Possession 4 | ตระกูลมาเฟีย

2798 Words
กันภัยกลายเป็นเพื่อนเล่นของคุณหนูจอมเอาแต่ใจอย่างซิดนีย์นับตั้งแต่วันนั้น เพราะเขามองว่าเธอคือลูกของผู้มีพระคุณ จึงเลือกที่จะปล่อยผ่านกับความเอาแต่ใจนั้นมาตลอด สิ่งหนึ่งที่คนอย่างเขาคงไม่มีโอกาสได้รู้จัก หากไม่ได้เข้ามาอยู่ในวังวนของครอบครัวนี้ มาเฟีย... กันภัยในวัยเด็กเคยสงสัยว่าทำไมนายใหญ่จึงเลี้ยงลูกน้องผู้ชายจำนวนมากเอาไว้ คนพวกนี้ฝึกร่างกายเป็นประจำทุกวัน ทุกคนสวมเสื้อผ้าแบบเดียวกันสีเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน แต่คำถามมากมายที่มีอยู่ในหัวนั้นก็ไม่เคยได้รับคำตอบ กระทั่งอายุย่างเข้าสู่ปีที่สิบเจ็ด การได้รับโอกาสให้เรียนในโรงเรียนหรูที่มีแต่คนมีเงินสร้างความอึดอัดในช่วงแรกไม่น้อย แต่อย่างน้อยการมีลูกของเจ้านายสองคนกับคนอื่นๆ ที่คุณหนูเรียกว่า ‘พันธมิตร’ เรียนอยู่ด้วยกันก็พอทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้น “ทำไมซิดนีย์กับมิรินยังไม่มา” ออสโลซึ่งนั่งรออยู่บริเวณลานม้าหินอ่อนของโรงเรียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือหงุดหงิด ข้อมือซ้ายถูกยกขึ้นมาดูนาฬิกาเป็นรอบที่สาม พลอยให้กันภัยมองนาฬิกาข้อมือตนเองตามไปด้วย เลยเวลาพักเที่ยงมาสิบห้านาทีแล้ว... แปลกมาก เพราะซิดนีย์ไม่ใช่พวกรักเรียก เธอสนุกกับการใช้เวลาพักเที่ยงมากกว่าเรียนหนังสือด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่ามันสมองของคุณหนูไม่เป็นสองรองใคร เธอเรียนอยู่ห้องเดียวกับลูกสาวของเพื่อนเจ้านายอย่างมิริน ทั้งคู่ผลัดกันคว้าท็อปรายวิชากันอยู่สองคนตั้งแต่ประถมจนถึงตอนนี้ “ผมไปตามที่แผนกมัธยมต้นให้ครับ” เป็นเขาทุกทีที่ต้องรับหน้าที่นี้ ซึ่งกันภัยชินไปเสียแล้ว “อืม กูจะไปจองโต๊ะ เอาน้ำอะไร” “เดี๋ยวผมไปซื้อให้ครับ” “กูถาม” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถามซ้ำ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตอบไม่ตรงคำถามของตนเอง “เหมือนของนายครับ ของคุณหนูเป็นมะพร้าวปั่นใส่นม” เมนูประจำที่เธอต้องได้กิน วันไหนร้านปิดหรือหมด วันนั้นมีเรื่อง “คิวยาวฉิบหาย” อาการหงุดหงิดแสดงออกมามากขึ้น เมื่อได้ยินร้านที่น้องสาวตัวแสบชอบกิน “งั้นผมจะซื้อให้เองครับ” น้ำเสียงสุภาพรีบเอ่ยอาสาออกมา “ไม่เป็นไรกูจะซื้อให้มิรินด้วย มึงรีบไปตามมากินข้าวก่อนจะหมดเวลาพัก” “ครับ” “แล้วก็อย่าตามใจกันให้มาก สันดานเสีย” “...ครับ” ความดุดันของออสโลเริ่มมีมากขึ้นเมื่อเติบโต ระยะหลังเขาเห็นว่าลูกชายคนโตชอบไปขลุกอยู่ในห้องทำงานของนายใหญ่วันละหลายๆ ชั่วโมง บางทีก็ออกไปข้างนอกกันสองคนในวันหยุด และกลับเข้ามาในตอนเย็นพร้อมกับกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นพลุหรือประทัดตามงานวัดที่เคยไปยืนดูเขาเมื่อก่อน ออสโลเดินจากไปยังโรงอาหารของโรงเรียน ส่วนเขาก็ตั้งใจจะไปตามคุณหนูทั้งสองคนที่แผนกมัธยมต้นตามที่ได้อาสา “ไปดูเร็ว มีคนตีกัน!” “ใครตีใคร” “พี่มอหกตีกับน้องมอสอง” “มีคนแอบถ่ายในห้องน้ำหญิงมอปลาย” เสียงใครหลายคนวิ่งมาตามคนอื่นๆ ให้พากันไปมุงดูเหตุการณ์ และไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้กันภัยเบนปลายเท้าเดินตามเขาไปดูด้วยอีกคน เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าเดินฝ่าวงล้อมของเด็กมัธยมต้นซึ่งกำลังมุงดูอะไรบางอย่างจากหน้าห้องห้องน้ำหญิง ตาซ้ายของเขากระตุกอย่างไร้เหตุผล ภาวนาว่าคนที่กลายเป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนหมู่มาก คงไม่ใช่ลูกสาวคนเล็กของบ้าน เพียะ! เสียงตบฉาดใหญ่ดังชัดเจนเมื่อกันภัยเดินเข้ามาหยุดหน้าห้องน้ำ ผู้ก่อเหตุ คือ คนที่เขาเพิ่งภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่ ซิดนีย์กับมิรินยืนกอดอกมองผู้ชายที่เขาจำได้ว่าเป็นรุ่นพี่มอหก พร้อมกับกำโทรศัพท์เครื่องสีขาวไม่คุ้นตาแน่น “ไอ้เหี้ย! แอบถ่ายผู้หญิงในห้องน้ำตั้งแต่อายุเท่านี้ กระจอก...” น้ำเสียงเข้มของคนตัวเล็กดังมากพอที่คนมุงดูเหตุการณ์จะได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้น “พอจับได้ก็ปากแข็ง หลักฐานมีในเครื่องเป็นสิบ” “กูบอกไงว่าเข้าใจผิด” “ผิดแม่มึงสิ!! ถ้าเพื่อนกูไม่เงยหน้าขึ้นมาเห็นคงถูกมึงถ่ายไปลงกลุ่มแล้ว กูจะเอามือถือให้ครู...มึงโทรเรียกพ่อแม่มึงมารอเคลียร์กับคนในคลิปได้เลย” คนตัวเล็กชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยอารมณ์เดือดดาล เธอไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ไม่สนใจแม้กระทั่งสายตาน่ากลัวของรุ่นพี่ผู้ชายว่ากำลังโกรธที่ทำให้รู้สึกอับอาย “อย่าคิดว่าขู่แค่นี้กูจะกลัว พ่อกูก็ตำรวจระวังจะเดือดร้อนถึงพ่อมึง” ผลัวะ! ไม้ถูพื้นที่ถูกวางพิงผนังเอาไว้ถูกเธอใช้ปาใส่หน้าของอีกฝ่าย จนแก้มถูกความคมของพลาสติกบาดเป็นทาง “อีเด็กเวร มึงกล้าทำกับกูแบบนี้เหรอ!!” มีดคัตเตอร์ซึ่งซุกซ่อนไว้ในกางเกงนักเรียนถูกนำออกมา นิ้วโป้งดันขึ้นจนเห็นวัตถุคมวาววับ รุ่นพี่ผู้ชายพุ่งเขามายังจุดที่นักเรียนหญิงสองคนยืนอยู่อย่างโกรธเกรี้ยว “กรี๊ดดด!! ซิดนีย์ระวัง” มิรินยกมือปิดตากับภาพที่เห็นด้วยอาการหวาดกลัว ในขณะที่คนสติดีกว่าอย่างซิดนีย์สามารถจะเยี่ยงตัวหลบคมมีดได้ แต่เพราะความฉุกละหุกไม่ทันตั้งตัวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนตัวเล็กเลือกที่จะเอาตัวบังเพื่อนสนิทที่ตัวเล็กกว่าซึ่งเอาแต่ยืนปิดตาขาแข็งเอาไว้ “คุณหนู!!” สิ่งที่เห็นทำให้เด็กหนุ่มเลือกที่จะบุกเข้าห้องน้ำหญิงผลักเด็กผู้หญิงสองคนออกจากจุดที่รุ่นพี่ผู้ชายพุ่งเข้ามา ส่งผลให้ใบมีดปักเข้าที่แขนแข็งแรงของเขาจนเลือดอาบ เด็กหนุ่มนิ่วหน้าเครียดกับความเจ็บที่ทะยานขึ้นอย่างไม่เคยได้รับความรู้สึกนี้มาก่อน มีดคมปักค้างบนต้นแขนของตนเองแน่นไม่ไหวติงแม้แต่น้อย “พี่กัน!!” ซิดนีย์พุ่งเข้ามาจับแขนด้วยความตกใจ ดวงตาสีรัตติกาลเข้มขึ้นจนดำมืด หันไปมองผู้ก่อเหตุที่กำลังตกใจกับเหตุการณ์บานปลายจนคุมสติตัวเองไม่อยู่ “อย่ายุ่งกับของของฉัน!” ผลัวะ! ผลัวะ!! ด้ามไม้ถูพื้นฟาดเข้ากลางใบหน้าของคนตัวสูงกว่าตนเองเต็มแรงสองครั้งติด เลือดสีแดงฉานหยดลงพื้นแข่งกับเลือดของคนสำคัญของเธอ ตามด้วยเสียงกรีดร้องของเด็กนักเรียนที่กำลังมุงดูด้วยความแตกตื่น “กรี๊ดดด!!! มีคนถูกแทง ไปตามครูมาเร็ว!!” ✦✦✦ ความเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องปกครองไม่ได้ทำให้อารมณ์ของลูกสาวคนเล็กของตระกูลปาลาดินีเย็นลงแม้แต่น้อย เธอนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้รอผู้ปกครองฝ่ายตนเองด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดอย่างไม่ปกปิด ตรงหน้าคือคุณครูฝ่ายปกครองหลายท่านรวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียน ในขณะเดียวกันก็หันไปกระตุกยิ้มมุมปากมองผู้ปกครองของรุ่นพี่ที่เป็นคู่กรณีกำลังนั่งโอ๋ลูกที่นั่งผวาหลบตาเธอ ครืดด... ประตูกระจกบานเลื่อนสีทึบเปิดออก เป็นกันภัยเดินเข้ามาหลังจากทำแผลที่ห้องพยาบาลเรียบร้อย ดวงตากลมโตมองตามกระทั่งเขาหย่อนกายนั่งข้างมิรินกับออสโลซึ่งนั่งอยู่โซฟาด้านหลังเธอ ประตูไม่ทันได้ปิดสนิทก็ปรากฏร่างสูงน่าเกรงขามของมาเฟียใหญ่เดินเข้ามาพร้อมกับภรรยา รวมถึงรุ่นพี่คนสนิทของซิดนีย์ซึ่งจบไปหลายปี เธอมาในชุดนักศึกษาและเข้ามาฐานะตัวแทนผู้ปกครองของมิริน “เจ๊ไข่” มิรินลุกขึ้นวิ่งไปกอดพี่สาวคนเดียวด้วยความกลัว ไข่หวานในชุดนักศึกษายกมือลูบศีรษะน้องสาวตนเองโดยไม่พูดอะไร และไม่ลืมที่จะวางมือลงบนบ่าของซิดนีย์ที่เสมือนเป็นน้องสาวอีกคนของตนเอง ก่อนจะหย่อนกายนั่งข้างคนตัวเล็กทางด้านซ้าย เซน ริวาโน ปาลาดินีไม่ถามเหตุการณ์หรือเอ่ยวาจาใดกับใคร เขานั่งลงทางด้านขวามือของลูกสาวคนเล็กด้วยใบหน้าสงบพร้อมกับภรรยารอฟังสิ่งที่คุณครูจะอธิบายถึงการปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในรั้วโรงเรียน “วิรัลวีร์ ทำไมเธอมาแทนผู้ปกครองของวิรัลรดี” ผู้อำนวยการโรงเรียนเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกเมื่อเห็นว่าศิษย์เก่าที่เคยเป็นตัวแสบของโรงเรียนมาเป็นผู้ปกครองแทนที่จะเป็นพ่อแม่ของนักเรียน “คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ต่างประเทศค่ะ ไข่หวานเลยมาแทน” “ที่บ้านเธอไม่มีผู้ใหญ่...” “ไข่หวานอายุยี่สิบสอง อีกหนึ่งเดือนจะเรียนจบ” “ก็ยังเป็นแค่นักเรียน...” “เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของวีกรุปด้วยค่ะ มีเงินเดือน” นามบัตรสีดำเรียบหรูถูกวางลงและดันไปตรงหน้าผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมรอยยิ้มหวาน “ตอนนี้เราก็เป็นผู้อำนวยการเหมือนกันแล้วนะคะ เชิญเริ่มได้เลยค่ะ...ไข่หวานมีประชุมตอนบ่ายสาม” ซิดนีย์ก้มหน้าเม้มริมฝีปากกลั้นขำกับฝีปากของคนที่เธอมองเป็นไอดอล ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นเมื่อเห็นดวงตาสีเข้มของบิดาปรายตามองตนเอง ทุกอย่างในห้องปกครองผ่านไปทุกนาทีด้วยบรรยากาศตึงเครียด คลิปวิดีโอการแอบถ่ายจำนวนมากถูกนำมาเป็นหลักฐานถึงสาเหตุการก่อเหตุทะเลาะวิวาท หนึ่งในนั้นคือคลิปของมิรินที่เปิดประตูห้องน้ำเข้ามาและเงยหน้าเห็นมือถ่ายวิดีโอก่อนจะกรีดร้อง รวมถึงเสียงดังแสดงความตกใจของคนแอบถ่ายที่ดังลอดเข้ามาในคลิปเป็นหลักฐานได้ดีจนไม่สามารถอ้างได้ว่าเพื่อนเอามือถือไปใช้ ผู้เสียหายหลักสิบถูกเรียกมาคุยทีละคนพร้อมกับการเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับฟังเหตุการณ์ เรื่องราวจากเด็กทะเลาะกันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอาชญากรรมครั้งใหญ่ของปีนั้น ซึ่งกระทบกับชื่อเสียงของโรงเรียนอย่างมาก มิรินถูกไข่หวานพากลับบ้านหลังออกจากห้องปกครอง ส่วนลูกทั้งสองคนของตระกูลปาลาดินีและกันภัยก็เดินคอตกเข้ามานั่งในรถครอบครัวสีดำสนิท เมื่อกี้นี้บิดาไม่พูดอะไรนอกจากนั่งฟัง คนที่ออกตัวตั้งแต่ต้นจนจบคือรุ่นพี่คนสวยอย่างไข่หวาน ซิดนีย์สัมผัสได้ถึงความผิดปกตินั้นจนใบหน้ากระหยิ่มยิ้มค่อยๆ เจื่อนลงเมื่อเวลาผ่านไปช้าๆ “ปะป๊า” เด็กน้อยเอ่ยเสียงเครือ เมื่อเห็นว่ารถออกตัวได้สักพักท่านก็ยังไม่พูดอะไรออกมา “สามเดือน...” “คะ คะ?” “ห้ามออกไปข้างนอกสามเดือนทั้งในวันไปโรงเรียนและวันหยุด รถรับส่งของเราจะมารอลูกที่หน้าโรงเรียนเร็วขึ้นสิบนาที และหากภายในยี่สิบนาทีซิดนีย์ยังไม่มาขึ้นรถป๊าจะบวกเวลากักบริเวณเพิ่มไปอีกเจ็ดวัน” ทุกคนในรถนั่งเงียบ แม้แต่พริมโรสก็ไม่คัดค้านกับบทลงโทษของสามี “ละ แล้วซิดนีย์จะยังได้ไปวันเกิดของลุงตินที่ฮ่องกงไหมคะ?” เดือนหน้าคือวันคล้ายวันเกิดของพันธมิตรอีกคนของบิดา เธอตั้งหน้าตั้งตาอยากไปเจอลูกๆ ของพวกท่านเพราะสนิทกันมาตั้งแต่ยังเล็ก “ซิดนีย์จะเฝ้าคฤหาสน์คนเดียว” “ฮึก!” “ห้ามร้อง ถ้าทำผิดก็หัดสำนึกไม่ใช่ร้องไห้” เสียงของบิดาเข้มกว่าทุกครั้ง มันคือเสียงอย่างเดียวกันกับในตอนที่ท่านใช้คุยกับลูกน้อง แต่เธอเป็นลูก “ปะป๊า ซะ ซิดนีย์ทำอะไรผิด ก็มันถ่ายคลิปผู้หญิง” “ลูกอายุสิบสี่ เอาไม้ฟาดหัวคนเต็มแรงถึงสองครั้งจะไม่ให้พ่อตกใจเหรอซิดนีย์!” “กะ ก็มันทำพี่กัน ฮึก...มันแทงพี่กัน” “แต่มันไม่ใช่เหตุสมควรที่ลูกต้องทำแบบนั้น ถ้าลูกโตกว่านี้ แรงเยอะกว่านี้เด็กคนนั้นคงตาย” และลูกสาวของท่านก็จะกลายเป็นฆาตกร จุดที่เกิดแผลบนใบหน้าของเด็กผู้ชายคนนั้น มาเฟียอย่างเขามองปราดเดียวก็รู้ว่าลูกโกรธขนาดไหน ไม่มีใครฟาดขมับใกล้กระบอกตาคนอื่นได้แม่นยำขนาดนั้นหากไม่เล็งเอาไว้ก่อน คนตัวเล็กขยุ้มกระโปรงนักเรียนตนเองแน่น ไม่กล้าเถียงพ่ออีกจึงได้แต่ซบหน้าลงบนไหล่ของกันภัยซึ่งนั่งอยู่ทางซ้ายของตนเอง “กะ ก็ได้ ซิดนีย์จะยอมถูกกักบริเวณ” สองมือเล็กกอดแขนของคนที่ไม่กล้าขัดขืนในเวลานี้แน่น “แล้วป๊าจะทำยังไงต่อคะ ทั้งเรื่องของซิดนีย์และไอ้บ้านั่น” “ป๊าจัดการเอง พรุ่งนี้วันศุกร์ทุกคนหยุดเรียนหนึ่งวันแล้วกัน ค่อยไปเรียนวันจันทร์” คนตัวเล็กได้ยินคำว่าหยุดเรียนอาการเศร้าซึมก็แทบหายเป็นปลิดทิ้ง แต่เพราะไม่กล้ากรี๊ดเสียงดังจึงได้แต่เผล่ยิ้มลับหลังบิดาซึ่งกำลังนั่งกอดอกอยู่ด้านหน้าเงียบๆ “ค่ะ ซิดนีย์จะโทรไปบอกมิริน ไม่อยากให้ยัยนั่นมาเรียนคนเดียว หรือพี่โลจะเป็นคนโทรบอก” เธอชงเพื่อนให้พี่ชายสุดฤทธิ์ แต่ออสโลกลับก้มหน้าเล่นมือถือเงียบๆ กระทั่งเห็นว่าน้องสาวนั่งกดดันทางสายตาอยู่จึงเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยแววตาเย็นชา “น้องเป็นคนบอกละกัน” “อะไรอะ! นี่พี่ปันใจให้ผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่าเนี่ย ช่วงหลังๆ พี่โลไม่คุยกับยัยมิรินเลยนะ” “ไม่ใช่เรื่องของน้อง” “อ๋อ ว่าซิดนีย์เสือก?” “ถ้ามันตีความได้แบบนั้นก็ขอโทษด้วย” “ฮะ!?” ใบหน้าเล็กสะบัดหนีพี่ชายตนเองอย่างแง่งอน หันมาสนใจบาดแผลของคนที่เอาตัวเข้ามารับมีดแทนตนเอง “พี่กันยังเจ็บอยู่ไหม ทำไมต้องเอาตัวเองมาเจ็บแบบนี้ด้วย” เสียงแหลมๆ ของเธอบ่นออกมาเช่นทุกครั้ง แต่สิ่งที่กันภัยตอบกลับมามีเพียงความเงียบและซิดนีย์ชินมันเสียแล้ว ตั้งแต่สองคนนี้ย้ายไปเรียนแผนกมัธยมปลายก็ไม่มีใครคุยกับเธออีกเลยหากไม่จำเป็น “น้าว่ากันแวะตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลก่อนกลับดีไหมจ๊ะ จะได้ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักเพิ่มด้วย” “เอาตามนั้นเลยค่ะหม่ามี้ ตรวจให้ละเอียดเลยนะคะ” คนตอบรับอย่างรวดเร็วคือซิดนีย์ เจ้าของชื่อไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ตัดสินใจอะไรเอง “ขอบคุณครับนายหญิง” “ขอบคุณที่ปกป้องซิดนีย์เช่นกันจ้ะ ครั้งที่สองแล้วนะที่รักษาชีวิตลูกสาวน้าเอาไว้” รอยยิ้มหวานของพริมโรสทำให้บรรยากาศบนรถผ่อนคลายขึ้นหลายเท่าตัว ก่อนที่จะหยุดลงเมื่อเสียงทรงอำนาจของสามีเอ่ยขึ้น “แต่ถ้าไม่เจ็บตัวจะดีกว่านี้” กันภัยก้มหน้า เด็กๆ ที่นั่งอยู่เบาะหลังด้วยกันก็เช่นเดียวกัน เซนรักความสงบและไม่ชอบให้ใครมาเจ็บตัวหรือสร้างปัญหาให้ ปาลาดินีทุกคนจึงใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่เปิดเผยตัวว่าเป็นมาเฟียโจ่งแจ้งอย่างที่หลายๆ ครอบครัวทำ นอกจากธุรกิจโรงแรมที่ดูแลให้ตระกูลรูซโซก็ไม่มีใครรู้ว่าปาลาดินีทำงานอย่างอื่นให้รูซโซด้วย “ขอโทษครับนาย” “วันหยุดไปกับฉันสิ” มาเฟียใหญ่เมินเฉยคำขอโทษของเด็กที่ดูแล ซิดนีย์แอบจับสังเกตได้ว่าพี่ชายหันขวับมองบิดาด้วยความตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีในที่สุด หม่ามี้ก็ด้วย... “ครับ” “ซิดนีย์ไปด้วย” เธอไม่รู้ว่าสถานที่ที่พ่อกับพี่ชายชอบไปด้วยกันคือที่ไหนเพราะไม่เคยสนใจ แต่ถ้ากันภัยไป ซิดนีย์จะไปด้วย “ป๊าเพิ่งบอกให้ลูกกักบริเวณตัวเองสามเดือน” “มะ หม่ามี้ขา” เด็กสาวร้องขอความช่วยเหลือจากแม่ แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือการที่ทุกคนเบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างคนละทิศละทาง ทิ้งให้สาวน้อยตัวเล็กนั่งกระฟัดกระเฟียดไม่สบอารมณ์จนถึงคฤหาสน์ •─✦❅✦─•
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD