bc

ปิ๊งรักรสองุ่น

book_age18+
306
FOLLOW
2.0K
READ
forbidden
family
HE
friends to lovers
arranged marriage
heir/heiress
sweet
kicking
assistant
like
intro-logo
Blurb

เมื่อ อินทิรา ผู้จัดการไร่องุ่นคนใหม่เดินทางมาถึง "ไร่องุ่นชมดาว" เธอไม่รู้เลยว่าโชคชะตาจะนำพาเธอมาพบกับ เตชินท์ ทายาทเจ้าของไร่หนุ่มผู้เย็นชาทั้งสองถูกผูกพันกันด้วยแผนการของท่านขุนเดช คุณปู่เจ้าของไร่ผู้ต้องการชำระตราบาปในอดีต ท่านจึงเลือกอินทิราให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวบทใหม่การมาของเธอจะเปลี่ยนทุกอย่างให้ดีขึ้น หรือจะนำพาไปสู่เรื่องราวที่เจ็บปวดกว่าเดิม

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1
ณ ไร่องุ่นชมดาว ปากช่อง บนพื้นที่ 500 ไร่ที่ทอดยาวราวพรมสีเขียวสด แสงอรุณแรกแย้มสีชมพูอ่อนแต้มขอบฟ้า ไอหมอกจางๆ เคล้าคลออยู่ระหว่างแถวองุ่นที่เรียงรายเป็นระเบียบ ราวกับภาพวาดที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์ อินทิรา พัชรนิธิวงศ์ หรือ เอย หญิงสาววัย 25 ปี ใบหน้าสวยหวานราวกลีบกุหลาบแรกแย้ม สวมชุดชาวไร่สีอ่อนที่ดูกระฉับกระเฉง มือเรียวเล็กของเธอกำลังประคองพวงองุ่นสีเขียวที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงระเรื่ออย่างเบามือ แสงแดดยามเช้าส่องกระทบผิวกายขาวเนียนของเธอ ราวกับมีรัศมีอ่อนๆ แผ่ออกมา ดวงตากลมโตเป็นประกายดุจน้ำค้างยามเช้า จ้องมองพวงองุ่นอย่างใส่ใจ เธอใช้นิ้วเรียวเล็กเกลี่ยใบไม้ที่บังแสงออกอย่างนุ่มนวล ราวกับกลัวว่าองุ่นลูกน้อยจะบอบช้ำ เธอพิถีพิถันในการดูแลทุกรายละเอียดเล็กน้อย "อีกไม่นาน พวกเธอคงจะหวานฉ่ำเต็มที่นะ" อินทิราพึมพำเสียงหวานกับพวงองุ่นเบาๆ ราวกับกำลังกระซิบกระซาบกับเพื่อนสนิทที่เข้าใจกัน เธอค่อยๆ เดินเลาะเลียบไปตามแถวองุ่นอย่างช้าๆ สังเกตการณ์ความสมบูรณ์ของแต่ละต้นอย่างละเอียด มือเรียวเล็กของเธอสัมผัสใบองุ่นและผลองุ่นอย่างอ่อนโยน ราวกับต้องการรับรู้ถึงการเติบโตของพวกมัน เสียงลมพัดเบาๆ หวิวผ่านใบองุ่น คล้ายเสียงดนตรีที่ธรรมชาติบรรเลง แสงแดดยามเช้าที่ค่อยๆ แรงขึ้น สาดส่องให้เห็นความเขียวขจีและความมีชีวิตชีวาของไร่องุ่นแห่งนี้ อินทิราหยุดยืนมองทัศนียภาพเบื้องหน้า รอยยิ้มบางๆ แต่งแต้มบนใบหน้าสวยหวานของเธอ ความรักและความผูกพันที่มีต่อไร่องุ่น "ชมดาว" แห่งนี้ เปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เสียงเครื่องยนต์เจ็ตค่อยๆ เบาลง พร้อมกับการสัมผัสพื้นรันเวย์อย่างนุ่มนวล เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่จากสหราชอาณาจักรได้นำพาผู้โดยสารมาถึงจุดหมายปลายทาง สนามบินสุวรรณภูมิในยามสายของวัน แสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดผ่านกระจกหน้าต่างเครื่องบินเข้ามา ผู้โดยสารเริ่มทยอยลุกจากที่นั่ง สัมภาระเหนือศีรษะถูกเปิดออก บรรยากาศภายในห้องโดยสารคึกคักขึ้นเล็กน้อย แต่สายตาหลายคู่กลับจับจ้องไปยังร่างสูงสง่าที่ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เตชินท์ พิมุกต์เมธานนท์ ชายหนุ่มวัย 36 ปี ในชุดเสื้อเชิ้ตกันแดดสีดำเนื้อดีที่ขับเน้นรูปร่างกำยำของเขาได้อย่างลงตัว กางเกงสแล็คสีเข้มและรองเท้าหนังขัดเงาบ่งบอกถึงรสนิยมที่เรียบหรู ใบหน้าคมสันได้รูปรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมกริบคู่สีน้ำตาลเข้มฉายแววเฉลียวฉลาดและเด็ดเดี่ยว กรอบหน้าหล่อเหลาที่ไร้หนวดเคราเผยให้เห็นผิวพรรณสะอาดสะอ้าน เส้นผมสีดำสนิทถูกจัดแต่งอย่างดีบ่งบอกถึงความเป็นคนมีระเบียบ แม้จะเพิ่งเดินทางมาไกล แต่เขากลับดูสดชื่นและสง่าราวกับนายแบบบนรันเวย์ เตชินท์ยกกระเป๋าเดินทางล้อลากสีดำสนิทลงจากช่องเก็บสัมภาระอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางของเขาดูสุขุมและมั่นใจ ทุกการเคลื่อนไหวดูมีเสน่ห์ดึงดูดสายตา เมื่อเดินลงจากเครื่องมายังอาคารผู้โดยสาร เขาเดินอย่างไม่เร่งรีบ แต่ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น บริเวณประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้า ชายหนุ่มในชุดสูทสีสุภาพ ถือป้ายกระดาษสีขาวเขียนด้วยตัวอักษรสีดำเด่นชัดว่า "คุณเตชินท์" เมื่อเห็นร่างสูงสง่าของเตชินท์เดินเข้ามาใกล้ เขาก็ยกป้ายขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับโค้งศีรษะทักทาย เตชินท์เหลือบมองป้าย ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปากให้กับชายคนนั้น ร่างสูงสง่าของเตชินท์เดินตรงไปยังชายร่างกำยำ ผิวเข้ม ที่ยืนรออยู่ข้างรถเข็นสัมภาระ เมื่อเห็นหน้าชัดเจน เตชินท์ก็ทักทายด้วยรอยยิ้มบางๆ "อัคนี สบายดีนะ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทาย อัคนีก้มศีรษะให้เตชินท์เล็กน้อย ดวงตาคมเข้มเป็นประกายยินดี "สบายดีครับคุณเตชินท์ ยินดีต้อนรับกลับมาครับ" ว่าแล้วก็ก้าวเข้าไปรับกระเป๋าเดินทางล้อลากสีดำสนิทจากมือของเตชินท์อย่างคล่องแคล่ว "เชิญทางนี้ครับคุณเตชินท์ รถจอดรออยู่ทางนี้ครับ" อัคนีผายมือไปทางลานจอดรถ ก่อนจะนำทางเตชินท์ไปยังรถเปิดประทุนคันโตสีดำมันวาว ยี่ห้อ Rolls-Royce Dawn ที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่ไม่ไกลนัก ตัวรถดูหรูหราและทรงพลังสมกับฐานะ อัคนีจัดการเก็บกระเป๋าเดินทางสีดำสนิทไว้ในที่เก็บของท้ายรถอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูฝั่งคนขับให้เตชินท์อย่างนอบน้อม เตชินท์ก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังสีครีมนุ่มสบาย ปรับท่านั่งเล็กน้อย ก่อนจะวางมือบนพวงมาลัยหนังแท้ อัคนีเมื่อเห็นว่าเจ้านายขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ก็เดินถอยหลังออกมาเล็กน้อย ยืนมองด้วยความเคารพ เครื่องยนต์คำรามเบาๆ อย่างทรงพลังเมื่อเตชินท์สตาร์ทรถ รถหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากบริเวณลานจอดรถของสนามบินสุวรรณภูมิอย่างนุ่มนวล เลี้ยวเข้าสู่ถนนหลักที่ทอดยาวสุดสายตา รถทะยานไปบนถนนอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เบื้องหลังซึ่งความวุ่นวายของสนามบินสุวรรณภูมิ ทิวทัศน์สองข้างทางค่อยๆ แปรเปลี่ยน จากตึกสูงระฟ้าที่เคยคุ้นตา กลายเป็นทุ่งนาสีเขียวสดที่ไหวเอนตามแรงลม และขุนเขาน้อยใหญ่ที่ทอดตัวยาวสุดสายตา ถนนเบื้องหน้าทอดยาวราวกับริบบิ้นสีดำที่นำทางไปสู่จุดหมายปลายทางอันแสนคุ้นเคย ไร่องุ่นชมดาว เตชินท์ขับรถด้วยท่วงท่าที่คล่องแคล่วและมั่นใจ มือแกร่งกำพวงมาลัยหนังแน่น ดวงตาคมเข้มจับจ้องอยู่บนเส้นทางเบื้องหน้า แต่ในห้วงความคิดกลับล่องลอยไปยังภาพของไร่องุ่นเขียวขจี ผืนดินกว้างใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วยความทรงจำอันแสนอบอุ่น ภาพของแถวองุ่นที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา และกลิ่นดินที่คุ้นเคย ความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้หยั่งรากลึกในหัวใจของเขามานานแสนนาน รถสปอร์ตสีดำทะยานไปบนถนนอย่างราบรื่น แสงแดดยามสายส่องกระทบตัวรถเป็นประกายวาววับ ทิวทัศน์สองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ บ่งบอกว่าเขากำลังเดินทางออกจากความพลุกพล่านของเมืองหลวง เข้าสู่ความสงบและร่มรื่นของธรรมชาติ แนวเขาเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น แสงแดดสาดส่องลงมากระทบผืนดินและต้นไม้ สร้างเงาที่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะการขับขี่ ราวกับมีชีวิต ณ ไร่องุ่นชมดาว แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านใบองุ่นหนาทึบลงมากระทบผืนดิน อินทิราเดินทอดน่องมาหยุดอยู่ตรงหน้าต้นองุ่นที่แผ่กิ่งก้านสาขากว้างใหญ่ ลำต้นของมันดูเก่าแก่ ผิวเปลือกขรุขระราวกับร่องรอยของกาลเวลา นี่คือต้นองุ่นที่อยู่คู่ไร่ชมดาวมานานแสนนาน ต้นที่เธอเรียกด้วยความเคารพว่า "คุณปู่" หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งชันเข่าข้างโคนต้น มองลำต้นใหญ่ด้วยแววตาอ่อนโยน ราวกับกำลังจ้องมองผู้สูงอายุที่เธอรักและเคารพ "คุณปู่คะ วันนี้อากาศดีจังเลยนะคะ" อินทิราเอ่ยเสียงหวาน ราวกับกำลังกระซิบกระซาบ "หนูมาเยี่ยมค่ะ สบายดีไหมคะ" สายลมพัดเบาๆ ผ่านใบองุ่น เกิดเสียงซ่า...ราวกับเสียงตอบรับจากธรรมชาติ อินทิรายิ้มบางๆ "ปีนี้องุ่นออกลูกดกเลยนะคะ คุณปู่คงดีใจใช่ไหมคะ" เธอเงยหน้ามองพวงองุ่นที่ห้อยระย้าเต็มต้น สีม่วงอมเขียวดูสดใส "หนูดูแลพวกเขาทุกวันเลยค่ะ ตั้งใจว่าจะให้ได้คุณภาพดีที่สุด เหมือนที่คุณปู่เคยให้มาตลอด" อินทิราใช้มือเรียวลูบไล้ไปตามเปลือกไม้ขรุขระอย่างเบามือ "คุณปู่รู้ไหมคะ ว่าช่วงสองปีที่หนูมาอยู่ที่นี่ หนูรู้สึกผูกพันกับที่นี่มากเลยค่ะ โดยเฉพาะกับคุณปู่ เวลาที่หนูมองคุณปู่ หนูรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความอดทน" เธอถอนหายใจแผ่วเบา "บางทีหนูก็รู้สึกเหนื่อยนะคะ กับเรื่องต่างๆ ที่ต้องตัดสินใจ แต่พอมองมาที่คุณปู่ ที่ยืนหยัดมาตั้งนาน หนูก็มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ" อินทิราเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรอฟังคำแนะนำจากต้นองุ่นใหญ่ "คุณปู่คะ หนูอยากให้ไร่ชมดาวของเราเติบโตไปได้ด้วยดี อยากให้องุ่นของเราเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับมากกว่านี้ หนูควรจะทำยังไงดีคะ" ลมพัดแรงขึ้นเล็กน้อย ใบองุ่นไหวเอน ราวกับการพยักหน้า อินทิรามองดูอย่างตั้งใจ แล้วคลี่ยิ้มออกมา "ขอบคุณนะคะคุณปู่ หนูเข้าใจแล้วค่ะ หนูจะตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุด จะดูแลไร่ของเราให้สมกับที่คุณปู่เริ่มต้นบุกเบิกไร่นี้มา" เธอเงยหน้ามองพวงองุ่นอีกครั้ง แววตามุ่งมั่น "ปีนี้ เราจะเก็บเกี่ยวองุ่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยค่ะ คุณปู่คอยดูนะคะ" อินทิรายกมือสัมผัสลำต้นองุ่นอีกครั้งด้วยความเคารพ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืน หันหลังให้กับ "คุณปู่" แล้วเดินกลับไปยังแปลงองุ่นอื่นๆ ด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความหวัง

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook