เราเดินมานั่งโต๊ะม้าหินอ่อนตัวหนึ่ง คุณจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ฉันดันพายัยมิ้มมานั่งโต๊ะม้าหินอ่อนตัวเดิมเด๊ะ ๆ ที่ฉันกับคอปเปอร์นั่งด้วยกันครานั้น ดูท่าแม้ปากฉันจะย้ำว่าจะไม่สนใจเขา แต่จิตใต้สำนึกกลับนึกถึงแต่เขาอยู่ตลอดจริง ๆ นั่นแหละ “นั่งกินตรงนี้ดีแหะ ผู้คนไม่พลุ่งพล่าน” “อืม เราอย่าเอาแต่คุยเลย รีบกินกันเถอะ นี่ก็ทุ่มกว่า ๆ เกือบสองทุ่มแล้วนะแก” ฉันไม่ได้แค่บ่น แต่รีบเทอาหารลงชามเพื่อให้ยัยมิ้มได้กินสักที เราสองคนตั้งใจทานกันมาก พยายามจัดการอาหารตรงหน้าที่มากมายเกินตัว แต่แล้วก็มีน้อง ๆ วิศวะกลุ่มหนึ่งเดินมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนใกล้ ๆ เสียงเจื้อยจ้าวตามประสามหนุ่ม ๆ ฉันเองก็ไม่ได้กวาดตาไปมองหรอกเพราะไม่ได้สนใจอะไร ทว่า...หันไปแว่บเดียว ดันไปสบตาเข้ากับเด็กหนุ่มวิศวะคนหนึ่งที่คุ้นตาในความทรงจำ กระทั่งที่น้องเขาโพลงเสียงขึ้น “นี่มันพี่นีนี่...ใช่พี่นีนี่ใช่ไหมครับ” เด็กหนุ่มวิศวะคน

