เฟรญ่านอนหลับไปด้วยความเพลียและอากาศที่เย็นสบายทำให้หญิงสาวหลับลึกลงไปกลางดึกที่เงียบสงัดเงียบจนได้ยินเสียงหอบหายใจของตัวเธอเอง
“อย่าเข้ามานะ”
เฟรญ่ากำลังวิ่งหนีงูขนาดใหญ่ซึ่งเรื่อยตามหญิงสาวมา ความกลัวทำให้หญิงสาวตรงวิ่งหนีแม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่ก็ต้องวิ่งหนีอสุรกายขนาดใหญ่
“ไม่นะอย่าตามมาสิ แฮ่กๆๆๆๆ” แม้จะวิ่งหนีเพียงใดงูตัวนั้นก็เลื่อยตามมาไม่ห่างจนทำให้หญิงสาวรู้สึกกลัวขึ้นมา
“โอ๊ยยย” เฟรญ่าวิ่งมาสะดุดล้มกับก้อนหินงูตัวนั้นจึงเลื่อยตามมาทันแล้วแผ่แม่เบี้ยเพื่อเตรียมจะฉกหญิงสาวเฟรญ่าจึงหันไปรอบๆเห็นก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือจึงหยิบขึ้นมาถือไว้ แต่งูตัวนั้นก็เข้ามารัดตัวเธอไว้เหมือนจะขาดอากาศหายใจเข้าไปทุกที
“กรี๊ดดดดด ตายซะ!”
เฟรญ่ากรีดร้องและใช้แรงเฮือกสุดท้ายก่อนจะใช้ก้อนหินฟาดเข้าไปที่ส่วนหัวของงูตัวนั้นทำให้มันนอนแน่นิ่งไปและสติของหญิงสาวก็ดับวูบแต่ก็เหมือนได้ยินเสียงใครเรียกชื่อ
“ยัยเด็กบ้า ใครใช้ให้เธอมาตีหัวฉัน”
ลี่หยางที่เห็นหญิงสาวนอนกระสับกระส่ายและเสียงกรีดร้องจึงรีบเข้ามาปลุกแต่ก็โดนเฟรญ่าทำร้ายแผลเก่ายังไม่ทันหายดีแผลใหม่ก็มาเขาจะระบมเพราะหญิงสาว
“นอนละเมอหรือไง”
เมื่อเห็นเฟรญ่าไม่มีท่าทีว่าจะตื่นจึงโล่งใจหากหญิงสาวรู้ว่าเขาแอบเข้ามายังห้องเขาคงตัวแตกแบบหมอไม่รับเย็บ ชายหนุ่มจึงสอดตัวเข้าไปนอนกอดหญิงสาวต่อ
“โอ๊ยยยย เมื่อคืนฝันเหมือนจริงมาก”
เฟรญ่าตื่นขึ้นมาแล้วคิดถึงความฝันที่เมื่อคืนวิ่งหนีงูตัวใหญ่แต่คงจะตายไปแล้วเพราะเธอใช้ก้อนหินทุบไปที่หัวของงู หรือจะเหมือนคำโบราณที่เขาว่าฝันเห็นงูรัดจะได้เจอเนื้อคู่
“เนื้อคู่คงตายไปแล้วมั้งโดนทุบหัวซะขนาดนั้น”
หญิงสาวจึงลุกขึ้นมาอาบน้ำรู้สึกเบื่อขึ้นมาเพราะไม่มีอะไรทำเธอจะต้องอยู่กับลี่หยางอีกนานแค่ไหน เมื่อคิดหาทางออกได้เฟรญ่าจึงแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปยังด้านล่าง
“เสื้อในตรงไซส์ด้วยตาบ้านี่โรคจิตหรือเปล่า”
เฟรญ่าแปลกใจเพราะชุดและเสื้อชั้นในตรงกับไซส์ของเธอพอดีชายหนุ่มคงจะเป็นพวกโรคจิตจริงๆเธอคงต้องอยู่ห่างๆจากเขาไว้
“ว้าววันนี้แต่งตัวเท่จังเลย”
หญิงสาวทักทายลี่หยางที่เห็นชายหนุ่มนั่งจิบกาแฟพร้อมกับเสื้อยืดลายดอกไม้กับกางขาสั้นสีขาวแตกต่างจากเมื่อวานที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตที่ดูเนียบ
“เป็นไงตกหลุมรักฉันขึ้นมาแล้วเหรอ”
หลังจากที่โดนทักว่าดูแก่ลี่หยางจึงไปตัดผมมาใหม่แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด กับหันไปมองบรรยากาศรอบๆตัวบ้านจึงทำให้ลี่หยางเสียความมั่นใจขึ้นมา
“ก็...ดูดี”
“แล้วมีอะไรเปลี่ยนไปไหม”
“นี่คุณ! จะโปรยเสน่ห์ไส่หนูหรือไงจะบอกให้นะหนูไม่ชอบคนแก่!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นไปทั่วบริเวณบอดี้การ์ดที่ได้ยินคำตอบของหญิงสาวจึงหัวเราะจนท้องแข็งโดยเฉพาะอาเธอร์ขนาดเขาเป็นคนหัวเราะยากยังต้องยอมแพ้ให้กับเฟรญ่า
“หุบปากแล้วออกไปให้ห่างจากตรงนี้!”
ลี่หยางรู้สึกเสียหน้าที่โดนหาว่าแก่ไม่พอยังจะโดนเมินทำให้เขารู้สึกอยากแกล้งหญิงสาวขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเฟรญ่ากำลังจะลุกขึ้นชายหนุ่มจึงเอวบางแล้วออกแรงเพื่อให้หญิงสาวมานั่งบนตัก
“จะทำอะไร ปล่อยหนูนะ”
เฟรญ่าดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของชายหนุ่มดวงใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะไม่เคยเข้าใกล้เพศตรงข้ามแบบใกล้ชิดมาก่อนถึงแม้จะมีเพื่อนเป็นผู้ชายก็ตาม เมื่อดิ้นไปดิ้นมาสักพักหญิงสาวจึงหยุดดิ้นเพราะเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังขยายตัวใหญ่บริเวณเป้ากางเกงของโจวลี่หยาง
“ไม่ดิ้นต่อละ ถ้าดิ้นต่ออีกนิดรับรองเธอจะไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้แน่”
ลี่หยางพยายามระงับอารมณ์ดิบเถื่อนของตัวเองไว้เพราะแรงดิ้นและกลิ่นกายที่หอมเย้ายวนทำให้อะไรต่อมิอะไรของเขาตื่นตัวไปหมดถ้าอยู่บนเตียงคงเสร็จเขาไปนานแล้ว
“ปะ..ปล่อยหนูได้แล้วค่ะ”
เมื่อกอดจนพอใจลี่หยางจึงปล่อยให้เฟรญ่าเป็นอิสระ หญิงสาวเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้กอดรัดเธอไว้แล้วจึงรีบเด้งตัวขึ้นมาแล้วถอยออกให้ห่างจากเขา
“หิวไม่ใช่เหรอนั่งสิ”
“ขอบคุณค่ะ”
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟเฟรญ่าจึงนั่งกินข้าวอย่างเงียบๆเพราะๆไม่รู้จะคุยอะไรกับชายหนุ่มตรงหน้าทุกอย่างจึงตกอยู่ในความเงียบ จนหญิงสาวกินอิ่มจึงวางช้อนลง
“อยากไปไหนก็อย่าไปคนเดียวแถวนี่มีสัตว์ที่เป็นพิษ ฉันเคยบอกถ้าจะหนีก็คงต้องว่ายน้ำข้ามเกาะ”
‘รู้ทันทุกอย่าง ชิ’ เฟรญ่าบ่นชายหนุ่มในใจไม่ว่าเธอจะทำอะไรเขาก็รู้ทันไปหมดหญิงสาวจึงลุกออกไปสำรวจบริเวณบ้านที่ตั้งอยู่สูงจากพื้นน้ำทะเลแถม
“คุณแม่บ้าน เฟรอยากออกไปเดินเล่นแถวนี้จังเลยค่ะ”
“เดี๋ยวฉันพาไปค่ะ”
หญิงสาวจึงยิ้มออกในเมื่อหนีไปไหนไม่ได้ก็จะทำให้ชายหนุ่มปวดหัวแล้วยอมส่งหญิงสาวกลับบ้าน ตอนนี้ก็พักเอาแรงก่อนค่อยหาวิธีวันหลังว่าจะเอายังไงต่อ
“ว้าว สวยจังเลย” เฟรญ่าหยุดเดินเมื่อเห็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากภูเขาต้นไม้สีเขียวขจีขึ้นเต็มไปหมดเสียงน้ำไหลทำให้ผ่อนคลายลง
“คุณเฟรญ่า คุณเฟรญ่าอยู่ไหนคะ อย่าล้อกันเล่นแบบนี้สิคะ ตายแน่เลยเรา!”
ลู่จื้อเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งกลับไปหาโจวลี่หยางเพราะในป่าไม่รู้จะมีสัตว์ร้ายอะไรบ้าง
เฟรญ่าที่เดินตามลำธารเมื่อไม่เห็นลู่จื้อตามมาจึงเริ่มใจเสียเมื่ออยู่คนเดียวทุกอย่างดูน่ากลัวไปหมด เฟรญ่าจึงเดินกลับทางเดิมแต่ยิ่งเดินเหมือนยิ่งหลงทางเข้าไปกันใหญ่
“ไม่นะ เราจะมาตายในป่าไม่ได้”
หญิงสาวจึงพยายามเดินหาทางออกแต่ยิ่งเดินก็ยิ่งเจอแต่ป่าและเสียงร้องของสัตว์ทำให้หญิงสาวเริ่มใจเสียขึ้นมา ภาวะนาให้ลี่หยางมาช่วยเร็วๆ
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! แฮ่กๆ”
“มีอะไรลู่จื้อ รีบพูดสิ”
ไป๋ซ่านรีบเดินมาเข้ามาถามเมื่อแม่บ้านวิ่งตาตื่นเข้ามาเหมือนมีอะไรบางอย่าง หากไม่มีอะไรสำคัญพวกเขาคงหัวขาดเพราะตอนนี้โจวลี่หยางกำลังประชุมเรื่องสำคัญ
“คุณเฟรญ่าหายไปค่ะ ฉันไม่รู้ว่าหายไปไหน”
“อะไรนะ!”
ลี่หยางที่ได้ยินจึงเดินเข้ามาพร้อมกับสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้เขาบอกว่าให้ดูแลหญิงสาวให้ดี ไม่พ้นวันก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้เฟรญ่านะเฟรญ่า
“ส่งคนออกตามหาเฟรญ่าให้เจอ ไม่เจอไม่ต้องกลับ!”
“เจ้านายครับเรื่องประชุม...”
“เลื่อนออกไปก่อน นายมากับฉัน”
โจวลี่หยางกลัวเพราะในป่ายิ่งเดินเข้าไปลึกก็จะมีสัตว์ดุร้ายหากเฟรญ่าเผลอหลงเข้าไปคงไม่ใช่เรื่องดี ทำไมเขาถึงรู้สึกเจ็บที่หัวใจแต่ความเป็นห่วงเขาต้องยอมยกเลิกการประชุม
“อย่าเป็นอะไรนะเฟรญ่า”
ผ่านไปหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอหญิงสาวยิ่งใกล้จะถึงช่วงเย็นท้องฟ้าก็จะมืดเร็วเพราะอยู่ในป่าที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ทำให้แสงลอดเข้ามาได้อยาก
“ฮึก โอ้ยยยยย”
เฟรญ่าสะดุดกับเถาวัลย์เพราะความเหนื่อยล้าที่เดินมาหลายชั่วโมงแล้วเธอรู้สึกกลัวแม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่ร่างกายก็ไม่ยอมให้หยุดพักจึงพยายามจะลุกขึ้น
“โอ๊ยย เจ็บจัง”
หญิงสาวใช้มือจับไปที่ข้อเท้าเพราะรู้สึกเจ็บเมื่อลุกไปไหนไม่ได้จึงนั่งอยู่กับที่โจวลี่หยางจะออกตามหาเธอไหม เขาจะเป็นห่วงเธอหรือเปล่าน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด
“ตามหาเฟรญ่าให้เจอ!”
“เจ้านายพักก่อนเถอะครับเดินกันมานานแล้ว” อาเธอร์ที่เป็นห่วงชายหนุ่มเพราะกลัวว่าจะเป็นอะไรไปอีกคนเมื่อเห็นอาการเป็นห่วงหญิงสาวแสดงออกมาชัดเจนเขาจึงมั่นใจ ‘ไม่นานคงมีนายหญิง’
“ไม่ ฉันจะเดินต่อ”
เหงื่อท่วมตัวแต่ก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มหยุดพักเขาต้องรีบตามหาหญิงสาวให้เจอก่อนท้องฟ้าจะเปลี่ยนสีไม่งั้นจะลำบากกันไปมากกว่านี้
“กรี๊ดดดดด”
เสียงกรีดร้องดังมาแต่ไกลๆทำให้ทั้งหมดจึงรีบมุ่งหน้าไปตามเสียงที่ได้ยิน โจวลี่หยางที่ใจหล่นวูบเพราะกลัวว่าหญิงสาวจะได้รับอันตรายวิ่งมาสักพักเสียงจึงเงียบไป
“เฟรญ่า!”
“หนูอยู่ทางนี้”
เฟรญ่าที่ได้ยินเสียงคนเรียกจึงดีใจแต่งูตัวนั้นที่ฉกเธอก็เลื่อยหนีไปแล้วตอนนี้เธอโดนงูกัดที่ข้อเท้า ไม่รู้ว่างูมีพิษหรืออะไรสักพักจึงเห็นภาพของลี่หยางเลือนรางเพราะสติกำลังจะดับวูบ
“เฟรญ่า! เป็นอะไร”
“ฮึก เจ็บ”
“เหมือนรอยงูกัดเลยครับ”
“เอาเศษผ้ามา เร็วเข้า”
ลี่หยางจึงใช้ผ้ามัดที่ข้อเท้าของหญิงสาวก่อนจะใช้ปากตัวเองดูดพิษงูออกมาเพื่อบรรเทาอาการของเฟรญ่าไม่ให้พิษเข้าสู่ร่างกายไปมากกว่านี้
“ให้ผมอุ้มดีกว่าไหมครับ”
“ไม่ต้องหลีกไป”
ลูกน้องจึงหลีกทางให้ลี่หยางอุ้มเฟรญ่าออกไป ไป๋ซ่านที่อาสาจะช่วยอุ้มแต่ต้องได้รีบสายตาที่ดุเหมือนจะฆ่าเขาให้ได้จึงยอมหลีกทางให้เจ้านายตัวเองอุ้มหญิงสาวไป
“ไม่ได้เป็นอะไรกับเขา หวงจังเลย”
เมื่อมาถึงยังบ้านพักลี่หยางจึงให้คนตามแพทย์มาดูอาการของเฟรญ่าโดยที่ชายหนุ่มไม่ยอมออกห่างไปไหนทั้งที่เขาก็เหนื่อยไม่น้อยแต่คนที่หลับอยู่ตรงหน้าทำให้เขาเลือกที่จะไม่ไปไหน
“คนไข้ไม่ได้โดนงูที่มีพิษร้ายแรงอะไร แล้วเจ็บที่ข้อเท้าครับ”
โจวลี่หยางจึงโล่งใจออกมาพร้อมกับมองไปที่เฟรญ่าที่หลับไม่ได้สติอยู่ เฮคงจะกลัวน่าดูที่ต้องอยู่ในป่าคนเดียว
“ขอบคุณมากๆครับ”
“หมดจ่ายยาแล้วก็ต้องล้างแผลทุกวันนะครับ”
“อาเธอร์ ส่งหมอด้วย”
เมื่อทุกคนออกไปแล้วชายหนุ่มจึงมานั่งข้างๆหญิงสาวมือหนาลูบไปที่ใบหน้าของเฟรญ่า แล้วก้มลงมาจุมพิตที่หน้าผากมนหรือว่าเขากำลังจะตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เข้าแล้ว