บทที่ 9 : บึงแห่งการผนึก และการถ่ายทอดความทรงจำ

1782 Words
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูถ้ำสู่หุบเขาแห่งภูต เอเดนและคลีโอก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พลังงานเวทมนตร์ในอากาศที่เคยรู้สึกถึงการถูกควบคุมโดยสภาฯ ได้จางหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยพลังงานดิบที่ปั่นป่วนและเก่าแก่ หุบเขาเบื้องหน้าของพวกเขาเป็นสถานที่ที่แปลกประหลาด ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ ทำให้แสงสว่างมีสีเทาอมเขียว ต้นไม้มีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ และมีความเงียบงันที่กดดันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง "นี่คือเขตอาคมที่แท้จริง" คลีโอพูดเสียงแผ่ว "พลังของสภาฯ ไม่อาจเข้ามาถึงที่นี่ได้แต่พลังงานในหุบเขานี้ก็อันตรายสำหรับผู้มีเวทมนตร์เช่นกัน" เอเดนรู้สึกถึงรอยเงาสะท้อนบนแขนซ้ายของเขาที่กำลังสั่นอย่างรุนแรง มันไม่ได้สั่นด้วยความกลัวแต่ด้วย ความหิวโหยราวกับว่าหุบเขานี้มีบางสิ่งที่เชื้อเชิญให้พลังของเขาออกมา 'ในที่สุด... เราก็มาถึง' เสียงของไซรัสในความคิดของเอเดนดังขึ้นอย่างชัดเจนและทรงพลังกว่าที่เคย 'เอเดน เจ้าต้องมุ่งหน้าไปสู่ใจกลางหุบเขา... ที่นั่นคือบึงแห่งการผนึกที่ซึ่งข้าถูกอัญเชิญมาครั้งแรก' "บึงแห่งการผนึก?" เอเดนถามในใจ "ทำไมข้าต้องไปที่นั่น?" 'เพราะที่นั่นคือจุดเชื่อมต่อที่พลังของเจ้าแข็งแกร่งที่สุด และเป็นที่เดียวที่ข้าสามารถ ถ่ายทอดความทรงจำทั้งหมด ให้เจ้าได้ เพื่อให้เจ้าเข้าใจถึงหายนะที่แท้จริงก่อนที่เซโนฟัสจะตามมาถึง' คลีโอเห็นเอเดนยืนนิ่ง ดวงตาของเขามองเหม่อราวกับกำลังสนทนากับใครบางคน นางจึงสะกิดแขนเขาเบา ๆ "เอเดน! เจ้า เป็นอะไรไป? เจ้ากำลังคุยกับ... ภูตจันทราใช่หรือไม่?" เอเดนพยักหน้า "ไซรัสกำลังนำทางเราไปที่บึงแห่งการผนึก เขาบอกว่าที่นั่นมีคำตอบทั้งหมดเกี่ยวกับพลังของ ข้าและความจริงของสภาฯ" คลีโอแสดงสีหน้าตื่นตระหนก "บึงแห่งการผนึก? ไม่ ได้นะเอเดน! นั่นคือสถานที่ที่ถูกกล่าวขานว่าวิญญาณของผู้ที่ถูกผนึกยังคงวนเวียนอยู่ผู้คนถูกเตือนไม่ให้เข้าไปใกล้ เพราะมันจะดูดกลืนจิตวิญญาณของพวกเขา!" "แต่ถ้าที่นั่นคือที่ที่พลังของข้าสามารถทำงานได้สมบูรณ์ ข้าก็ไม่มีทางเลือก" เอเดนยืนกราน ทันใดนั้นแสงสีดำจากเงาสะท้อนบนแขนของเอเดนก็ส่องสว่างขึ้น มัน ไม่ได้เป็นรูปทรงของอสูรแต่เป็นเส้นทางสีดำสลัวที่ปรากฏบนพื้นดิน มันพุ่งตรงไปยังใจกลางหุบเขา 'จงตามรอยที่ข้าเปิดให้ไปเอเดนนั่นคือเส้นทางที่ถูกสร้างขึ้นจากความกลัวของข้าเอง มันจะไม่ทำอันตรายพวกเจ้า' ไซรัสเร่งเร้า ขณะที่พวกเขากำลังจะออกเดินทางจู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากทางด้านหลัง เสียงย่ำของนักรบที่ชาญฉลาด ดาร์เรนชายหนุ่มจากชนเผ่าไร้จันทร์ เดินตามเข้ามาในหุบเขา เขาเดินอย่างระมัดระวัง ดวงตาของเขากำลังสอดส่องไปทั่ว "พวกเจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเข้ามาในเขตศักดิ์สิทธิ์นี้โดยไร้ผู้ดูแลหรือ?" ดาร์เรนกล่าวอย่างไม่ไว้วางใจ เขายังคงเล็งธนูไว้ที่เอเดน "เรากำลังมุ่งหน้าไปที่บึงแห่งการผนึก" คลีโอตอบ "บึงแห่งการผนึก!" ดาร์เรนอุทานด้วยความตกใจ "นั่นคือหัวใจของอาคมโบราณ! ข้าไม่สามารถให้เจ้าทำลายสมดุลของหุบเขานี้ได้!" เอเดนรู้ว่าเขาต้องทำให้ดาร์เรนเชื่อในความตั้งใจของพวกเขา "เราไม่ได้มาเพื่อทำลาย" เอเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "แต่มาเพื่อค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้โดยสภาจันทรา... ข้าคือ 'ผู้อัญเชิญแห่งความกลัว' ที่พวกเขาตามล่าและข้าต้องรู้ว่าเหตุใดพลังของข้าจึงเกี่ยวข้องกับหายนะในอดีต" ดาร์เรนลังเล เขาหันไปมองรอยเงาสีดำที่นำทางไปตามพื้นดิน แล้วมองกลับมาที่ดวงตาของเอเดน "ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคือใครแต่ข้าเชื่อในสิ่งที่ข้าเห็น" ดาร์เรนลดธนูลงช้าๆ "พลังของเจ้าไม่ใช่พลังของสภาฯ และเจ้าก็เป็นศัตรูของพวกมัน" "ข้ายอมให้เจ้าไปแต่ข้าจะไปกับเจ้าด้วย" ดาร์เรนประกาศ "หากเจ้าพยายามทำลายอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์นี้ ข้าจะเป็นคนแรกที่ปลิดชีวิตเจ้าด้วยธนูของข้าเอง" เอเดนพยักหน้ารับเงื่อนไข เขาได้พันธมิตรที่พร้อมจะปกป้องเขาและพร้อมจะฆ่าเขาในเวลาเดียวกัน! การเดินทางเข้าสู่ใจกลางหุบเขาแห่งภูตจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีความลับโบราณและอันตรายถึงชีวิตรอคอยอยู่เบื้องหน้า การเดินทางสู่ใจกลางหุบเขาเป็นไปอย่างเชื่องช้า เส้นทางสีดำสลัวที่เกิดจากเงาสะท้อนของเอเดนนำทางพวกเขาผ่านภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหินแหลมคมและรากไม้ที่คดเคี้ยว ดาร์เรนเดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง สายตาของเขาสอดส่องไปทั่วเพื่อเตือนถึงกับดักทางธรรมชาติและพลังงานที่ปั่นป่วน "ที่นี่ถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษ" ดาร์เรนอธิบายด้วยเสียงต่ำ "เวทมนตร์ในอากาศนั้นบ้าคลั่ง มันจะเข้าแทรกแซงจิตใจของเจ้าถ้าเจ้าปล่อยให้มันทำได้" เอเดนรู้สึกถึงแรงกระตุ้นอย่างต่อเนื่องที่ทำให้เขาต้องใช้พลังเงาสะท้อนออกมาเพื่อ 'ดูดซับ' ความกลัวที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ แต่เขาก็จำต้องอดทนไว้เพราะเขารู้ว่าถ้าสูญเสียการควบคุมอีกครั้ง พวกเขาจะตกอยู่ในอันตราย หลังจากเดินมาได้ชั่วโมงกว่า พวกเขาก็มาถึงจุดหมาย บึงแห่งการผนึก มันเป็นบึงขนาดใหญ่ที่น้ำมีสีดำสนิทสะท้อนเพียงแสงสีเทาหม่นจากท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยหมอก ตรงกลางบึงมีเสาหินขนาดมหึมาสลักด้วยยันต์โบราณที่ไม่รู้จักลอยอยู่มันคือศูนย์กลางของอาคมผนึกโบราณที่กักขังไซรัสไว้ 'มาถึงแล้วเอเดน' เสียงของไซรัสเต็มไปด้วยความอ่อนล้าแต่ก็มีความตื่นเต้นแฝงอยู่ 'เจ้าต้องมาถึงที่นี่เพียงลำพัง' "ไซรัสกล่าวว่าข้าต้องไปที่เสาหินนั่นเพียงลำพัง" เอเดนบอกกับคลีโอและดาร์เรน "ไม่ได้!" คลีโอปฏิเสธทันที "มันอันตรายเกินไป! ดูพลังงานที่หมุนวนรอบเสาหินนั่นสิ มันพร้อมที่จะฉีกวิญญาณของเจ้าได้ทุกเมื่อ!" "มันเป็นพิธีการโบราณ" ดาร์เรนแทรกขึ้น "ถ้าภูตจันทราต้องการถ่ายทอดพลังหรือความทรงจำจริงเจ้าก็ต้องสัมผัสกับแก่นแท้ของการผนึกนั้น" เอเดนหันไปมองคลีโอ "ถ้าข้าไม่ทำตอนนี้เราก็จะไม่มีความรู้เพียงพอที่จะสู้กับเซโนฟัสได้" เขาก้าวลงไปในน้ำสีดำของบึงน้ำเย็นจัดกัดกินผิวหนังของเขาอย่างรวดเร็ว เอเดนว่ายน้ำมุ่งหน้าไปยังเสาหินที่ลอยอยู่โดยมีเงาสะท้อนที่แขนซ้ายเรืองแสงสีดำสลัวนำทาง เมื่อเอเดนสัมผัสเสาหินโบราณ มือของเขาที่เคยมีเงาสะท้อนฝังอยู่ ก็ประสานเข้ากับยันต์โบราณได้อย่างสมบูรณ์ เปรี้ยง! กระแสพลังงานสีเงินสว่างจ้าจากไซรัสพุ่งตรงจากเสาหินเข้าสู่ร่างของเอเดนอย่างรุนแรงพลังนั้นไม่ใช่แค่เวทมนตร์แต่เป็นการถาโถมของความทรงจำ ภาพในความคิดของเอเดนแตกสลาย เขามองเห็นตนเองถูกดึงเข้าไปในอดีต: ภาพแรก: อัลคาริสในอดีตอันรุ่งโรจน์ ผู้คนใช้เวทมนตร์อัญเชิญอย่างอิสระก่อนจะมีผู้อัญเชิญคนหนึ่งนามว่า 'อาร์เทม' ที่พยายามใช้พลังแห่งการควบคุมจิตใจเพื่อสร้างโลกที่ปราศจากความกลัว ภาพที่สอง: ไซรัสภูตจันทราถูกอัญเชิญมาโดยกลุ่มนักปราชญ์โบราณเพื่อใช้พลังในการต่อต้านการควบคุมจิตใจของอาร์เทมแต่ไซรัสแข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกควบคุมได้และการต่อสู้ของทั้งคู่ได้ทำให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ที่ลบความทรงจำของผู้คน ภาพที่สาม: เซโนฟัสในวัยหนุ่มเป็นหนึ่งในผู้นำสภาฯ ที่รอดชีวิต ตัดสินใจใช้ความกลัวที่เหลืออยู่จากการต่อสู้เป็นเครื่องมือในการสร้างระเบียบใหม่ด้วยการลบความจริงที่ว่าภัยพิบัติเกิดจากผู้อัญเชิญและภูตจันทราเองและสร้างเรื่องเล่าใหม่ที่ทำให้สภาฯ มีอำนาจสูงสุด "ข้าไม่ใช่บุตรแห่งความว่างเปล่า... ข้าคือเงาสะท้อน ของสิ่งที่พวกเจ้าพยายามลบ!" เอเดนตะโกนในความคิด ความทรงจำสุดท้ายที่ไซรัสถ่ายทอดคือ 'ความหวัง': กุญแจสำคัญในการควบคุมพลังเงาสะท้อนอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่การทำลาย แต่คือการหาแก่นแท้ของความกลัวที่ก่อกำเนิดขึ้นมาเพื่อแปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็น พลังแห่งการเยียวยา พลังงานสีเงินสิ้นสุดลง เอเดนลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ ร่างกายอ่อนแรงแต่จิตใจของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงที่หนักอึ้ง ทันใดนั้น เสียงเตือนที่แท้จริงก็ดังขึ้น 'เอเดน! พวกเขามาแล้ว! เซโนฟัสมาถึงอาณาเขตหุบเขาแล้ว!' เสียงของไซรัสขาดหายไป เอเดนรีบว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง คลีโอรีบเข้ามาประคองเขา "เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า? เจ้าเห็นอะไรมา?" คลีโอถามอย่างกระวนกระวาย เอเดนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง "คลีโอ... ดาร์เรน... เซโนฟัสไม่ได้กลัวแค่พวกเราแต่เขากลัวทุกสิ่งที่เปิดโปงความจริง" เอเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง "เขามาที่นี่เพื่อยึดครองไซรัสและผนึกความจริงไปตลอดกาล" ดาร์เรนหันไปมองทางเข้าหุบเขา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "ท่านพูดความจริง... ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเป็นองครักษ์ธรรมดา! นั่นคือหัวหน้าสภาจันทรา!" ท้องฟ้าเหนือหุบเขาที่เคยเป็นสีเทาหม่นค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแสงจันทร์สีแดงเข้มที่น่ากลัว แสงนั้นกำลังส่องทะลุอาคมโบราณของหุบเขาเข้ามาอย่างช้าๆ เอเดนรู้ดีว่าเขาไม่สามารถหนีได้อีกต่อไป การเผชิญหน้ากับเซโนฟัสเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ "ข้ารู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร" เอเดนยืนหยัดขึ้น "แต่ข้า ต้องการความช่วยเหลือจาก เจ้าทั้งสอง... ในการดึงพลังของข้าออกมาเป็นครั้งสุดท้าย!"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD