ตอนที่ 2
อ้อนพี่สิ
‘ตลกชะมัด ดูทำหน้าเข้า’
ความสนุกในใจฉายชัดออกมาทางสีหน้า ยามนัยน์ตากลมจับจ้องไปยังลูกชายของพ่อเลี้ยงที่นั่งอยู่ตรงหน้า
อาการที่เรียกว่าแทบนั่งไม่ติดของเขายามโดนปลายเท้าเปลือยเปล่านุ่มของเธอลูปไล้ไปมา ยิ่งเห็นสายตาเดี๋ยวโกรธเดี๋ยววาบหวาม ทั้งมือยังกำช้อนทานข้าวแน่น บ่งบอกว่ากำลังเกร็งตัวนั่น ความอยากแกล้งของสาวลูกครึ่งก็ทวีคูณมากขึ้นไปอีก
'คิดว่าจะมาพูดจาแย่ๆ ใส่คนแบบไอ้โรสแล้วจะได้เดินลอยหน้าลอยตาไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอ ฝันไปเถอะย่ะ'
อันที่จริงเธอเองก็เป็นสาวค่อนข้างเรียบร้อยและมีมารยาทเหมือนอย่างที่พ่อคนใหม่ของเธอว่า แต่ด้วยมีนิสัยที่ไม่ยอมคนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
'คนไทยด้วยกัน อะไรยอมได้ก็อย่ายอม!'
'ถ้ามัวแต่ให้อภัย เมื่อไหร่จะได้แก้แค้น!'
เธอจะมีมารยาทกับคนที่มีมารยาทกับเธอเท่านั้น กับเจ้าเด็กเปรตนี่ต้องสั่งสอนให้มาอยู่ใต้โอวาทสักที และวิธีการที่ง่ายและเร็วที่สุดสำหรับคนหัวรั้นแบบนี้ก็เห็นจะเป็น...
“หน้าแดงเชียว ดูแล้วก็น่ารักเหมือนกันนะ คิก คิก”
ริมฝีปากของสาวลูกครึ่งยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความพอใจ เมื่อเห็นว่าการสั่งสอนของตัวเองเหมือนจะได้ผล คนตรงหน้าที่ปากดีใส่เธอเมื่อเย็นตอนนี้กลับหน้าแดงขึ้นมาเรื่อยๆ สายตาของเขายามมองมาที่เธอดูแล้วเหมือนคนกำลังโกรธอยู่ก็จริง แต่พอมองดีๆ เนื้อตัวกลับสั่นเกร็งเบาๆ ทุกครั้งที่ฝ่าเท้าของเธอลากสูงขึ้น
“น่าสนุกนักล่ะ พวกปากไม่ตรงกับใจเนี่ย”
คนสวยคิดอย่างถือดี ท่าทีของสาวเจ้าภายนอกยังคงดูเหมือนปกติทุกอย่าง แต่เท้ากลับจู่โจมคนตรงหน้าไม่หยุด จนปลายนิ้วเท้าเกลี่ยวนไปยังต้นขาด้านในของเขา เล่นเอาชินกรถึงกับขนลุกซู่พยายามกัดฟันพร้อมกับหนีบขาตัวเองเอาไว้แน่น หวังให้หลุดพ้นจากการรุกรานของคนที่มีศักดิ์เป็นพี่สาว ทั้งยังปกป้องดินแดนสงวนของตนเอาไว้ไม่ให้ถูกโจมตี
แต่ชายหนุ่มก็ไม่อาจทำได้ดังใจคิด เมื่อปลายเท้าของสาวเจ้าจงใจบดบี้เข้ากับปลายหัวของเขาแรงๆ ผ่านกางเกงขาสั้นที่เขากะใส่มานั่งกินข้าวชิวๆ เล่นเอาชายหนุ่มตัวงอด้วยความเสียวที่ถูกสร้างขึ้น ความร้อนแล่นพล่านไปทั่วร่างกายแต่ก็ยังควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงความปิดปกติใดๆ ออกมา
ถ้าแสดงออกมาตอนนี้เท่ากับแพ้ เพราะฉะนั้นเขาต้องอดทน
“ชิน วันนี้อิ่มช้านะ ฝีมือพี่โรสถูกปากลูกใช่ไหมล่ะ”
เรวัตชวนคุยขึ้นมา เมื่อเห็นว่าวันนี้ลูกชายของตนเหมือนจะนั่งทานข้าวนานกว่าปกติ ทั้งที่ทุกวันเจ้าตัวจะรีบทานรีบหนีขึ้นห้องไปแท้ๆ
“เอ่อ กะ ก็ งั้นๆ แหละครับ พอดีหิว”
รสราแทบหลุขำออกมากับคำตอบที่ได้ยิน พอกันกับความหมั่นไส้ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งที่ท่อนลำใต้กางเกงมันเริ่มแข็งเพราะเธอแท้ๆ กลับมาทำปากดีอวดดีอีก แบบนี้จะไม่ให้เธออยากแกล้งได้ไง
“งั้นชินชอบแบบไหนเหรอ พี่จะได้ทำถูก...”
ชินกรรู้ดีว่าทำในความหมายคำพูดของเธอที่กำลังจะสื่อ ซึ่งมันไม่ได้หมายถึงอาหารที่เจ้าตัวทำแต่อย่างใด
โดยเฉพาะในตอนที่ปลายเท้าจงใจลูบไล้ขึ้นลงไปตามท่อนลำแข็งตัวของเขาเหมือนตอนนี้ มันจึงทำให้คนเด็กกว่าเลือกจะเมินคำถามของเธอ แล้วพยายามข่มความเสียวที่มีหันไปคุยกับคนเป็นพ่อที่เริ่มรวบช้อนเข้าหากันแทน
“พ่ออิ่มแล้วเหรอครับ ถ้างั้น ไปก่อนเลยก็ได้นะ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการต่อเอง”
เรวัตที่ได้ยินแบบนั้นก็หันมองสบตากับเมียคนใหม่เล็กน้อยอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากพยักหน้ารับแล้วเดินเลี่ยงไปพักผ่อนกันตามลำพัง ปล่อยให้สองพี่น้องทำความคุ้นเคยกันต่อไป
“ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย หยุดสักทีเถอะ”
เสียงดุๆ ดังขึ้นทันทีเมื่ออยู่กันตามลำพัง พร้อมกับมือที่พยายามจับเอาเท้าของหญิงสาวออกไปให้พ้นจากท่อนเอ็นของตัวเอง แต่รสราก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆ ขนาดนั้น ทั้งยังยกฝ่าเท้าอีกข้างเข้ามาเสริมอีกแรงอีก ปากก็โต้ตอบคนเด็กกว่าไปด้วยว่า
“อะไรกัน ทั้งที่ตรงนี้แข็งสู้แล้วแท้ๆ”
ฝ่าเท้าทั้งสองของหญิงสาวเริ่มรุกไต่ระดับมากขึ้น ออกแรงปั้นรูดไปกับท่อนเอ็นใต้ร่มผ้าของชินกรหนักๆ ทั้งยังจงใจขยี้ส่วนหัวเน้นๆ จนคนที่ออกปากต่อต้านเริ่มอ่อนลงไม่รู้ตัว
"อึก ซีดส์"
มือที่กำแน่นตรงข้อเท้าคลายลงช้าๆ ทั้งใบหน้ายังเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นมาให้เห็น และแม้เจ้าตัวจะพยายามอดกลั้นฝืนความรู้สึกไม่ให้แสดงออกมาแค่ไหน แต่ความเคลิบเคลิ้มกลับถูกส่งผ่านออกทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด
“อึก นี่ พอสักทีเถอะ”
“จะให้พอจริงเหรอ ไม่ใช่ว่าอยากให้ทำต่อจนเสร็จเหรอ ตรงนี้นายร้อนมากแท้ๆ เลยนะ”
ปลายหัวถูกนิ้วเท้าคลึงขยี้ และแม้จะมีกางเกงกั้น แต่ความเสียวมันกับไม่ได้ลดน้อยเลยสักนิด นั่นมันทำให้สาวเจ้ายิ่งนึกสนุกมากขึ้นไปอีก
“ว่าไง ชอบรึเปล่า หรืออยากลองมากกว่านี้ หืม ปากพี่เองก็ดีมากนะรู้ไหม อยากลองดูบ้างไหมล่ะ”
ปากงั้นเหรอ?...ไม่รู้เพราะความเสียวที่กำลังถูกปั่นจนสูงขึ้นหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบ เพียงแค่ชินกรคิดตามภาพที่เธอว่า อารมณ์ในตัวมันก็ยิ่งพุ่งทะยานมากขึ้นไปอีก เมื่อเผลอจินตนาการถึงภาพที่ปากอวบอิ่มนั่นครอบทับมายังแกนกายของเขา
‘หึ ติดกับแล้วสินะ’
รอยยิ้มถูกใจของหญิงสาวผุดขึ้น กับชัยชนะที่รอคอยอยู่ตรงหน้า นั่นมันยิ่งทำให้หญิงสาวใส่เกียร์เดินหน้าต้อนอีกฝ่ายให้จนมุมมากขึ้น
ปลายเท้าเปลือยเปล่าวางตรงหน้าขาในลักษณะที่ปลายนิ้วเฉียดพวงก้อนแฝดของคนน้องกว่าอย่างจงใจ นัยน์ตายั่วยวนส่งไปให้คนตรงหน้าราวท่องมนต์สะกด พร้อมกับเริ่มต่อรองในสิ่งที่หวัง
“ว่าไง อยากให้ช่วยไหม ลองขอลองดูสิ พูดเพราะๆ อ้อนแบบน่ารักๆ หน่อย บางทีพี่อาจจะใจดีกับเราก็ได้นะ”
“จะบ้ารึไง ใครเขาจะไปพูดแบบนั้นกับเธอ อีกอย่างฉันเป็นลูกคนเดียว ไม่ได้อยากจะนับญาติกับ...อึก ซีดส์ นี่ ถอยออกไปนะ”
ยิ่งเขาโมโห รสราก็ยิ่งเน้นน้ำหนักการรุกราน
“อะไรกัน จะให้ถอยทั้งที่ตรงนี้มันกำลังเรียกหาปากนิ่มๆ ของพี่งั้นเหรอ หืม มันไม่อยากหรอกนะ ก็แค่อ้อนเอง ลองพูดซิ พี่โรสครับ ช่วยใช้ปากให้ผมหน่อย แบบนี้ไง ลองดูสิ”
ก้านนิ้วลากวนไปมาเฉียดแท่งลำที่แข็งตึงของคนน้องอย่างจงใจยั่ว เล่นเอาคนถูกกล่อมถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ อย่างคนที่เริ่มมองเห็นเค้าลางของความพ่ายแพ้อยู่จางๆ
***
ห้องอาหารกลายเป็นสนามรบกลายๆ เมื่อพี่สาวต่างแม่ใช้เท้าเปลือยเปล่ารุกรานชายหนุ่มวัยยี่สิบปี จนตัวงอแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ และแม้จะอาศัยจิตใจเข้มแข็งต้านทานแค่ไหน สุดท้ายชินกรก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนถึงขนาดไม่สะท้าน
แต่ถึงจะถูกยั่วจนใจเตลิด เขาก็ยังพอเหลือสติรั้งตัวเองไว้ในจังหวะสุดท้าย
“คิดจะยั่วฉันเหรอ ฉันไม่ใช่ไก่อ่อนแบบที่เธอคิดนะ”
ชินกรกัดฟันกรอดคิดในใจ ก่อนจะลุกพรึ่บขึ้นทันที มือหนาคว้าข้อมือบางของรสราแน่น แล้วบิดตัวพาอีกฝ่ายชิดกำแพงในพริบตา
“คิดจะเล่นกับไฟเหรอ...” เสียงทุ้มพร่าเบาแต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์กรุ่นจัดเอ่ยชิดใบหู “ถ้าไม่หยุด ฉันนี่แหละจะเป็นฝ่ายทำเธอหยุดเอง”
รสรายิ้มยั่ว...ไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
“แน่ใจเหรอว่าจะไหว? ไม่ต้องรีบ พี่มีเวลาเล่นกับนายอีกเยอะ”
รสรายิ้มสะใจ ยักไหล่เบาๆ ทีแรกเธอตั้งใจจะไม่ค้างที่นี่ แต่พอมาเจอเรื่องสนุกแบบนี้ มีหรือคนอย่างเธอจะยอมกลับไปง่ายๆ ร่างบางช้อนสายตาขึ้นมองอย่างท้าทาย ก่อนจะเดินขึ้นห้องด้วยท่าทางสบายใจ
ทิ้งให้ชินกรต้องรีบจัดการกับ ‘ความลำบาก’ กับกึ่งกลางความเป็นชายของตัวเองเพียงลำพัง
เสียงฝักบัวจากห้องน้ำยังคงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ น้ำอุ่นไหลพรั่งพรูจากฝักบัวลงบนเรือนกายเปลือยเปล่าของชายหนุ่มร่างสูง รูปร่างล่ำสันที่ผ่านการฝึกฝนกีฬาแทบทุกชนิด ผิวกายของเขาแน่นตึงไปด้วยมัดกล้ามที่จัดว่าไม่ขี้เหร่เอาเสียเลย หากใครมาเห็นตอนนี้ก็คงอดใจไม่ไหว
แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้รู้สึกพอใจอะไรกับสิ่งสะท้อนอยู่ในกระจกเลยแม้แต่น้อย เพราะภาพจำก่อนเข้าห้องน้ำยังตามหลอกหลอนติดตาอยู่ทุกวินาที
‘ทำบ้าอะไรของเธอวะ...ยัยบ้านั่น...’
ปลายนิ้วหยาบลูบผ่านเส้นผมที่เปียกชื้น พยายามลบภาพปลายเท้าเรียวขาวที่ลากไล้ไปทั่วแกนกายของตน แต่ยิ่งพยายามลืม มันกลับยิ่งชัด ทั้งความรู้สึกวาบหวิว ความเสียวซ่านในเสี้ยววินาทีที่ถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว มันฝังแน่นอยู่ในความทรงจำชวนหวาม
“ให้ตายเถอะ…ยัยผู้หญิงแสบ!”
น้ำเสียงหงุดหงิดสบถลอดไรฟัน เมื่อร่างกายยังคงตอบสนองอย่างไม่รู้จักหยุด แม้จะอยู่คนเดียวในห้องน้ำ แต่ท่อนล่างของเขากลับแข็งตึงไม่ยอมคลายตัวเลยสักนิด
แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ เขาไม่สามารถไปพูดกับใครได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือแม้แต่พ่อของตัวเอง เพราะคนที่ทำให้เกิดอารมณ์วาบหวามแบบนี้... คือ “พี่สาว” ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ร่วมบ้านได้ไม่กี่วัน
รสรา... ยัยตัวดีที่ชอบยั่วโมโห ทั้งปากแซ่บ แล้วยัง...
‘ยั่วไม่เลือกสถานที่อีกต่างหาก!’
ชินกรยิ่งคิดก็ยิ่งอยากระเบิดความอัดอั้นออกมา ไม่ใช่แค่เพราะความต้องการ แต่เพราะรู้ดีว่าตัวเองเริ่มจะ “แพ้ทาง” พี่สาวร่วมบ้านเข้าให้แล้ว ทั้งที่แค่เห็นหน้าตอนแรกก็แทบอยากจะไล่กลับไปอยู่บ้านเก่า แต่ตอนนี้กลับต้องมาหลบเข้าห้องน้ำเพื่อ “ระบาย” ความรู้สึกที่อีกฝ่ายปลุกปั่นขึ้นมาอย่างหน้าด้านๆ
ทางด้านของรสรา เธอกำลังนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกในห้องนอนด้วยสีหน้าสบายใจ แม้ในใจจะยังรู้สึกร้อนผ่าวอยู่บ้าง แต่รอยยิ้มพึงพอใจก็ฉาบไว้บนใบหน้าไม่จางหาย
“หึ แค่นี้ก็นั่งไม่ติดแล้วล่ะสิ...เจ้าเด็กปากดี”
สาวลูกครึ่งบ่นกับตัวเองเบาๆ ด้วยสำเนียงติดห้วนเหมือนคนเคยอยู่ต่างประเทศมานาน ก่อนจะหันไปคว้าชุดนอนสายเดี่ยวผ้าบางเฉียบขึ้นมาสวม ทิ้งชุดเดิมไว้กับพื้นอย่างไม่ไยดี
“เดี๋ยวก็รู้ว่าใครแน่กว่ากัน”
รสราไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยแบบที่เรวัตเข้าใจเลยแม้แต่น้อย แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูสงบเสงี่ยม แต่ภายในเธอมีไฟแรงร้อนที่พร้อมเผาไหม้ทุกคนที่ดูถูกหรือคิดจะข่มเธอ
โดยเฉพาะไอ้เด็กเปรตนั่น...
“จะหยิ่งให้ได้นานแค่ไหนกันเชียว หืม?”
เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ดังขึ้นในห้องนอน ก่อนที่เจ้าของร่างขาวสะท้อนแสงใต้ไฟนีออนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอ่านข้อความใหม่
"พรุ่งนี้เย็นไปกินข้าวกับลุงที่ร้านญี่ปุ่นแถวบ้านนะลูก"
ข้อความจากพ่อใหม่แวบขึ้น ทำให้รสราเบะปากนิดๆ เธอรู้ดีว่าเรวัตอยากให้เธอกับชินกร “สนิทกัน” มากกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าความสนิทที่เธอพยายามมอบให้นั้นจะไม่ใช่แบบที่เรวัตคิดไว้เลย
เช้าวันถัดมา บรรยากาศในบ้านดูเงียบลงไปเล็กน้อย
เรวัตออกไปข้างนอกแต่เช้า ทิ้งให้สองพี่น้องอยู่กันตามลำพังอีกครั้งเนื่องจากเป็นวันหยุด บรรยากาศที่ควรจะสบายๆ ในวันพักผ่อน กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากร่างสูงที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ตรงโซฟา
ชินกรพยายามจะเมินทุกอย่าง ไม่แม้แต่จะมองหน้าหญิงสาวที่เดินผ่านไปมาในบ้าน แต่การเพิกเฉยนั้น...ยิ่งจุดไฟในใจรสราให้ลุกโชนขึ้น
“โกรธอะไรเหรอ? หรือแค่เขิน?”
เสียงใสถามขึ้นอย่างมีเลศนัยขณะเธอก้มลงเก็บหนังสือพิมพ์ที่ตกอยู่หน้าทีวี ท่าก้มที่จงใจเปิดช่องให้ชายหนุ่มมองเห็นเรือนร่างภายใต้ชุดเสื้อยืดตัวบางกับกางเกงขาสั้นจู๋ที่แทบจะเปิดเรียวขาทั้งหมด
ชินกรหันขวับไปทางอื่นแทบจะทันที
“อย่ามาเล่นแบบนี้นะ ฉันไม่ใช่ของเล่นของเธอ!”
“หึ ของเล่นเหรอ?”
หญิงสาวยิ้มกวน พร้อมเดินเข้าไปใกล้แล้ววางมือลงบนพนักโซฟาข้างๆ ชายหนุ่ม กลิ่นหอมจากน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยเข้ามาในโสตประสาท ทำให้เขาเผลอกลั้นหายใจอย่างไม่รู้ตัว
“เมื่อคืนหลับสบายไหมจ๊ะ? หรือ...ต้องออกแรงช่วยตัวเองก่อนนอนถึงจะหลับ?”
“หยุดพูดแบบนี้นะรสรา!”
เสียงตวาดดังลั่น แต่ก็ไม่สามารถกลบเสียงหัวเราะของหญิงสาวได้
“เอ๋ ทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ?”
มือขาวยกขึ้นแตะใบหน้าของเขาเบาๆ ก่อนจะลูบลงมาที่ต้นคอแล้วลากปลายนิ้วผ่านหน้าอกแกร่งนอกเสื้อยืด
“ยังไงก็อยู่บ้านเดียวกันไปอีกนาน...จะเกลียดกันไปถึงไหนกันล่ะ?”
“เธอมัน...บ้า!”
“ฉันบ้าได้มากกว่าคิดนายคิดอีกนะ”
เสียงหวานหยอกทิ้งท้ายไว้ก่อนจะลุกเดินจากไปอย่างนวยนาด ปล่อยให้ชินกรได้แต่กำหมัดแน่น ขบฟันกรอดอย่างสุดกลั้น
เย็นวันนั้นที่ร้านอาหารญี่ปุ่น
รสรานั่งเคียงข้างแม่ตัวเองบนเบาะนั่งในร้านหรู ส่วนชินกรนั่งตรงข้าม ข้างหน้ามีเซตปลาดิบและเทมปุระวางอยู่ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่แตะอะไรเลยตั้งแต่นั่งลง
“ไม่กินเหรอลูก เห็นชอบอาหารญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ?”
เรวัตถามอย่างแปลกใจ
“ผมไม่ค่อยหิว”
คำตอบที่ได้ฟังทำเอารสราแอบอมยิ้มเล็กน้อยขณะยกตะเกียบคีบปลาดิบใส่ปากอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะหันไปมองคนตรงหน้าอย่างยั่วยวน
“สงสัยเหนื่อย...เมื่อคืนคงนอนไม่ค่อยหลับ”
เสียงกระซิบเบาๆ ที่มีแค่พวกเขาสองคนได้ยิน ทำให้ชินกรกัดฟันแน่นจนเส้นกรามขึ้น เสียงตะเกียบในมือเขากระทบจานเบาๆ จนเรวัตหันมอง
“เป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าชิน?”
“เปล่าครับพ่อ ผม...แค่เริ่มจะอิ่มแล้ว”
"ยังไม่ทันได้กินเลยทำไมอิ่ม?"
รสราหัวเราะเบาๆ ในลำคอขณะยกชาเขียวขึ้นจิบ ไม่พูดอะไรต่อ ปล่อยให้ชายหนุ่มตรงหน้าทนกับแรงอารมณ์ภายในใจที่กำลังปั่นป่วนหนักขึ้นทุกที
หลังอาหารเย็น
เรวัตกับศินีขึ้นไปพักบนห้องปล่อยให้ชินกรกับรสราอยู่กันตามลำพังอีกครั้งในห้องนั่งเล่นที่เงียบเชียบ มีเพียงเสียงทีวีคลอเบาๆ กับบรรยากาศที่ตึงเครียดอย่างประหลาด
“วันนี้ดูเรียบร้อยขึ้นนะ...หมายถึงปากน่ะ คิก คิก”
“พูดมากน่า กลับห้องเธอไปสักทีเถอะ”
“ไม่เอาหรอก พี่อยากทำอะไรสนุกๆ มากกว่า”
รสราเดินเข้าไปใกล้ คุกเข่าลงตรงหน้าเขา ชินกรสะดุ้งเฮือก
“จะทำอะไร!”
“ทำในสิ่งที่นายอยากให้พี่ทำตั้งแต่เมื่อวานไง”
"คะ ใคร บอกว่า อยากให้เธอทำ นี่ ถอยออกไปนะ"
"ปากไม่ตรงกับใจอีกแล้ว"
ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปวางบนเข่าของชายหนุ่ม ก่อนจะเลื่อนช้าๆ ขึ้นมาที่ต้นขาด้านใน...
***