4
ช่วงขณะที่กำลังจะเข้าได้เข้าเข็ม หัวใจที่เต้นระรัวอยู่ก่อนแล้ว พลันกระหน่ำจังหวะตึกตักและทำให้แผ่นหลังของทั้งคู่ชาวาบ
ผิวกายมีเหงื่อใคร่อาบร่าง มันทั้งร้อนและอบอ้าวแต่กลับให้ความรู้สึกที่เย็นเฉียบ
เสียงของประตูที่เปิดและปิดเกิดขึ้นแค่ไม่กี่วินาที แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้มีญ่าและองศารีบเร่งเข้าไปหลบในห้องของตัวเอง
“จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย...”
มีญ่าพูดขึ้นด้วยท่าทีที่เขินอายซึ่งเป็นความรู้สึกที่อยากจะหมุดดินหนีถ้าหากทำได้ เธอไม่เคยต้องร้อนรนและตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน
‘เรื่องแบบนี้มันน่าตื่นเต้นจัง...เหมือนเราได้ทำเรื่องลับ ๆ ด้วยกัน...อา...อย่างกับตอนที่แอบโดดเรียนด้วยกันเลย...ไม่สิ...นี่มันดียิ่งกว่านั้น...’ องศาคิดงั้นแม้สถานการณ์จะเลวร้าย เขายิ้มกรุ้มกริ่มในขณะที่แยกทางกับมีญ่า
อย่างไรก็ตาม สำหรับอีกคนมันคือเรื่องคอขาดบาดตาย
‘ฉิบหายแล้ว...ไม่น่าเลยเรา ไม่น่าบอกรหัสห้องให้ไอ้สองคนนั้นรู้เลย...’
หน้าอกกระเพื่อมแรงเมื่อเปิดและปิดประตูห้องนอนส่วนตัวของตัวเอง ด้วยความเหนื่อยล้าที่สุดในชีวิต เธอแนบหลังพิงประตูและไถลตัวลงสู่พื้น แข้งขาของเธอสั่นไม่หยุดเกิดจากความกลัวที่เกินจะบรรยายสำหรับเธอ
เหตุผลที่ทำให้เธอกับองศายอมบอกรหัสเข้าห้องกับเพื่อนสองคนนี้ไปนั้น เนื่องจากต้องการให้สองคนนี้มาปลุกไปเรียนหรือเพื่อไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เพราะว่าทั้งมีญ่าและองศานั้นเป็นพวกหลับเป็นตาย ซึ่งนาฬิกาปลุกไม่สามารถช่วยอะไรได้
เผลอ ๆ ในบางครั้งเสียงนาฬิกาปลุกที่แสลงหูสำหรับคนอื่นก็ดันกลายเป็นเสียงกล่อมนอนสำหรับสองคนนี้ด้วยซ้ำไป
ว่าง่าย ๆ หากไม่มีเพื่อน ๆ คอยช่วยพวกเขาคงจะอยู่ไม่รอดในรั้วมหาลัย
ฉะนั้น ทั้งคู่จึงต้องการ ‘ตัวกระตุ้น’ ที่รุนแรงพอที่จะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ และสองคนนี้ก็มีประโยชน์อย่างมาก
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ทำให้ฟรี ๆ โดยมีญ่าและองศาได้ให้สไลด์สรุปเนื้อหาการเรียนการสอนกับทั้งคู่เป็นข้อแลกเปลี่ยน
‘เหมือนมือที่สามที่ถูกจับได้ว่ามาเอากับผัวเพื่อนเขาไม่มีผิด...’
มีญ่ารู้สึกผิดและทำตัวไม่ถูก เธอไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้มาก่อน แต่มันก็ทำให้เธอได้ค้นพบรสนิยมที่แปลกประหลาดของตัวเอง
มีญ่าจ้องมองท้องน้อยของเธอและรับรู้ถึงความรู้สึกที่สั่นสะท้านร่างกาย
ความรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจกำลังได้รับการคลี่คลาย มันคือความสุขยิ่งหลังจากการได้พบเจอกับความกลัวและภยันตรายอย่างฉับพลัน
เลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง เสียงของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะดังก้องอยู่ในหู และหน้าอกที่สั่นไหวเป็นระยะ
มันเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
‘เราเสร็จ...เสร็จทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้สอดใส่...’
ทั้งกลัวและสุข
แปลกใหม่แต่น่าพึงพอใจ
‘อีนังผู้หญิงร่าน...’
มีญ่าตำหนิตัวเองพลางยิ้มร่า สายตาของเธอที่ยกขึ้นเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ยังคงจับจ้องไปที่พื้นตรงใต้หว่างขาอย่างแน่นิ่ง
บริเวณดังกล่าวมีน้ำสีใสแปดเปื้อนมีทั้งส่วนที่ไหลลื่นและส่วนที่เหนียวหนืด
“กูนี่แม่ง...อา...หมดคำจะพูดแล้วจริง ๆ ”
ในขณะที่กำลังถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งอกที่หนีทัน เธอพลันชะงักงันไปอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้
ความรู้สึกสั่นกลัวรุมเร้าเธอ
“เสื้อผ้า...”
เมื่อนึกขึ้นได้เช่นนั้น เธอก็ลุกขึ้นไปแต่งตัว จัดเผ้าผมที่รุงรังให้อยู่ทรง แต่งหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปิดท้ายด้วยการฉีดน้ำหอมกลบเกลื่อนกลิ่น
เมื่อทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทาง เธอก็เดินออกไปจากห้องนอนส่วนตัวด้วยชุดลำลองที่ใส่สบาย
มีญ่าจำลองความคิดในหัวว่าเธออยู่ในห้องนอนมาโดยตลอด และไม่ได้ออกไปไหนเลยเพื่อแสร้งทำเป็นว่าตัวเธอนั้นอยู่แต่ในห้องของตัวเองอย่างปกติสุข
หลังจากที่เปิดประตูห้องและพบกับห้องนั่งเล่น เธอก็พบว่าองศานั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมพร้อมเพื่อนอีกสองคนซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งหมดกำลังพูดคุยกันเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยิ่งเมื่อพบว่าไม่มีเสื้อผ้าของเธอถูกถอดทิ้งเอาไว้เธอยิ่งผ่อนคลายมากขึ้น แต่ด้วยความช่างสักเกตของมีญ่า เธอเห็นว่าเสื้อผ้าของเธอนั้นได้ถูกซุกซ่อนเอาไว้ที่ใต้โซฟา แต่เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยที่จะจัดเก็บให้เรียบร้อยไปมากกว่านี้ เธอจึงหมางเมินมันและเลือกให้ความใส่ใจกับเพื่อนทั้งสองคนแทน
ถึงอย่างนั้นความรู้สึกปั่นป่วนในหัวใจของเธอก็ยังไม่หายไปไหน ยิ่งเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสาวของเธอเข้าให้แล้ว เธอก็กลับมารู้สึกตื่นเต้นอีกครั้งหลังจากที่มันมลายไปได้ยังไม่ถึงหนึ่งนาที
“สนุกไหม? ”
ภาพขององศาที่กำลังเปลือยเปล่าปรากฏขึ้นในจินตนาการของเธอ และหัวใจของเธอก็กระสับกระส่าย
แท่งเนื้อที่ยาวใหญ่แท่งนั้นยังคงค้างคาอยู่ในสมองโดยไม่หายไปไหน เธอรู้สึกถูกบีบคั้นเป็นอย่างมากสำหรับการกักเก็บความรู้สึกหื่นกระหายของตัวเอง
“เรื่องไหนเหรอ?” มีญ่าพยายามทำตัวสบาย ๆ และถามกลับอย่างคนไร้เดียงสา
ผู้หญิงคนนี้หากตั้งใจจริงเธอสามารถ ‘แสดงละคร’ ได้เก่งยิ่งกว่าใคร
หญิงสาวตัวเล็กผมสั้นใส่แว่นในชุดที่ดูเรียบร้อย ‘พิมพ์’ เธอคือเพื่อนของทั้งมีญ่าและองศา พวกเขาเริ่มรู้จักกันมาตั้งแต่กิจกรรมรับน้องและสนิทสนมกันมาตั้งแต่นั้น
“ก็ที่มึงออกไปเที่ยวกับรุ่นน้องว่าที่เดือนคณะคนนั้นไง เป็นไงบ้าง? สนุกไหม?”
เมื่อได้สติคำพูดที่เสียดแทงอกก็ผันเปลี่ยนกลายเป็นน้ำเสียงเล็กแหลมที่นุ่มนวลของเพื่อนสาว
ย้อนกลับไปเล็กน้อย ก่อนที่มีญ่าจะกลับห้อง เธอได้ไปที่ห้างมาหลังจากที่ได้นัดแนะกับรุ่นน้องสุดหล่อเหลาคนดังกล่าวเอาไว้
แต่ทว่า
“พี่ครับคือว่าผมติดธุระหน่ะพี่เพราะงั้นผมขอโทษด้วยจริง ๆ ผมคงไปหาพี่ไม่ได้แล้วตอนนี้ ไว้เจอกันครั้งหน้าผมจะเอาของฝากไปให้เพื่อเป็นการตอบแทนที่พี่รอผมมาตั้งนานแต่ผมกลับเป็นคนผิดนัด แค่นี้ล่ะผมต้องไปแล้ว”
บทสนทนาฝ่ายเดียวที่ดังมาจากสมาร์ทโฟนของเธอจบลงเพียงเท่านั้น พูดไม่ออกบอกไม่ถูก จะโกรธก็โกรธได้ไม่สุด จะเศร้าก็เศร้าได้ไม่เต็มที่เพราะอีกฝ่ายดูจะรู้สึกผิดจริง ๆ ในท้ายที่สุดเธอก็กลับมาที่ห้องพักในคอนโดด้วยสภาพที่ไม่สบอารมณ์นัก
และเผอิญจริง ๆ ว่าในจังหวะดังกล่าวองศากำลังนั่งชักว่าวอยู่ ทุกอย่างจึงได้เลยเถิดมาจนกระทั่งตอนนี้
“น้องเขาเทกู...” มีญ่าตอบกลับพิมพ์ด้วยท่าทางน้อยใจ นั่นทำให้ทุกคนแสดงสีหน้าเป็นกังวลต่อเธอยกเว้นองศาที่ยังคงนิ่งเฉยมาตั้งแต่ต้น
ทว่าโดยเนื้อแท้ มีญ่า เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับรุ่นน้องคนนี้แล้ว นั่นก็เพราะ ‘ใครบางคน’ ทำให้เธอลืมเขาไปเสียสนิท
‘เฮ้อ~ พอมาคิด ๆ ดูทั้ง ๆ ที่เป็นคนคุยกันมาเกือบเดือนแต่ความสัมพันธ์กลับไม่คืบหน้าเลย...เราคงโดนรุ่นน้องไม่ชอบขี้หน้าเข้าให้แล้วล่ะมั้ง...อุตส่าห์แอบปลื้มมาเกือบเดือน...’
เมื่อเห็นเพื่อนสาวดูเศร้าสร้อยพิมพ์เริ่มพูดปลอบใจ ทว่าคำปลอบใจนั้นกลับทำให้อารมณ์ของมีญ่าเปลี่ยนไปในฉับพลัน
“ไม่เป็นไรมึง เด็กนั่นมันร้ายกว่าที่มึงคิด เมื่อกี้กูกับไอ้เซียนพึ่งเห็นมันเดินจูงมือกันเข้าไปในห้องของรุ่นน้องผู้หญิงที่กูรู้จัก เพราะงั้นกับ ‘ไอ้เด็กเหี้ยนี่’ ตัดได้ก็ตัดซะเถอะ กูเป็นห่วง”
แม้จะดูเหมือนไม่มีอะไรในคำพูดของพิมพ์ แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดของเธออย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครกล่าวอะไรเพิ่มเติม...
ตอนแรกมีญ่าก็อยากจะตัดความสัมพันธ์กับรุ่นน้องคนนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อได้มาพบว่าเรื่องราวมันกลับดูจะเกินความคาดหมาย ความคิดใหม่ ๆ ก็เริ่มผุดพรายขึ้นในหัวใจที่อมหิตของเธอ
‘ไอ้เด็กใจง่ายนี่...’
แต่ไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น ผู้ชายซึ่งเป็นเพื่อนอีกคนของกลุ่มก็พูดขึ้น
“มึงก็ห่วงไอ้ญ่าไป มึงก็รู้ ๆ อยู่ว่าไอ้ญ่ามันเป็นคนยังไง?” เขาชื่อ ‘เซียน’ เป็นลูกครึ่งรัสเซีย ทั้งหล่อ ทั้งรวย แต่ปากเสีย และสันดานค่อนข้างสถุน ทว่าโดยเนื้อแท้แล้วเป็นคนดี
มีญ่ามองหนุ่มน้อยที่ยิ้มแย้มและเปลี่ยนจากท่าทีอ่อนแอเป็นแข็งกระด้าง นี่คือนิสัยจริง ๆ ของผู้หญิงคนนี้
เธอกำหมัดแน่นและสายตาของเธอก็ดูน่ากลัวขึ้นมา “คุณเซียน คุณคิดว่าดิฉันเป็นคนยังไงคะ?”
เซียนเองก็เป็นพวกขี้เล่นเหมือนอย่างองศาแต่ทั้งคู่นั้นมีความขี้เล่นกันคนละแบบ
องศาเป็นพวกชอบกลั่นแกล้งและทำให้คนอื่นรู้สึกอับอาย
ส่วนเซียนเป็นจอมยั่วยุที่เกว้งปากหาเสี้ยนได้ตลอด
“ผมคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงที่ปากดีที่สุดในรุ่น...” เซียนหลบหน้ามีญ่าและซบไหล่พิมพ์พลางพูดเสียงค่อย เขาทำให้เบื้องหน้าตัวเองนั้นดูเป็นคนที่น่าสงสาร แต่ทุกคนก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้กวนบาทามากแค่ไหน
“...แถมยังโคตรจะโมโหร้ายเลยด้วย” เซียนกระซิบข้างหูพิมพ์ เขาเหมือนลูกชายคนเล็กขี้ฟ้องและพิมพ์คือแม่ของเขา
“ฉันได้ยินนะ...และฉันจะให้โอกาสคุณพูดใหม่อีกรอบพร้อมขอขมาก่อนที่อวัยวะเพศของคุณจะใช้การไม่ได้...” มีญ่าจ้องหน้าเซียนโดยเจตนาหวังฆ่าพร้อมกับกำหมัดแน่น
ท่าทีของชายหนุ่มเปลี่ยนไปในฉับพลัน ใบหน้านั้นดูใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนบาทหลวงใจงาม และเสียงของเขานั้นก็ยังอ่อนโยนประดุจเสียงของเด็กน้อยที่ซื่อสัตย์ อย่างไรก็ตาม คำพูดของเขามีการประชดประชันตัวมีญ่าเสียเต็มประดา
“เอ่อ...ผมพูดว่าคุณมีญ่าที่น่ารักของพวกเราเป็นคนที่สวยที่สุดในรุ่นและเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดในเวลาเดียวกันด้วย เพราะงั้นแค่กับเรื่องรุ่นน้องเป็นคนเสเพลชอบเที่ยวผู้หญิงไปทั่ว คุณมีญ่าคงปล่อยเขาไปโดยที่ไม่ทำอะไร ใช่ไหมล่ะครับ...อีกอย่างเขาก็แค่จะเสพสุขส่วนตัวโดยละเลยคุณมีญ่าก็เท่านั้นเอง...”
เลือดเดือดละอุ ใบหน้าของมีญ่าเสมือนผีห่าซาตาน เสียงห้าวที่น่ายำเกรงถูกแผดออกมาดังกึกก้อง
“ไอ้ลูกหมา...!”
นั่นทำให้เซียนหนีหางจุกตูดเข้าซุกอ้อมอกพิมพ์ ท่าทีของเขาดูน่าเอ็นดูเป็นที่สุด “น่ากลัวจัง...” เขาแอบพูดกับพิมพ์ด้วยเสียงเล็กแหลม
พิมพ์ที่เห็นอย่างงั้นก็ลูบหัวเซียนอย่างทะนุถนอมพลางยิ้มแห้ง ราวกับว่าเขานั้นเป็นแค่เด็กน้อยจอมซนที่ไม่มีพิษภัย
ในขณะเดียวกันองศาก็พยายามกลั้นขำ เขาเองก็ชอบอกชอบใจเวลาที่มีญ่าโกรธแม้นั่นจะทำให้เธอยิ่งเดือดดาลขึ้นมาก็ตามที
คนงามร่างอวตารกระชากคอเสื้อองศาแต่เมื่อนึกไปนึกเรื่องที่พึ่งจะเกิดขึ้นก่อนที่พิมพ์กับเซียนจะเข้ามา เธอก็ทำได้แค่สบถเบา ๆ
‘ไอ้คนวิตถาร...’ แก้มของเธอแดงซ่านโดยไม่รู้ตัว
องศาที่รู้ว่ามีญ่าพูดคำว่าอะไรทำเพียงแค่ยิ้มรับ หนำซ้ำเขายังดูยินดีที่ถูกมีญ่าด่าด้วย
“พอเลยพอ...” ท้ายที่สุดพิมพ์ที่เริ่มยิ้มเจื่อนแล้วก็เป็นคนหยุดสถานการณ์ที่วุ่นวายนี้เอาไว้ “เอาเป็นว่ากูแค่เป็นห่วงเลยบอกให้มึงฟัง...เอาล่ะ...เปลี่ยนเรื่องมาเปลี่ยนเรื่อง...มาคุยเรื่องงานกลุ่มอย่างที่นัดกันไว้กันเถอะ”
ในขณะที่เริ่มคุยงานกลุ่มกัน มีจริงจังบ้าง มีเฮฮาบ้างและหยอกล้อกันบ้าง รอยยิ้มขององศาก็ค่อย ๆ จางหาย เขาดูเครียด วิตกกังวล และไม่สนุกสนานอย่างเคย เขาเก็บอาการค่อนข้างเก่งเพราะงั้นคนอื่น ๆ จึงไม่รู้ แต่การกระทำของเขาไม่สามารถหลอกตามีญ่าได้
เมื่อทุกคนกลับไป มีญ่าก็เริ่มการจับเข่าคุยกับองศา
เธอเป็นห่วงเขาจากใจจริง แม้เขาจะกระทำกับเธอแย่ไปบ้าง แต่ทั้งคู่ก็ค่อนข้างเข้าใจกันเนื่องจากรู้จักกันมาเนิ่นนาน
“มึงดูขรึม ๆ นะเป็นไรป่าว?” บนโซฟาตัวเดิม มีญ่าถามองศาด้วยท่าทีเป็นกังวล เธอให้ความสำคัญต่อความรู้สึกที่เขากำลังเผชิญ แม้จะไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร
“กูบอกได้จริงอะ...ถึงกูจะหน้าด้านแต่เรื่องนี้มัน...” องศาดูอึดอัดที่จะพูด เขาจ้องหน้ามีญ่าและเงียบไป นั่นทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว
“บอกมาเถอะยังไงกูก็อยู่ตรงนี้กับมึงอยู่ดี” มีญ่าพยายามปลอบประโลมเขาอย่างเต็มที่
แต่เมื่อเขาพูดขึ้นมาแบบนั้นมันกลับเริ่มทำให้เธอตะงิดใจ ทว่าเธอก็ไม่ได้คิดอะไรไปไกลนักเนื่องจากเธอต้องการที่จะฟังในสิ่งที่เขาพูดก่อน
“ถ้ากูบอก มึงต้องช่วยกูนะ”
“มันยากที่กูจะช่วยถ้ามึงถ้ามึงไม่บอกออกมาตรง ๆ ” มีญ่าเริ่มรู้สึกอึดอัดแต่เธอก็ยังคงเฝ้ารอเขาอย่างอดทน
“สัญญากับกูก่อนสิว่าจะช่วย” องศาดูออดอ้อน เธอและมันก็มากกว่าปกติที่ควรจะเป็น
ไม่บ่อยนักที่เขาจะแสดงด้านที่อ่อนแอ มันจึงทำให้มีญ่ารู้สึกเห็นใจในท้ายที่สุด
“เออ ๆ ก็ได้...กูสัญญา” ทันทีที่มีญ่าพูดขึ้นมาแบบนั้นองศาก็จับมือของมีญ่าอย่างทะนุถนอม
‘หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะ...’
มีญ่าจ้องมองที่หว่างขาขององศา ตอนนี้เขาเริ่มยิ้มออก แต่รอยยิ้มของเขาค่อนข้างบิดเบี้ยว
มือที่ถูกจับของมีญ่าถูกนำพาไปจับอะไรบางอย่างที่ใหญ่เกินมือเธอ แน่นอนว่าสิ่งนั้นอยู่ตรงหว่างขาขององศา...
“คือว่ามันแข็ง...”
ทั้งคู่สบตากัน คนหนึ่งเริ่มระแวง คนหนึ่งเริ่มปลดปล่อยความกระหายที่อดอั้น
“และมันก็แข็งไม่หยุดเลยด้วย...กูไม่ได้กินยาดรอป ไวอากร้า หรือ ยาโด้ไม่รู้ล้มอะไรเทือกนั้น แต่ว่ามันไม่หดเลยจริง ๆ เพราะงั้นช่วยกูหน่อยนะ ช่วยให้กูได้เสร็จสักสองสามน้ำหน่อย...จะได้ไหม...ที่รัก?”
To be continued...