ะฉันก็จะช่วยงานคุณให้นานหน่อยไง ฉันคงลาออกจากที่นี่ไม่ได้ เพราะฉันมีคนที่ต้องทดแทนบุญคุณ" "ก็ได้ ถ้างั้นคุณก็ช่วยงานจนกว่าผมจะเป็นคนบอกให้พอ" "ถ้ามันนานหน่อยคุณก็คุยกับเจ้านายฉันเองแล้วกัน" "แล้วเรื่องที่พักเหมือนกันผมจะให้คุณมาพักด้วย" "คุณจะบ้าเหรอ" "ถ้างั้นก็ยกเลิก" "ฉันเป็นผู้หญิงคุณจะให้ไปพักด้วยได้ยังไง" "ผมพักอยู่โรงแรม หรือคุณคิดว่าผมจะให้คุณพักห้องเดียวกัน" "เอ่อ.." ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงดีย้ายออกจากบ้านหลังนั้นสุขภาพจิตของเธอก็คงจะดีขึ้นมาก แต่ถ้าย้ายออกเธอจะดูแลคุณพ่อของคุณหนูยังไงล่ะ "ถ้ามันตัดสินใจลำบากนักก็ไปคุยกันให้เข้าใจให้เคลียร์ก่อนแล้วค่อยมาคุยกับผม" เช้าของวันต่อมา.. จริงเหมือนที่เขาพูดนั่นแหละต้องคุยให้เคลียร์ก่อน ในใจเธอตอนนี้อยากออกจากบ้านมาก แต่มันยังมีบุญคุณที่ค้ำคออยู่นี่สิ "ว่ายังไงบ้าง" ยังไม่ลงจากรถเลย เจ้ากรรมนายเวรก็เดินมายืนอยู่หน้ารถแล้ว "คุณผู้หญิงอาจจะไม่ได้เสียเงินสักบาท แต่ทางนั้นบอกว่าให้ฉันไปทำงานใช้หนี้ให้" "มีแบบนี้ด้วยเหรอ งั้นแกก็รีบไปสิ" "ฉันต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น และต้องทำงานจนกว่าทางนั้นจะพอใจ" "ตกลงรีบเก็บของออกไปเลย" "ฉันยังไม่ได้คุยกับคุณอัปสรเลย" "แกจะไปคุยอะไรกับมัน ตอนนี้แกถือว่าเป็นคนของบ้านหลังนี้ส่วนมันไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้แล้ว" "ฉันขอคิดดูก่อนแล้วกัน" ว่าแล้วข้าวปุ้นก็เดินตรงไปทางห้องนอนของตัวเอง หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเธอก็ทิ้งตัวลงนอน แต่ยังไม่ทันได้หลับสนิทก็มีเสียงเคาะประตู "คุณผู้หญิงบอกว่าให้ออกไปซื้ออาหารมาให้หน่อย" "คนในบ้านมีตั้งเยอะทำไมไม่ใช้" "ก็ไม่รู้สินะ รีบไปรีบกลับด้วยล่ะ" เสียเวลาไปอีกเป็นชั่วโมง กว่าเธอจะกลับมาที่ห้องและก็เริ่มต้นนอนใหม่ ครั้งนี้หลับไปได้แค่ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูอีก "มีอะไร" "คุณผู้หญิงบอกให้เอาชุดไปที่ร้านซักอบรีดวันนั้น" "ก็ให้คนรถเอาไปสิ" "ก็ไปพูดกับคุณผู้หญิงเองสิ" "อะไรวะเนี่ย" ข้าวปุ้นดันตัวลุกขึ้นมาแบบหัวเสีย จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม ..เธอรู้ว่าที่เกตุแก้วทำไปคงก่อกวนให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้ วันต่อมาเหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้นอีกจนข้าวปุ้นทนไม่ไหวแล้ว คืนวันนั้นเธอเลยเข้าไปคุยกับเสี่ยนเรศวรเรื่องที่จะไปช่วยงานโรงแรม "ช่วงนี้ยุ่งหลายอย่างฉันลืมเรื่องนี้ไปเลย ทางนั้นว่ายังไงบ้าง" "ทางนั้นบอกว่าถ้าพร้อมเข้าไปได้เลยค่ะ ข้าวอาจจะไปนานหน่อยนะคะ" "ก็จนกว่างานจะลงตัวนั่นแหละ" "มีอีกเรื่อง ข้าวขอไปพักที่นั่นค่ะ" "คุณอัคคีว่ายังไงล่ะ" "เขาจะให้พักที่โรงแรมค่ะ" "ก็ดีเหมือนกันจะได้สะดวก ฝากเราด้วยนะ" ตอนช่วงงานแต่งของคู่แฝดทางนั้นก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายสักบาท แถมยังจัดงานออกมาให้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง พอทางนั้นต้องการความช่วยเหลือนเรศวรเลยไม่ปฏิเสธ "เสี่ยช่วยบอกคุณอัปสรด้วยนะคะ ว่าข้าวอาจจะไม่ได้พักที่บ้านสักระยะ" "ได้สิ" "อีกอย่าง คุณอัปสรเป็นห่วงเรื่องพ่อค่ะ" "ฉันเข้าใจ เดี๋ยวฉันจะส่งคนเข้าไปดูแลท่าน" "จริงหรือคะเสี่ย" เหมือนยกภูเขาออกจากอกยังไงไม่รู้ ถ้าให้เธอคิดเองคงคิดไม่ออก โชคดีที่นำเรื่องมาพูดกับเจ้านาย ข้าวปุ้นออกมาจากห้องของเสี่ยนเรศวร ก็ตรงไปที่ห้องหัวหน้า วันนี้อลิสและระย้ากลับมาทำงานแล้ว "หวังว่าคงได้ยินข่าวดีเร็วๆ นะคะคุณข้าว" ทั้งสองได้ยินเรื่องที่ข้าวปุ้นมาแจ้งว่าจะไม่ได้อยู่สักระยะก็รู้แล้วว่าจะไปไหน "ข่าวดี?" "ก็ไปอยู่ใกล้คนที่ตัวเองสนใจไงคะ" โอ๊ยลืมไปอีกแล้วเรา หลายวันมานี่เรื่องแจกันทำให้เธอปวดหัวมากจนลืมเรื่องที่เคยโกหกระย้าไว้เลย "ไฟท์ติ้งนะคะ" "....ค่ะ" วันต่อมาที่โรงแรม.. "ฉันมาขอพบคุณอัคคีค่ะ" ผู้หญิงที่กำลังจะเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ได้ยินว่ามีคนมาขอพบอัคคีเลยหยุดแล้วหันกลับไปมอง "เธอมาพบคุณอัคคีทำไม" ข้าวปุ้นหันไปมองคนที่ถามโดยที่ยังไม่ให้คำตอบ เพราะเธองงกับน้ำเสียงที่ใช้ถาม "ฉันถามว่าเธอมีธุระอะไรมาพบอัคคี" สายตาคนที่ถามมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ฉันจะมาช่วยงานที่นี่ค่ะ" "ช่วยงาน? ช่วยงานอะไร??" "เรื่องนี้คุณไปถามคุณอัคคีดูเองดีกว่าไหมคะ" "ที่นี่ไม่มีงานให้เธอต้องช่วย กลับไปซะ" "มีอะไรกัน" "พี่เพลิง" น้ำเสียงเมื่อครู่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่อพูดกับผู้ชายที่เข้ามาใหม่ "คุณมีธุระอะไรครับ" เพลิงก็คือพี่ชายแท้ๆ ของอัคคีและเป็นผู้บริหารระดับสูงของที่นี่ และผู้หญิงคนที่คุยกับข้าวปุ้นก็คือลูกสาวของหุ้นส่วน ถึงแม้จะยังไม่มีตำแหน่งตายตัวแต่ก็วนเวียนอยู่แถวนี้ "ฉันจะมาช่วยงานคุณอัคคีค่ะ ถ้าพวกคุณอยากรู้ก็ถามคุณอัคคีดู" "เดี๋ยวอัคคีก็คงลงมา" "พนักงานที่นี่ของเราก็เยอะแยะทำไมต้องให้คนนอกเข้ามาช่วยด้วยล่ะคะ" "มีคนมาฝากเอกสารไว้ให้ฉันหรือยัง" เพลิงหันไปคุยกับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์โดยที่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้แล้ว "พี่เพลิงคะ" "ซัมเมอร์!" เพลิงรู้ว่าซัมเมอร์ลูกสาวหุ้นส่วนมีนิสัยยังไง โชคดีที่เธอไม่ได้เล็งเขาไว้ "ผู้หญิงคนนี้ต้องหว่านเสน่ห์ให้คุณอัคคีแน่เลยค่ะ" "มีอะไรก็ไปคุยกับเจ้าตัวเองเดินมาโน่นแล้ว" เพลิงหยิบเอกสารจากพนักงานแล้วก็เดินออกไปข้างนอกเพราะต้องไปคุยงาน "อัคคีคะ" ซัมเมอร์อายุเยอะกว่าอัคคีสองปีเลยจะเรียกพี่เหมือนเรียกเพลิงไม่ได้ "คุณมาแล้วเหรอ" อัคคีเดินตรงเข้าไปหาข้าวปุ้นโดยไม่ได้สนใจซัมเมอร์ที่เดินตรงดิ่งเข้ามาหาตัวเอง "....ค่ะ" "ตามผมขึ้นมาข้างบนสิ" "แต่เรามีนัดไปทานข้าวกันนะคะ" "ผมคงไปไม่ได้แล้ว คุณชวนพนักงานแถวนี้ไปทานเป็นเพื่อนแล้วกัน" "อัคคีคะ!" "??" ข้าวปุ้นเดินตามหลังอัคคีไปแบบงงๆ คนพวกนี้มีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่วะเนี่ย 🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD