| แพรรุ้ง |
“เอ้อ…แพรรุ้ง วันจันทร์ลูกชายฉันจะเข้าไปทำงานที่บริษัท ผมอยากให้คุณช่วยสอนงานเขาหน่อย ว่าต้องทำอะไรจัดการตรงไหนบ้าง”
“ให้แพรสอนคุณพาริสเนี่ยนะคะท่าน โห…แพรว่าให้พี่เล็ก หรือพี่นิดหน่อยแนะนำคุณพาริสน่าจะดีกว่าค่ะ”
“เจ้าพาริสมันหัวไว คุณสอนน่าจะเข้าใจมากกว่า อายุเท่ากัน คุยภาษาเดียวกันเข้าใจง่ายกว่า ไหนๆ คุณก็ต้องเป็นเลขาพาริสเขาอยู่แล้ว”
“แต่…”
พี่กั้งที่นั่งถัดจากฉันเอาเท้าเธอมาสะกิดเท้าฉัน นี่คงเป็นสัญญาณที่บอกว่า ยัยแพรรุ้ง…เธอควรหุบปาก อย่าเถียงเจ้านาย
“ก็ได้ค่ะ แพรจะลองดูค่ะท่าน” ฉันตอบคุณพีรพลไป พร้อมกับยิ้มกว้างเห็นฟันครบทุกซี่ ทำไงได้ล่ะ เป็นเลขาก็ต้องทำตามคำสั่งเจ้านายนั่นแหละ เอาจริงๆ ใครมันจะไปกล้าขัดคำสั่งท่านได้ล่ะ
“ป๊าคร้าบ...ผมมาแล้ว โทษทีครับป๊า รถติดมากเลย” เสียงเจ้านายคนใหม่ดังขึ้น ก่อนที่เขาคนนั้นจะนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างถัดจากพ่อของเขา ซึ่งเป็นตำแหน่งตรงข้ามกับฉันพอดี
“สวัสดีพี่ๆ ทุกคนนะครับ ผมพาริส ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” เขาพูดพลางยิ้มกว้างโบกมือทักทายทุกคนบนโต๊ะ
ให้ตายเหอะ…หล่อวัวตายควายล้ม คุณพาริสหล่ออย่างที่เขาว่าจริงๆ ด้วย เจ้านายคนใหม่ของพวกเรามาด้วยชุดสูทลำลองแบบสบายๆ หน้าตาว่าดีแล้ว หุ่นนี่ดีแบบกินขาด ความสูงน่าจะเกินร้อยแปดสิบแน่ๆ ตาคม ดั้งโด่ง คิ้วสวย ปากกระจับ ทรงผมก็ถูกจัดเซตให้เสยขึ้น แอบมีปอยผมเล็กๆ ร่วงลงมาดูเซ็กซี่ ตายๆๆ กร้าวใจมาก พระเอกเกาหลีในซีรีส์ที่ดูค้างไว้ยังต้องอาย นี่ตั้งแต่ทำงานมาก็เพิ่งจะเคยเห็นตัวจริงวันนี้แหละ
“พาริส นั่นแพรรุ้ง เธอจะเป็นคนสอนงานลูกนะ นอกจากอานิพนธ์แล้ว ถ้าไม่เข้าใจงานตรงไหนก็ถามแพรรุ้งได้” คุณพีรพลพูดพลางผายมือมาทางฉัน ที่กำลังกัดกุ้งตัวโตให้ส่วนตัวกับส่วนหางขาดออกจากกัน
“สวัสดีครับป้าแพรรุ้ง”
O_O
ปะ…ป้าเลยเหรอ!? แม่งเอ๊ย…เจอกันครั้งแรกก็ไม่ประทับใจแล้ว ไอ้...ไอ้หน้าหล่อปากตะไกร!! เอาหางกุ้งนี่ยัดปากแม่งเลยดีไหม ใครป้ามึงวะ…นี่คือสิ่งที่ฉันคิดในใจ อยากด่าแทบตาย แต่ทำได้แค่ยิ้มเจื่อนกลับไป
และตอนนี้ที่แย่กว่านั้นคือ ทุกคนบนโต๊ะกำลังหัวเราะให้กับสรรพนามที่เขาเรียกฉัน ไอ้บ้าเอ๊ย…!!
“เอ่อ...คุณพาริสคะ แพรว่าเราสองคนอายุน่าจะต่างกันไม่มากนะคะ”
“อ้าว…ขอโทษทีครับป้าแพร…เอ๊ย…คุณแพรรุ้ง ผมเห็นคุณแต่งตัวแบบนี้ก็นึกว่าอายุเยอะแล้ว ซอร์รี่ครับ”
ฉันกลายเป็นตัวโจ๊กของพี่ๆ ไปโดยปริยาย แม้แต่คุณพีรพลเองก็ยังขำไปกับมุกควายๆ ของลูกชายตัวเอง บ้าเอ๊ย…ฉันมีความรู้สึกตงิดๆ ในใจว่าชีวิตกำลังเจอความซวยเข้าเล่นงานอย่างจัง
แค่คิดก็เห็นความหายนะรออยู่ตรงปลายทาง!! แล้วแบบนี้ฉันกับไอ้ว่าที่ท่านประธานคนใหม่จะไปกันรอดไหมล่ะเนี่ย หล่อแต่ปากหมาก็ไม่ไหวแล้วไหม!?
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ยกเว้นฉันที่นั่งเงียบ เขี่ยเม็ดแปะก๊วยที่ไม่ชอบกินในจานเล่นไปมา กว่าจะกินกันเสร็จ เมาท์มอยกันเสร็จก็ปาไปสามทุ่มกว่า พี่ๆ หลายคนไปต่อที่ผับชั้นใต้ดินของโรงแรม ส่วนฉันขอตัวไปดูซีรีส์เกาหลีต่อดีกว่า สถานที่แบบนั้นฉันไม่ค่อยจะถนัดสักเท่าไร
ฉันไหว้ลาเจ้านายเก่าและว่าที่เจ้านายใหม่ ก่อนปลีกตัวเดินไปที่หน้าโรงแรมเพื่อรอแท็กซี่
เฮ้อ…รถยังติดแหง็กอยู่กับที่ วี่แววแท็กซี่ที่เปิดไฟป้ายว่างก็ไม่มีเลย รถเมล์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าจะกลับรถไฟฟ้าก็ต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ออกไป แล้วตอนนี้ฝนดันกระหน่ำลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตาอีก
ฉันจะต้องทำยังไงล่ะเนี่ย…สงสัยซีรีส์เกาหลีที่ดูค้างไว้น่าจะเป็นหมัน ฉันหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า ก่อนโทรออกไปยังเบอร์โทรที่เมมเอาไว้เป็นเบอร์โทรด่วน
ปลายสายกดรับแล้ว แต่เสียงมันดังซะจนฉันไม่ได้ยินอะไรเลย ฉันเลยบอกไปว่าให้อ่านไลน์แทน
::
แพรรุ้ง : พี่กั้ง แพรเปลี่ยนใจแล้ว ออกมารับแพรหน้าผับหน่อย ฝนตกหนักมาก กลับบ้านไม่ได้
กั้งกั้งกั้ง : โอเค
::
ตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้าผับชั้นใต้ดินที่ว่า ยืนรอพี่กั้งออกมารับ ระหว่างนั้นก็มองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เดินเข้าเดินออก ฉันว่าตัวเองไม่ค่อยเหมาะกับสถานที่แบบนี้หรอก แค่การแต่งตัวก็ผิดระเบียบแล้ว
รอไม่ถึงสองนาที พี่กั้งก็เดินออกมารับตัวฉันเข้าผับไป แม้แต่การ์ดหน้าผับยังไม่คิดจะขอดูบัตรประชาชนของฉันเลย หรือว่าลุคฉันตอนนี้มันป้าอย่างที่ใครๆ เขาบอกกันจริงๆ วะ!?
แต่ช่างมันเหอะ ฉันแค่มานั่งฆ่าเวลารอให้ฝนหยุดตก ไม่นานก็ไปแล้ว!!
เมื่อเดินเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ มันเหมือนฉันหลุดไปยังอีกโลกนึง เสียงเพลงจากวงดนตรีสดดังกระหึ่มทั่วร้าน กลิ่นเหล้า กลิ่นอาหาร กลิ่นไอบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก
พี่กั้งพาฉันเดินเข้าไปยังโซนโซฟาด้านใน ก่อนจะให้ฉันนั่งข้างๆ ว่าที่ท่านประธานคนใหม่!!
เอิ่ม…ถ้ารู้ว่าเข้ามาแล้วต้องเจอหน้าหมอนี่ ฉันยอมตากฝนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ดีกว่า!!
::
โปรดติดตามตอนต่อไป
::
คนนึงก็ปากร้าย อีกคนก็ขี้รำคาญ จะไปกันรอดไหมเนี่ย!! มาลุ้นกันต่อเลยค่าา :)