สัมผัสจาก ‘ผัวเก่า’

1986 Words
“ปล่อยนะ! ไอ้คนบ้ากาม! อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉันนะ!” หญิงสาวตะเบ็งเสียงด่าทอแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม พยายามบิดสะโพกหนีฝ่ามือร้อนผ่าวที่กำลังลูบไล้รุกล้ำอย่างจาบจ้วง ปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มหมิ่นเหม่จุดอันตรายจนขนลุกชันไปทั้งตัว “รุ่มร่าม?” เควินทวนคำเสียงสูงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากชิดกัน “สั่นสู้มือขนาดนี้... สงสัยไอ้หน้าจืดว่าที่คู่หมั้นเธอคงไม่ค่อยทำการบ้านสินะ ฮานะ... ร่างกายเธอถึงได้เรียกร้องสัมผัสจาก ‘ผัวเก่า’ จนตัวสั่นแบบนี้” “หุบปาก! พี่ริวเขาเป็นสุภาพบุรุษ! เขาให้เกียรติฉัน ไม่เหมือนคุณที่ในหัวมีแต่เรื่องต่ำๆ” ฮานะสวนกลับทันควันด้วยความโกรธ “เอามือสกปรกของคุณออกไปเดี๋ยวนี้!” เพียะ!! ฝ่ามือเรียวตวัดตบลงบนใบหน้าคมคายอีกฉาดใหญ่เต็มแรงอีกครั้ง บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ... มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของทั้งคู่ เควินค่อยๆ หันหน้ากลับมามองหญิงสาวช้าๆ ลิ้นร้อนดันกระพุ้งแก้มข้างที่เจ็บ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุณ! “ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก...” เขาคำรามเสียงต่ำจนน่าขนลุก มือแกร่งกระชากข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะ กดร่างบางแนบชิดติดกระจกบานใหญ่จนแผ่นหลังเธอเย็นวาบ “อยากตบอีกไหม? เอาสิ! ตบให้พอ... เพราะหลังจากนี้ฉันจะจูบจนเธอไม่มีแรงยกมือขึ้นมาอีกเลย!” “ยะ... อย่า... อื้อ!!!” ริมฝีปากหยักได้รูปฉกวูบลงมาปิดปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ร้องประท้วง จูบครั้งนี้รุนแรงและป่าเถื่อนกว่าครั้งไหนๆ เขาบดขยี้ริมฝีปากนุ่มจนบวมเจ่อ ขบเม้มรุนแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงลิ้นเล็กที่พยายามหลบหนีจนเกิดเสียงจูบเฉอะแฉะน่าอาย “อื้มมม! อื้อ!...” ฮานะครางประท้วงในลำคอน้ำตาแห่งไหลอาบสองแก้ม ร่างกายเริ่มอ่อนระทวยทรยศคำสั่งสมอง สัมผัสที่คุ้นเคยกลิ่นกายที่โหยหา และรสจูบที่สูบวิญญาณทำให้แข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เควินรับรู้ได้ถึงอาการอ่อนระทวยของคนในอ้อมแขน ยิ่งได้ใจ บดเบียดร่างกายท่อนล่างเข้าหาแนบแน่น จงใจให้เธอสัมผัสถึงความแข็งขึงที่ตื่นตัวเต็มที่ภายใต้กางเกง เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งสายใยสีใสเชื่อมโยงระหว่างกันก่อนจะก้มลงกระซิบชิดใบหูแดงก่ำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำให้คนฟังใจสั่นระรัว “จำรสชาตินี้ไว้ฮานะ... นี่คือรสชาติของผัวเธอ” งับติ่งหูเบาๆ แล้วเป่าลมร้อนรดต้นคอ “รีบเช็ดปากซะ... เดี๋ยวไอ้คู่หมั้นเธอจะได้กลิ่นฉันติดกลับไป” ฮานะได้แต่ยืนตัวสั่นเทาหอบหายใจตัวโยนพิงอ่างล้างหน้าอย่างหมดสภาพ มองดูร่างสูงที่ผละออกไปอย่างผู้ชนะด้วยสายตาตัดพ้อและเกลียดชัง เควินมองผลงานตัวเองด้วยความพึงพอใจ ริมฝีปากแดงช้ำและแววตาตื่นตระหนกของเธอมันปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้น “แล้วเจอกันที่บ้านนะ... ที่รัก” ทิ้งท้ายด้วยประโยคชวนผวาก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ฮานะทรุดฮวบลงกับพื้นห้องน้ำร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นกับคนใจร้าย มือหนายกขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่เข้าทาง พลางใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบา ๆ เมื่อนึกถึงรสชาติหวานล้ำปนคาวเลือดที่ยังติดตรึงอยู่ที่ปลายลิ้นไม่จางหาย “หึ... ยังหวานเหมือนเดิม” มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ นัยน์ตาคมกริบฉายแววผู้ชนะอย่างปิดไม่มิด มือหนาล้วงสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดโทรออกหาลูกน้องคนสนิท [ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ] “ดี...” เควินเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเย็นยะเยือกแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต “ลงมือได้เลย จัดการตามที่กูสั่ง... อย่าให้พลาด” [รับทราบครับ] ติ๊ด! เขากดวางสายด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ก่อนปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แล้วเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความอันตรายที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ด้านฮานะ... ยืนเกาะขอบอ่างล้างหน้าแน่น หอบหายใจตัวโยนเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดนัยน์ตากลมโตแดงก่ำ เธอรีบวักน้ำขึ้นล้างหน้าล้างตาเพื่อลบรอยสัมผัสหยาบโลนของผู้ชายคนนั้นออกไป “ฮึก... คนเลว...” กัดฟันด่าทอเขาผ่านเงาสะท้อนในกระจก พยายามจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้กลับมาดูปกติที่สุด แม้ภายในใจจะแตกสลายยับเยิน แต่เธอก็ต้องเข้มแข็ง... “ต้องรีบออกไป... ป่านนี้พี่ริวคงรอแย่แล้ว” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่ประตูทางออก ทว่า... ทันทีที่เท้าเล็กก้าวพ้นประตู จู่ ๆ เงามืดก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว “อื้อ...” เสียงร้องของฮานะขาดห้วงไปทันที เมื่อผ้าผืนหนาที่ชุ่มไปด้วยยาสลบถูกโปะเข้าที่จมูกและปาก “อื้ม!! ปล่อย!...” เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต มือเล็กตะเกียกตะกายข่วนท่อนแขนแกร่งของคนร้าย แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับค่อย ๆ หดหายไปอย่างรวดเร็ว สติเริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าเริ่มมืดดับลง พรึ่บ! ถุงผ้าสีดำถูกคลุมทับศีรษะอย่างรวดเร็ว โลกทั้งใบมืดสนิทลง ร่างบางอ่อนยวบยาบไร้การควบคุม ก่อนจะถูกอุ้มพาดบ่าแล้วพาตัวออกไปทางประตูหนีไฟอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้... ไม่มีใครเห็น ราวกับเธอระเหยกลายเป็นไอหายไปในอากาศ… ภายในงานเลี้ยง… บรรยากาศในงานยังคงเต็มไปด้วยเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะ เควินเดินกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยท่าทีอารมณ์ดี เขาหยิบแก้วไวน์แดงขึ้นมาถือไว้ในมือพิงหลังกับพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ “ไปไหนมา” ‘หลงเทียนอี้’ เอ่ยทักลูกชายพลางเลิกคิ้วมองอย่างจับผิด คนเป็นพ่อมีหรือจะดูไม่ออกว่าสายตาแพรวพราวของลูกชายตัวดีมันหมายความว่ายังไง “พอดีเจอ... ปัญหาจุกจิกนิดหน่อยครับป๊า แต่ตอนนี้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว” เควินตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับจ้องมองไปยังเก้าอี้ว่างเปล่าข้างกายริวอิจิที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ริวอิจินั่งกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด เขาชะเง้อมองไปทางห้องน้ำบ่อยครั้ง นาฬิกาข้อมือเรือนหรูถูกยกขึ้นมาดูเป็นรอบที่สิบ “ทำไมฮานะไปนานขนาดนี้...” พึมพำกับตัวเองด้วยความกังวล ทันใดนั้นลูกน้องคนสนิทก็รีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเจ้านาย “นายครับ... การ์ดหน้าห้องน้ำถูกทำร้ายสลบ... คุณหนูฮานะหายตัวไปครับ!” ใบหน้าหล่อเหลาของริวอิจิแดงก่ำด้วยความโกรธหันขวับมาจ้องหน้าเควินตาเขม็ง สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามและรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคน แต่เควินกลับไม่สะทกสะท้าน... เขายกแก้วไวน์ขึ้นมาระดับสายตา เอียงคอเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มมุมปากที่ดูเย้ยหยันและกวนประสาทที่สุด ‘ชนแก้วหน่อยไหม...’ สายตาเควินสื่อความหมายแบบนั้นชัดเจน ก่อนที่จะกระดกไวน์สีเลือดเข้าปากรวดเดียวหมดแก้วด่ำกับชัยชนะที่หอมหวาน ริวอิจิกำหมัดแน่นจนสั่นรู้ทันทีว่านี่คือฝีมือใคร ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่สนใจมารยาทหรือหน้าตาทางสังคมอีกต่อไป “ขอโทษครับคุณอีริค คุณยามาดะ... ผมมีธุระด่วนต้องรีบไปจัดการ” พูดจบก็รีบก้าวขายาว ๆ ออกจากงานไปทันทีพร้อมกับลูกน้อง โดยไม่แม้แต่จะหันมามองคู่ค้าคนอื่น เควินมองตามแผ่นหลังที่รีบร้อนนั้นด้วยความสะใจ ก่อนจะวางแก้วไวน์ลงช้าๆ แล้วหันไปหาบิดา “ผมเองก็คงต้องขอตัวเหมือนกันครับป๊า... มี ‘ของเล่นชิ้นใหม่’ รอให้กลับไปแกะกล่องอยู่ที่ห้อง” หลงเทียนอี้ถอนหายใจยาวส่ายหัวไปมาอย่างระอาใจ มองตาลูกชายก็รู้ทันทีว่าไอ้ ‘ของเล่น’ ที่ว่านั่นคืออะไร “อย่าให้มันเกินเลยนักนะไคเหริน... เรื่องบางเรื่อง ถ้าทำพลาดไปแล้วมันแก้คืนยาก” “หึ... ไม่ต้องห่วงครับป๊า ผมรู้ดีว่าผมกำลังทำอะไร” เควินไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะลุกขึ้นจัดสูทแล้วเดินผิวปากออกจากงานไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ผู้เป็นพ่อนั่งกุมขมับกับความวายป่วงที่กำลังจะตามมา… หน้าโรงแรม โซน Valet Parking ทันทีที่เควินก้าวเท้าออกมาจากในงานยังไม่ทันที่จะเดินไปถึงรถ ร่างของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาขวางทางไว้พร้อมกับลูกน้องนับสิบคนที่ยืนล้อมกรอบ “หลงไคเหริน!!” เสียงตวาดลั่นของริวอิจิดังก้องเขาจ้องหน้าเควินด้วยสายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ “ฮานะอยู่ที่ไหน! มึงเอาคู่หมั้นกูไปไว้ที่ไหน!” เควินหยุดเดินล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบาย ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับด้วยรอยยิ้มยียวนกวนประสาทที่เห็นแล้วน่าประทับรอยเท้า “คู่หมั้น?” เควินเลิกคิ้วสูงแสร้งทำน่าสงสัย “คู่หมั้นมึงหาย แล้วมาถามหาที่กูทำไม? กูไม่ใช่ประชาสัมพันธ์ห้างนะจะได้ประกาศตามหาคนหายให้” “อย่ามาไขสือ! กูรู้ว่าเป็นฝีมือมึง!” ริวอิจิปรี่จะเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย แต่ถูกอาหยางและลูกน้องฝั่งตระกูลหลงเข้ามาขวางไว้ทันควัน “ใจเย็นสิครับคุณมิยาโมโตะ...” เควินก้าวเข้ามาประชิดหน้าอีกฝ่าย สายตาที่เคยขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและดุดันในชั่วพริบตา “หลักฐานก็ไม่มี... อย่ามากล่าวหากันลอย ๆ ระวังจะเจ็บตัวฟรี” “ถ้ามึงแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ... กูสาบานว่ากูจะลากคอคนอย่างมึงลงนรก!” “หึ...” เควินแค่นหัวเราะขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงกัดฟันของอีกฝ่าย “งั้นก็รีบตามหาให้เจอนะ... เพราะถ้าช้าไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว...” เขาเว้นจังหวะจงใจเน้นเสียงหนักแน่นเพื่อยั่วยุอารมณ์อีกฝ่ายให้ถึงขีดสุด “คู่หมั้นของมึง... อาจจะกลายเป็น ‘เมีย’ กูซ้ำสองก็ได้ ใครจะไปรู้” “ไอ้เควิน!!” ริวอิจิสติหลุดพุ่งตัวจะเข้าไปซัดหน้าสักหมัด แต่ลูกน้องรีบล็อกตัวเจ้านายไว้แน่น เพราะขืนเปิดศึกกันตรงนี้หน้าโรงแรม เรื่องใหญ่แน่นอน เควินหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ หันหลังเดินขึ้นรถลีมูซีนคันหรูที่จอดรออยู่ ก่อนจะลดกระจกลงมามองหน้าริวอิจิเป็นครั้งสุดท้าย แล้วสั่งลูกน้องเสียงดังฟังชัด “ออกรถ! กลับคอนโด... เมียกูรอนานแล้ว” รถคันหรูแล่นออกไปทิ้งให้ริวอิจิยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจ เขาพลาดแล้ว... พลาดที่ประมาทปีศาจร้ายอย่างหลงไคเหรินน้อยเกินไป!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD