12

1428 Words
“อยากตายหรือยังไง” “คุณเพลิงกัลป์...” ขอจันทร์แทบจะหยุดหายใจเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก แรงหอบหายใจถี่ในอ้อมกอดที่ฉุดกระชากกันมาพร้อมกับเสียงบีบแตรรถยนต์ดังสนั่น ทำให้ขอจันทร์ตระหนักรู้ได้ทันทีว่าเมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้น ก่อนมุมปากสวยจะยกยิ้มเย้ยหยันโชคชะตาในตอนที่พยายามกะพริบดวงตากลมเพื่อไม่ให้น้ำสีใสไหลออกมา ถ้าเธอทำเช่นนั้นกับผู้เป็นพี่สาวจริงอย่างไรฟ้าจึงไม่ให้คนแบบเธอได้รับโทษที่ก่อ ก่อนทุกอย่างจะคล้ายกับว่ามันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ แล้วมีบางอย่างหลั่งไหลเข้ามาแทนที่ รวมถึงอาการปวดศีรษะแล้วหายไปดื้อ ๆ ร่วมด้วย “พี่ขอร้องล่ะ ขอจันทร์ ทำเพื่อพี่อีกสักครั้งได้ไหม” “ฮึก... ปล่อยค่ะ ปล่อยขอจันทร์ไป ขอจันทร์ไม่อยากทำ ออกไปเดี๋ยวนี้ ออกไปให้ห่าง!” “กรี๊ดดด” โครม! “ฉันถามว่าเธออยากตายหรือยังไง ถึงจะไปช่วยคนอื่นโดยที่ไม่ดูตัวเองแบบนี้” “ขะ...ขอโทษค่ะ” “พี่สาวเป็นอะไรไหมคะ!” เด็กสาวที่ร้องขอความช่วยเหลือในตอนแรกรีบตะโกนถาม ทั้งยังมีความตื่นตระหนักไม่ต่างกัน ยังดีที่รถยนต์ไม่ได้มาเร็วมากจึงสามารถเบรกได้ทันก่อนจะชนแมวกับหญิงสาวตรงหน้า น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่แล้ว รวมถึงมือเล็กที่กอดเจ้าสัตว์เองก็สั่นระริกขึ้นมายามเห็นว่าชายหนุ่มรูปร่างสูงดูภูมิฐานซึ่งช่วยฉุดพี่สาวกับแมวของเธอมีใบหน้าเชิงตําหนิติเตียน “หนูต้องขอโทษด้วยนะคะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ” “ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ไม่ได้ทางเอง” “ไม่ใช่ว่าพี่มองไม่—” “ผู้ปกครองอยู่ไหน ทำไมถึงชะล่าใจปล่อยให้เด็กพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเองแบบนี้” “คุณเพลิงกัลป์คะ อย่าดุน้องเลยค่ะ น้องคงจะไม่ได้ตั้งใจให้แมวหลุดมา” “วุ่นวายชะมัด” รองประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ผละออกมาจากภรรยาก่อนจะรีบต่อสายตรงไปหาเลขาคนสนิทให้มาจัดการเรื่องนี้ต่อ เนื่องจากเขาไม่ได้มีเวลาว่างขนาดที่จะมาต่อล้อต่อเถียงกับกับใคร คิดว่าตนเองคงจะดีใจที่ได้เห็นขอจันทร์เป็นอะไรไปต่อหน้า ทว่ารู้ตัวอีกทีก็เป็นเพลิงกัลป์ที่วิ่งเข้าไปช่วยกระชากเธอออกมาไม่ให้โดนรถชนไปต่อหน้าต่อตา ยังดีที่รถคันดั่งกล่าวหักหลบได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงจะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมาอีกรอบ “ว้าย เกิดอะไรขึ้นระริน!” “คุณแม่ ฮึก...” เด็กสาวปล่อยโฮออกมาเมื่อเห็นคนเป็นแม่ที่เพิ่งวิ่งออกมาจากร้านเครื่องประดับซึ่งไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปด้วยได้ เธอกะว่าจะแค่พาแมวเดินเล่นแถวนี้เพื่อรอมารดาแต่มันกลับตกใจสนุขตัวโตที่อยู่บนสะพานร้องเห่าใส่เลยวิ่งกระเจิงหลุดไป เรื่องเลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น ส่วนคนขับที่ไม่ได้เป็นอะไรมากก็ลงมาด่ากราดพวกเราเสียหูแทบชา ทั้งยังเรียกร้องค่าเสียหายเกินเรื่องไปไกลมากโข หากแต่เพลิงกัลป์ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาให้เลขาที่มาถึงเพิ่มค่าเสียหายให้คู่กรณีไปอีกเท่าตัว แล้วจบลงด้วยการขอโทษขอโพยของทุกฝ่าย ขอจันทร์ที่ยังมือไม้สั่นเทาอยู่รับรู้ได้แค่ว่าเด็กกับแมว และคนขับรถไม่ได้เป็นอะไรมากเธอก็เบาใจแล้ว “ต้องขอโทษเรื่องเมื่อกี้จริง ๆ ค่ะ” ตั้งแต่ขึ้นรถมาชายหนุ่มก็เอาแต่นั่งเงียบตลอดทาง เข้าใจว่าอีกฝ่ายคงจะโกรธหรือไม่ก็ใช้สมาธิในการมองถนน แต่การนิ่งงันโดยที่ไม่กล่าวดุด่าอะไรยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดเข้าไปอีก เพราะถ้าหากขอจันทร์เป็นอะไรไปอีกฝ่ายก็คงไม่พ้นต้องถูกติฉินนินทา นั่นเป็นเรื่องที่ไม่อยากจะให้เกิดขึ้นเป็นที่สุด “ใช้สมองส่วนไหนคิด ที่จะไปช่วยคนอื่นทั้งที่ตัวเองก็เป็นแบบนี้ ตาบอดช่วยเหลือตัวเองก็ลำบากแล้วขอจันทร์ ยังจะทำอวดเก่งอีก” “ค่ะ เรายอมรับผิดทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่จะแก้ตัว” “เหตุการณ์คุ้น ๆ หรือเปล่า” “หมายความว่ายังไงคะ” “ก็ที่เธอผลักพี่สาวจนโดนรถชนนอนไม่ได้สติอยู่แบบนี้ไง คุ้นหรือเปล่าขอจันทร์ แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือทำไมพระเจ้าถึงรักเธอนัก ทำไมถึงปล่อยคนแบบเธอรอดกลับมาได้ทุกครั้ง” “...อยากให้เราตายขนาดนั้นเลยเหรอคะ” “ก็ถ้าไม่ได้สำนึกในความผิดที่ตัวเองก่อเลย ฉันว่าแบบนั้นมันก็คงจะดีกว่า” ก้อนสะอึกจุกขึ้นที่ลำคอ มือเรียวขยุ้มเข้าหากันที่หน้าตัก เธอเองก็ทรมานอยู่ทุกวันที่ต้องมาพบเจออะไรแบบนี้ เป็นคนพิการที่ถูกผลักไสมาตลอด เช่นนั้นจะเรียกว่าหนีนรกได้อย่างไร ทั้งยังต้องคอยหักห้ามหัวใจไม่ให้คิดเกินเลยกับสามีในนาม ซึ่งเป็นคนรักของฝาแฝด ก่อนขอจันทร์จะทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่เพลิงกัลป์พูด แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ใช่บรรยากาศภายในรถแย่ไปมากกว่านี้ ต่อให้อีกฝ่ายไม่แม้จะสนใจไยดีเธออีกเลยก็ตาม “ฝนตกใช่ไหมคะ” เพลิงกัลป์ข่มอามรณ์ที่กำลังปะทุเดือดขึ้นมา ตั้งแต่วันที่ขอจันทร์ยอมเก็บกระเป๋ารอออกเดินทางเขาก็หาวันว่างพาเธอมาเจอผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดตามคำขอ ทว่าก็ดันเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาให้เสียความรู้สึกอีกซ้ำ ๆ “ถามทำไม” “แค่จะชวนคุยเฉย ๆ ค่ะ” “น่ารำคาญ แล้วทำไมถึงไม่ยอมรักษา” “หมายถึงตาเหรอคะ” “อือ ก็รู้นี่ว่ามันเป็นภาระคนอื่นมาตลอด” “เรื่องนั้น... เรารู้ดีค่ะ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้คุณทราบทุกเรื่อง” สารถีจำเป็นแทบจะกลั้นหัวเราะออกมาไม่ทันเมื่อได้ยินดั่งนั้น ความจริงขอจันทร์คงจะไม่ใช่พวกที่ยอมให้ใครมารังแกโดยง่าย แต่คงเลือกที่จะปล่อยผ่านมากกว่า เนื่องด้วยรู้ว่าตัวเองเป็นแบบนี้หากสู้ก็คงจะเสียเปรียบหรือโดนหนักมากกว่าเดิมหลายเท่า ส่วนเรื่องตาหากอีกคนไม่อยากที่จะบอกเขาก็จะไม่กล่าวถามถึงมันอีก “ปากเก่งทั้งที่มือยังสั่นอยู่เลย” “แค่ไม่ชอบตอนฟ้าร้องค่ะ ถึงฝนจะทำให้เราจิตใจสงบขึ้น แต่มันก็มีบางช่วงที่คนเราย่อมไม่ปรารถนา” “นั่นสินะ” พอพูดถึงเรื่องพาจันทร์แล้วเพลิงกัลป์ก็แทบอยากจะปล่อยขอจันทร์ทิ้งลงข้างถนน แต่มือหนากลับเอื้อมไปหยิบเสื้อคลุมที่มีติดอยู่ในรถโยนให้คนที่นั่งข้างกาย เนื่องจากอุณหภูมิภายนอกนั้นทำให้อากาศเย็นขึ้น และเขาเป็นคนขี้ร้อนเลยทำให้คนขี้หนาวในความทรงจำจัดการตัวเองไปโดยไม่คิดที่จะผ่อนปรนอะไรให้ไปมากกว่านี้อีก หรือจริง ๆ เพราะเขารู้สึกผิดที่พูดแบบนั้นไปกันแน่ กระทั่งเรามาถึงโรงพยาบาลที่ทั้งชั้นมีอยู่เพียงไม่กี่ห้อง ก็เพลิงกัลป์ยอมจ่ายเงินให้คนรักไปขนาดนี้ไม่แปลกที่ความเงียบสงบจะกลืนกินเราทั้งสองในขณะที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา น่าแปลกไปมากกว่านั้นคือเพลิงกัลป์รู้สึกว่าบานประตูห้องพักพาจันทร์นั้นเหมือนจะเพิ่งปิดลง ราวกับมีใครอีกคนมาถึงก่อนหน้าพวกเขาแล้วเดินเข้าไปด้านในก่อน “ทำไมถึงไม่เดินต่อล่ะคะ มีอะไรหรือเปล่า” “ช่วยเงียบหน่อย” ชายหนุ่มกระชากเรียวแขนเล็กให้เดินตามหลังอย่างไม่แรงนัก ก่อนเขาจะต้องนิ่งงันยามเห็นแผ่นหลังของคนที่เข้าไปก่อนนั้นเป็นใคร เป็นราชันเพื่อนสนิทที่มาเยี่ยมคนรักของเพลิงกัลป์ เขาจะไม่แปลกใจเลยหากไม่ได้เห็นภาพเบื้องหน้าผ่านบานกระจกใสของห้องพักผู้ป่วยพิเศษ ราชันกำลังใช้มือลูบศีรษะคนที่นอนไม่ได้สติอยู่ แล้วกดจูบลงไปแผ่วเบา TBC.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD