หลายวันต่อมา
กันภัยถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อเดินทางมาถึงร้านอาหารภายในห้างสรรพสินค้าใกล้กับมหาวิทยาลัยตามคำชวนของน้องรหัสในเวลาบ่ายเศษๆ
เขามีน้องรหัสเป็นผู้ชาย และถูกอีกฝ่ายส่งข้อความบอกว่ากำลังหาคนช่วยหารค่าอาหารเลี้ยงสายรหัสที่เป็นเด็กปีสองและปีหนึ่ง ซึ่งในตอนแรกที่ได้ฟังก็ไม่ได้เอะใจ ตั้งใจจะนั่งพอเป็นพิธีแค่สิบนาที จากนั้นก็ทิ้งเงินเอาไว้และขอตัวกลับ
แต่เมื่อมาถึงโต๊ะที่น้องรหัสจองเอาไว้ กันภัยจึงเห็นหน้าเหลนรหัสของตนเองเป็นครั้งแรก แถมยังเป็นคนคุ้นเคย
ซิดนีย์นั่งไขว่ห้างเท้าคางกับโต๊ะยิ้มหน้าแป้นแล้นมองมายังตนเอง ราวกับกำลังพอใจกับรีแอกชันของเขาเป็นอย่างมาก มากเสียจนแก้มป่องๆ ของเธอกองกันเป็นก้อนน่าตี
“เฮียกัน หวัดดีครับ” กรซึ่งเป็นน้องรหัสของเขาเองยกมือไหว้ด้วยท่าทีเคารพนับถือ พลอยทำให้กริชหลานรหัสซึ่งเป็นผู้ชายอีกคนยกมือไหว้ทักทายตาม
กันภัยยกมือรับไหว้น้องสองคนทั้งที่สายตายังจับจ้องลูกสาวเจ้านายไม่วางตา ซิดนีย์ต้องทำเรื่องอะไรอีกแน่ๆ
“สวัสดีค่ะปู่รหัส” คนตัวเล็กเอาบ้าง มือเรียวยกมือไหว้เขาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
การกระทำนั้นทำให้บอดีการ์ดหนุ่มรู้สึกว่ากำลังถูกเธอกวนประสาท แถมเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมีคนนั่งไปหมดแล้ว ร่างสูงโปร่งจึงหย่อนกายนั่งลงข้างคนตัวเล็กอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะสะดุ้งเบาๆ เมื่อถูกมือซนคว้าหมับแอบจับมือแน่นใต้เก้าอี้
สายตาคมถลึงตาดุสลับกับมองมือตนเองที่ถูกเกาะกุมสั่งให้เธอปล่อยเป็นอิสระ แต่สาวน้อยตัวแสบกลับเอาแต่คลี่ยิ้มกว้างไม่สนใจสิ่งที่เขาสื่อแม้แต่น้อย
“สถิติเราพังแล้วเฮีย อุตส่าห์ลุ้นว่าจะได้หลานรหัสเป็นผู้ชาย” กรคุยกับเขาอย่างสนิทสนม
“เออ ผมโคตรตกใจ ตอนน้องซิดนีย์เดินมาบอกว่าเป็นน้องรหัส” กริชที่เป็นนักศึกษาปีสองเล่าเหตุการณ์วันเปิดสายรหัสให้ฟังพร้อมกับหัวเราะ
ในขณะที่ตัวต้นเรื่องนั่งเท้าคางฟังทั้งสองคนพูดพร้อมรอยยิ้มแสนซน กันภัยสังเกตว่าใบหน้าจิ้มลิ้มของซิดนีย์ดูจะภูมิใจกับการกระทำของตนเองด้วยซ้ำ
“อืม สั่งอาหารกันจะได้ไม่กลับดึก”
กันภัยที่ได้แต่พยักหน้าอย่างไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป เขาแสร้งหยิบรายการอาหารขึ้นมาเปิด แล้วอาศัยจังหวะที่คนอื่นๆ เลือกอาหารยกสมุดในมือขึ้นมาบังครึ่งหน้าเพื่อคุยกับเด็กแสบ
“คุณหนูทำอะไรลงไป” น้ำเสียงเข้มที่กระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคนดูน่าตลกสำหรับเธอไม่น้อย
“ซิดนีย์ไม่ได้ทำ เรื่องบังเอิญต่างหาก”
“ถ้าผมรู้เองทีหลัง ผมจะไม่ตามใจคุณหนูอีก”
คำขู่ของเขาทำให้ลูกสาวเจ้านายแสดงสีหน้าตกใจเลิ่กลั่ก
“ฮื่อ~ พี่กันอะ! กะ ก็ซิดนีย์ไม่อยากรู้จักคนอื่น ก็เลยไปขอแลกสลากที่ได้กับเหลนรหัสพี่กัน”
“ขอแลก?”
“จริงๆ แล้วจ่ายเงินให้ไปสองหมื่น แหะ...แต่มั่นใจได้ เรื่องไม่โป๊ะแน่นอน ซิดนีย์ขู่ไว้แล้วว่าถ้าไม่จบที่สองหมื่นจะให้คนของปะป๊ามาจัดการ”
ขู่เขาอีก!
เขาสบถในใจหลายประโยค ส่วนมากเป็นคำที่ออกอากาศไม่ได้ อยากจับเธอตีสักทีให้รู้จักคำว่ากลัวบ้าง แต่อาการลอยหน้าลอยตายิ้มภูมิใจในผลงานตนเองเป็นสิ่งที่ยืนยันชัดเจนแล้ว ว่าคุณหนูของเขาไม่มีความรู้สึกผิด
“อย่าทำแบบนี้อีก” เขาขู่และชี้หน้า เป็นคำขู่รอบที่ร้อยตั้งแต่รู้จักกันมา และรู้ว่าเธอจะไม่ทำแบบนี้อีก...
แต่ไปทำแบบอื่นแทน!
“โอเค จะไม่ทำแบบนี้อีก”
“แบบอื่นก็ห้าม”
“อันนั้นไม่รับปาก” ดวงตากลมโตเป็นประกายหลังจากพูดจบ ซิดนีย์หลุบมองปลายนิ้วที่ชี้ขู่ตนเองพลางยกยิ้มมุมปากชอบใจ “บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าชี้หน้าอีก ซิดนีย์จะจูบ...”
นิ้วหนาชักกลับทันทีที่นึกออก เขาใช้สายตาดุเธอที่กำลังทำปากจู๋ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนต้องหยุดการกระทำนั้น
“อยากให้ซิดนีย์เชื่อฟังก็มาเป็นแฟนซิดนีย์สิ นอกจากปะป๊า ผู้ชายคนเดียวที่ซิดนีย์จะฟังก็คือสามีของซิดนีย์” คำพูดเอาแต่ได้หลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มไม่หยุด มิหนำซ้ำยังแย่งรายการอาหารในมือของเขาไปถือเองหน้าตาย “พี่ๆ สั่งไปกี่อย่างแล้วคะ ซิดนีย์อยากกินกุ้งทอด”
เธอเนียนหันไปคุยกับคนอื่นไม่ให้เขาชวนคุยเรื่องที่ไม่อยากรับฟัง บอดีการ์ดหนุ่มจึงถอนหายใจก่อนจะหยัดกายลุกขึ้น
หมับ!
มือบางคว้าแขนแกร่งเอาไว้แน่นท่ามกลางสายตาคนอื่น กรกับกริชมองการกระทำของน้องปีหนึ่งอย่างเธอตาปริบๆ
แต่เธอแคร์ที่ไหน ตอนนี้เธอสนใจแค่เขาเท่านั้น
“ไปไหนเฮีย แล้วน้องซิดนีย์ไปจับแขนเฮียกันทำไม”
“ซิดนีย์กลัวไม่มีคนจ่ายค่าข้าว” เธอตีเนียนและพูดโกหกได้อย่างคล่องปาก ทั้งที่ความจริงแค่กลัวว่าเขาจะหนีกลับก่อนเพราะโกรธ
“ไปสูบบุหรี่ เดี๋ยวมา”
คำว่า ‘เดี๋ยวมา’ เขาจงใจพูดกับเธอ มือที่รั้งเอาไว้จึงปล่อยออกจากแขนเป็นอิสระ
“อย่าไปนานนะคะ ซิดนีย์ไม่อยากนั่งคนเดียว” น้ำเสียงออดอ้อนและสีหน้าเหมือนลูกแมวน้อยแสดงออกมาอย่างไม่ปกปิด
“โห~ มีสาวน้อยเข้าสายก็ดีนะเฮีย โคตรขี้อ้อน”
คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่มองว่ามันคือการออดอ้อนอย่างน่ารัก มีแค่คนที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีอย่างเขาเท่านั้นที่ดูออกว่ามันคือ ‘คำสั่ง’
✦✦✦
แผนที่กันภัยตั้งใจว่าจะปลีกตัวกลับหลังจากนั่งกับสายรหัสไม่นานถูกยกเลิกไป เนื่องจากการปรากฏตัวของคุณหนูตัวแสบ นักศึกษาทั้งสี่ชั้นปีนั่งรับประทานอาหารร่วมกันจนถึงเวลาแยกย้าย
บอดีการ์ดหนุ่มแอบสังเกตว่า เจ้านายสาวของตนเองไม่แสดงท่าทีวีนเหวี่ยงใส่คนอื่นตลอดเวลาที่นั่งด้วยกัน ทั้งที่สองคนนั้นก็ชอบถามอะไรซอกแซกแบบที่คนตัวเล็กไม่ชอบ
“แล้วน้องซิดนีย์จะกลับยังไงครับ ให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม?” กริชซึ่งเป็นพี่รหัสถามขึ้นหลังจากพากันเดินออกมานอกร้าน
“ไม่เป็นไรค่ะ ซิดนีย์มีคนที่บ้านมารับ” เธอจงใจเน้นคำว่า ‘คนที่บ้าน’ โชคดีที่ทั้งสองคนไม่ตงิดใจกับคำพูดนั้น
“ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนจนกว่ารถจะมารับไหมครับ” พี่รหัสยังคงถามด้วยความเป็นห่วง
การปล่อยผู้หญิงให้อยู่ลำพังเช่นนี้เป็นเรื่องอันตราย แม้จะยังอยู่ในเวลากลางวันก็ตาม
“ไม่เป็นไรค่ะ ซิดนีย์อยากชอปปิงด้วย พี่กริชคงไม่อยากตามถือของจนมือหัก” รอยยิ้มน่ารักปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยอีกครั้ง เจ้าของชื่อที่คิดว่าเธอพูดเล่นก็หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะพยักหน้า
หลังจากที่แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง บอดีการ์ดหนุ่มจึงวนกลับมาหาคุณหนูของตนเองใหม่ นักศึกษาสาวร่างบางยืนไขว้ขาอมยิ้มกับการกระทำแสนวุ่นวายที่ตนเองเป็นคนก่ออย่างไร้ซึ่งความรู้สึกผิด มิหนำซ้ำยังเดินตรงเข้ามาคล้องแขนแกร่งเดินชอปปิงในห้างด้วยกัน
“สนุกมากไหมครับ?” ชายหนุ่มหัวเสียกับความวุ่นวายของเจ้านายสาวเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ทราบ
เพราะเธอรู้ว่าเขาไม่ฟ้องทั้งนายใหญ่และออสโล ซิดนีย์จึงได้ใจและทำอะไรตามอำเภอใจเสมอ
“โมโหซิดนีย์เหรอ? จะตีก้นไหมล่ะ” เธอเอียงก้นใต้กระโปรงทรงเอยั่วเขาอีกแล้ว ชายกระโปรงร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาววับๆ แวมๆ
“ผมว่ากระโปรงคุณหนูสั้นไป”
“ซิดนีย์ใส่กางเกงใน ไม่โป๊”
“ทำไมไม่ใส่พลีต เวลาเดินขึ้นบันไดทำยังไง”
“ก็ก้าวขาเหยียบบันไดขึ้นไปไง” เธอตอบกลับชนิดกำปั้นทุบดิน เดินนวยนาดข้างกายไม่สะทกสะท้านกับกระโปรงที่ร่นขึ้นลงตามจังหวะการเดิน
“ไปซื้อกระโปรงตัวใหม่ นายใหญ่เห็นหรือเปล่าว่าคุณหนูแต่งตัวแบบนี้ไปเรียน”
“เห็น ป๊าไม่ว่า”
กันภัยเหนื่อยจะต่อล้อต่อเถียงกับคุณหนูเอาแต่ใจ ออกแรงจูงข้อมือเล็กมาหยุดหน้าร้านขายชุดนักศึกษา
“เลือกครับ ถ้าคุณหนูไม่เลือกเองผมจะเอาตัวที่ยาวที่สุดในร้านให้” มือหนาดันหลังคนตัวเล็กมาหยุดหน้าราวกระโปรงเรียงรายหน้าร้าน
ใบหน้าจิ้มลิ้มมุ่ยหน้าเมื่อถูกบังคับ คว้าพลีตสั้นที่สุดในร้านออกมาทาบกับสะโพกอย่างขอไปที
“เอาตัวนี้”
“ตัวนี้สั้นกว่าที่คุณหนูใส่อยู่อีก” เขามองชุดในมือเธอแค่หางตา แต่อย่าคิดว่าไม่ทันความเจ้าเล่ห์ของเธอ “เลือกดีๆ ครับ”
คำพูดกับสายตาคาดโทษของคนตัวสูง ทำให้ลูกสาวมาเฟียยกยิ้มมุมปากชอบใจที่สามารถก่อกวนอีกฝ่ายได้แม้เพียงแค่เล็กน้อย พลีตความยาวสิบสี่นิ้วถูกแขวนกลับบนราว ก่อนที่กระโปรงที่มีความยาวกว่าตัวเดิมเล็กน้อยจะถูกหยิบออกมาสองตัว
“จุกจิกขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่พ่อก็ต้องเป็นผัวแล้วนะ~”
เธอยื่นมันให้พนักงานส่วนเขาก็ยื่นบัตรตามไปให้ จากนั้นร่างเล็กจึงเดินกลับมาควงแขนซบแก้มลงบนไหล่แกร่งของอีกฝ่ายตามเดิม
“สิบแปดนิ้วพอใจหรือยังคะสุดหล่อ”
“ผมแค่ไม่อยากให้คุณหนูเป็นเหยื่อพวกชอบแอบถ่ายใต้กระโปรง” เขาเตือนเธอด้วยความหวังดี เรื่องด้านมืดของรั้วมหาวิทยาลัยเข้าหูเขาหลายต่อหลายครั้งตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ที่นั่น “เทอมหน้าผมกับนายเรียนจบ ไม่มีใครดูแลคุณหนูได้ตลอดเวลา อย่าสร้างศัตรู อย่าหาเรื่องใส่ตัว”
“ซิดนีย์อยู่ของซิดนีย์แบบนี้ คนที่เอาเท้าเข้ามาขวางทางนั่นแหละผิด”
คำพูดไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครทำให้บอดีการ์ดหนุ่มถอนหายใจออกมา ทุกวันนี้ที่เธอยังไม่เคยถูกทำร้ายเพราะไม่มีใครอยากมีปัญหากับผู้บริหารโรงแรมใหญ่ สิทธิ์การรับนักศึกษาฝึกงานเข้าไปร่วมงานกับโรงแรมในเครือลูซโซเป็นสิ่งที่นักศึกษาหลายคนใฝ่ฝัน
“หัดเข้ากับคนให้ง่ายกว่านี้ครับ อย่าก้าวร้าว”
“ซิดนีย์ขอฝึกเข้ากับพี่กันก่อนได้ไหม”
คำพูดทะลึ่งทะเล้นออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มของคนอายุน้อยกว่า แววตาเป็นประกายของเธอทำให้เขามั่นใจว่าเธอหมายถึงอะไร
“อย่าพูดจาแบบนี้กับผม” เขาดุเพราะมันไม่ควรพูดจากปากเด็กวัยแค่นี้ รวมถึงสถานะระหว่างเธอกับเขาด้วย
“แบบไหน?” เธอสวนเขากลับทันควัน พอดีกับพนักงานในร้านเอาถุงชอปปิงพร้อมบัตรมาคืนให้
ไร้ซึ่งคำตอบจากบอดีการ์ดหนุ่ม กันภัยรับมันมาถือด้วยความเคยชิน เขาไม่เสียเวลาเล่นลิ้นกับเด็กไม่รู้จักโตแบบเธอ
“ความหมายของซิดนีย์มีง่ามเดียว ไม่เคยมีง่ามที่สอง”
นิ้วประดับคริสตัลใสสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกฝ่ายอย่างมีจริตจะก้าน ก่อนจะรีบผละออกห่างเมื่อถูกฝ่ามือหนาฟาดลงบนหลังมือเสียงดังเพียะ
“ตะ ตีซิดนีย์เหรอ!?” คนไม่เคยถูกใครตีมาก่อนแสดงสีหน้าตกใจ ยกมืออีกข้างลูบหลังมือบริเวณที่ถูกตีด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเกินจริง
“โดนซะบ้าง...” น้ำเสียงลอดไรฟันดังออกมา ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเป็นฝ่ายเดินนำไปรอลิฟต์โดยสาร
คนเพิ่งถูกตีวิ่งตามไปกอดแขนของเขา แถมยังบ่นว่าเจ็บปวดมากมายกับการถูกตีครั้งแรกตลอดทาง ในขณะที่ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจกับความไม่ทุกข์ร้อนของลูกสาวเจ้านาย