คิดว่าฉันจะรู้สึกอะไรรึไง

1251 Words
ภายในห้องทำงานตึงเครียดกว่าเดิม เมื่อนัยน์ตาคมและดวงตากลมโตของท่านประธานและผู้จัดการ ส่งกระแสจิตจ้องกันไม่ละสายตา แผ่ซ่านไปด้วยเปลวไฟ “กลับไปแก้มาใหม่ ผมยังไม่เข้าใจหลักการ” ภูดิศตอบกลับเสียงเข้ม ท่าทางสุขุมและจริงจัง “ท่านประธานต้องการแบบไหนล่ะคะ ช่วยบอกที” ณิชากักเก็บอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองเอาไว้ เอ่ยถามประธานหนุ่มด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ในใจอยากโวยวายเพียงใดก็ตาม “ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัทดัง ย้อนถามผมแบบนี้เหรอ” ภูดิศตอบกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย ย้อนคำถามชวนให้ณิชาเผลอหลุดคำไม่สุภาพออกมา “เรื่องมาก” “ณิชา!” ภูดิศกัดฟันกรอดข่มอารมณ์โมโหของตัวเอง ยิ่งได้ยินคำพูดไม่น่ารักหลุดออกจากปากณิชา ยิ่งชวนให้ร้อนกว่าเดิม “บริษัทอื่นไม่ได้เรื่องมาก เหมือนบริษัทท่านประธานค่ะ” “เถียงคำไม่ตกฟาก” ภูดิศพิงพนักเก้าอี้ พลันตอบกลับด้วยสายตาและน้ำเสียงตำหนิ เมื่อหญิงสาวยังคงรั้น “สรุปจะแก้ตรงไหนคะ” ณิชาเอ่ยถามอย่างสุภาพ เพียงเพราะต้องการให้งานเสร็จสิ้นและสมบูรณ์มากที่สุด แต่! คำตอบที่ได้ ชวนให้ร่างบางกัดฟันกรอด “คิดเอง” ภูดิศตอบกลับเพียงประโยคสั้น พลันควงปากกาท่าทางสบาย เสมือนกำลังปั่นประสาทหญิงสาวก็ไม่ปาน “ท่านประธานคะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณติดปัญหาเรื่องไหน แต่นี่เรื่องงานค่ะ” “สั่งสอนผม” ภูดิศเลิกหางคิ้วเข้มขึ้น ท่าทางยียวนย้อนถามกลับหญิงสาว เชิงเหนือกว่าหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า “ใช่ค่ะ เพราะท่านประธานกำลังทำตัวไม่มีเหตุผล” “ไปแก้ข้อความตรงนี้มาใหม่ ข้อความหลวมไป” ภูดิศชี้ประโยคที่ควรแก้ไขให้กับหญิงสาว หลังจากเห็นสายตาและน้ำเสียงเหนื่อยของเธอ “ดิฉันจะกลับไปแก้ให้ใหม่ค่ะ ขอตัว” ณิชารีบเก็บแฟ้มงาน เพื่อนำกลับไปแก้ไขและเดินออกจากห้องทำงานประธานหนุ่มไป แต่! ร่างบางกลับชะงักอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงทักทายของธนัทเลขาคนสนิทของภูดิศที่เคยรู้จักกันมาก่อน ด้วยเหตุผลที่ธนัททำงานกับภูดิศตั้งแต่เริ่มฝึกงาน จึงไม่แปลกที่ทั้งสองจะรู้จักกัน “เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับคุณนาย” “คุณธนัท อย่าเรียกฉันว่าคุณนายเลย” ณิชารีบเบรกธนัทในทันที เพราะสรรพนามที่เลขาท่านประธานใช้กับเธอ คือสรรพนามเดิม “แต่” ธนัทเลิ่กลั่กกับน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังของหญิงสาว จึงรีบกลืนคำพูดทุกคำลงคอในทันที “อย่าลืมสิคะ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นอดีตไปแล้ว เรียกณิชาก็พอ” “ได้ครับ ว่าแต่งานเรียบร้อยรึยังครับ” ธนัทยิ้มรับอย่างเป็นมิตร พลันเอ่ยถามประโยคเดิมที่ยังไม่ได้คำตอบ “ยังเลยค่ะ แก้รอบที่ห้าแล้ว” ณิชาถอนหายใจพรืดยาวด้วยความเหนื่อยใจ พลันยิ้มบางอย่างสุภาพตอบกลับธนัท “เรื่องงานเจ้านายเป็นคนละเอียดครับ งานทุกอย่างก็เป๊ะมาก” ธนัทเข้าใจในการทำงานของเจ้านายหนุ่มทุกอย่าง เพราะความถูกต้องต้องมาก่อนเสมอ “คงใช่ค่ะ งั้นณิชาขอตัวไปแก้งานก่อนนะคะ” “ได้ครับ สู้ ๆ นะครับ” ธนัทยิ้มรับอดีตภรรยาสาวของเจ้านายหนุ่ม ด้วยสายตาชื่นชมทั้งหน้าตาสะสวยและนิสัยที่น่ารักของเธอ หลังจากแก้ไขงานรอบสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย ณิชาจึงรีบเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานประธานหนุ่มด้วยท่าทางมั่นใจ และยื่นแฟ้มเอกสารตรงหน้าภูดิศด้วยท่าทางอารมณ์ดี หวังให้ทุกอย่างแล้วเสร็จ จะได้ไม่ต้องกลับมาเจอหน้าประธานหนุ่มบ่อย ๆ “สรุปต้องแก้ตรงไหนอีกไหมคะ ท่านประธาน” “ไม่มี” ภูดิศตอบกลับเพียงสั้น โดยสายตายังคงกวาดมองข้อความบนกระดาษสีขาวและแอบถูกใจไม่น้อยกับความสามารถของหญิงสาว “งั้นเซ็นสิคะ ฉันต้องรีบกลับไปทำงานต่อ” ณิชารีบเร่งประธานหนุ่มเซ็นเอกสาร เพราะเธอมีงานกองรออยู่บนโต๊ะมหาศาล “งานเยอะ” ภูดิศถามกลับเพียงสั้น เรียกความสงสัยและแคลงใจให้กับณิชาจนเผลอถามกลับ “คะ” “งานเธอเยอะเหรอ” ภูดิศถอนหายใจพรืดยาวด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ เพียงเพราะร่างบางไม่เข้าใจในสิ่งที่ตนเองกำลังสื่อสารออกมา เหมือนแต่ก่อน “ไม่เยอะมั้งคะ” ณิชาตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เหน็บแนมด้วยความหมั่นไส้ ไร้อาการเกรงกลัวดั่งที่เคยนึกคิดมาก่อน “ประชดเพื่อ” “ท่านประธาน ไม่น่าถามนะคะ” “เธอไปอยู่ไหนมา” ภูดิศตั้งคำถามที่ตัวเองสงสัยออกมา พลันมองหน้าร่างบางเสมือนรอคำตอบ แต่! กลับไม่ได้คำตอบจากร่างบางดังเดิม “เรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ” “ตอบ” ภูดิศสั่งเสียงเข้ม หวังได้คำตอบจากณิชา แต่! ทุกอย่างยังคงดังเดิม เมื่อร่างบางยังคงยืนยันเสียงแข็ง “ไม่ตอบค่ะ” “ณิชา!” ความดื้อรั้นของหญิงสาว ชวนให้ภูดิศเริ่มหัวร้อนอีกครั้ง จากหญิงสาวที่เคยอ่อนโยนและเชื่อฟังมาโดยตลอด กลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง “ขอตัวค่ะ” เพียงเพราะไม่อยากมีปัญหา จึงขอตัวออกจากห้องทำงานของประธานหนุ่มไปในทันที แต่! “เดี๋ยว” กลับถูกประธานหนุ่มออกคำสั่งอีกครั้ง แต่กลับไม่เป็นผล จนต้องรีบยันตัวลุกจากเก้าอี้ทำงาน พลันสาวเท้าเดินไปใกล้ร่างบางและจับแขนเล็ก รั้งร่างบางแนบชิดกำแพงห้อง ใช้แขนแกร่งกักขังเธอเอาไว้ ว้าย! ณิชาอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ พลันยกแฟ้มงานขึ้นแนบอกแน่น และหาทางหนีรอดจากอ้อมแขนแกร่ง “ปล่อยฉันไปนะ” “ผมถามเธอต้องตอบ” นัยน์ตาคมจ้องมองร่างบางไม่ละสายตา พยายามคาดคั้นเอาคำตอบจากหญิงสาว พลันสำรวจใบหน้าสะสวยที่สวยสง่าขึ้นมากกว่าแต่ก่อนมากโข “เรื่องส่วนตัว ฉันไม่ขอตอบไง หลีกไป” “เธอกล้าดื้อกับผมงั้นเหรอ” “ทำไมฉันจะไม่กล้า คุณเป็นเพียงแค่ประธานบริษัทร่วมทุนก็แค่นั้น” ไม่จำเป็นอะไรที่เธอต้องตอบคำถามส่วนตัวให้กับประธานหนุ่มคนนี้ได้รับทราบด้วยซ้ำไป จวบจนกระทั่ง! อื้อ! มือหนารั้งท้ายทอยเล็กเข้าหา พลันประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม จูบที่เต็มไปด้วยความหมายบางอย่างแอบแฝง เพียะ! ร่างบางรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ผลักแผ่นอกแกร่งออกห่างจากตัว พลันสะบัดมือลงบนแก้มสากอย่างแรงด้วยความโมโห “สกปรก” “สกปรกงั้นเหรอ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครา พลันจ้องมองใบหน้าสวยเสมือนต้องการทราบในสิ่งที่หญิงสาวเปล่งวาจาออกมา “ปากพล่อย อยากโดนทะเบียนหย่าฟาดหน้าไหม อ้อ ฉันขอบอกคุณตรงนี้เลยนะ อย่าลามปามแบบนี้กับฉันอีก เพราะฉันมีครอบครัวแล้ว” ด้วยความโมโหจนไม่สามารถยับยั้งอารมณ์หงุดหงิดและโกรธของตัวเองได้ ณิชาจึงตอบกลับด้วยถ้อยคำเย็นชา ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไปด้วยท่าทางหัวร้อน “มีครอบครัวใหม่งั้นเหรอ? คิดว่าฉันจะรู้สึกอะไรรึไง เหอะ” ภูดิศพึมพำเบา ๆ ด้วยอาการหัวร้อนและเกรี้ยวกราด นัยน์ตาคมยังคงจ้องมองแผ่นหลังบางจนหายลับไปในที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD