“คิวไฟผิด! สั่งคัทเดี๋ยวนี้ ใครเป็นคนดูมอนิเตอร์!”
เสียงหวานแต่ทรงอำนาจตวาดก้องไปทั่วสตูดิโอขนาดใหญ่ที่กำลังวุ่นวายโกลาหลราวกับรังผึ้งแตก
บรรดาทีมงานนับสิบชีวิตต่างสะดุ้งโหยง หันมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว
ร่างระหงในชุดสูทสีขาวเนี้ยบกริบยืนกอดอก ใบหน้าสวยเฉี่ยวฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรง
น้ำอุ่น ผู้จัดการฝ่าย PR มือหนึ่งของวงการโฆษณาเมืองไทย ไม่ใช่แค่ชื่อที่ใคร ๆ ก็รู้จัก แต่เป็น แบรนด์ ที่การันตีความสำเร็จ
“คุณน้ำอุ่นคะ คือทางลูกค้า...” ผู้ช่วยสาวหน้าซีดวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน
“ฉันไม่สนว่าลูกค้าจะบรีฟมายังไง แต่ถ้าปล่อยคิวไฟมืดแบบนี้ สินค้าเขาจะดูหมองทันที ไปแก้เดี๋ยวนี้ ให้เวลา 5 นาที ถ้าไม่เสร็จ ยกกอง!”
น้ำอุ่นสั่งเฉียบขาด สายตาสวยคมกวาดมองความเรียบร้อยรอบงาน นี่คือโปรเจกต์เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่มูลค่ามหาศาล เธอพลาดไม่ได้แม้แต่จุดเดียว
หญิงสาวยกแก้วกาแฟดำแก้วที่สี่ของวันขึ้นจิบ ความขมปร่าไหลลงคอช่วยกระตุ้นสมองที่ล้าแสนล้าให้ตื่นตัว
เธอไม่ได้นอนมา 48 ชั่วโมงเต็มเพื่อเตรียมงานนี้ ความสำเร็จคือยาเสพติด และความสมบูรณ์แบบคือศาสนาที่เธอนับถือ
“ทุกอย่างต้องเพอร์เฟกต์” เสียงหวานพำพึมย้ำกับตัวเอง
ทว่า... ในวินาทีที่กำลังจะก้าวเท้าเพื่อไปตรวจเช็กเวที ความรู้สึกเจ็บแปลบอย่างรุนแรงก็แล่นปราดขึ้นมาที่กลางอกซ้าย ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นยื่นเข้ามาบีบขยี้หัวใจจนแหลกเหลว
ตุบ!
แก้วกาแฟราคาแพงหลุดจากมือร่วงหล่นแตกกระจาย น้ำสีดำกระเซ็นเปรอะเปื้อนขากางเกงสีขาวสะอาดตา แต่ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงจนเธอไม่รับรู้ถึงความร้อน
“คุณน้ำอุ่น! คุณน้ำอุ่นเป็นอะไรคะ”
เสียงเรียกของลูกน้องเริ่มแว่วไกลออกไป ภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยวหมุนคว้าง โลกทั้งใบเอียงกระเท่เร่ ร่างกายที่เคยเฉิดฉายร่วงหล่นลงกระแทกพื้นแข็ง ๆ อย่างหมดสภาพ
‘ไม่นะ... งานยังไม่เสร็จ... ฉันจะเป็นอะไรตอนนี้ไม่ได้’
ความคิดสุดท้ายผุดขึ้นในสมองที่กำลังดับวูบ
ความมืดมิดเข้าครอบงำอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ
และแล้วทุกอย่างก็ดับลง...
.
.
กลิ่น...
ไม่ใช่กลิ่นกาแฟคั่วบดที่คุ้นเคย และไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในสตูดิโอ แต่มันคือกลิ่นฉุนจมูกของโรงพยาบาล กลิ่นของยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ที่ชวนให้วิงเวียน
ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย เปลือกตาที่หนักเหมือนถ่วงด้วยหินผาพยายามฝืนลืมขึ้นสู้กับแสงไฟสีขาวนวลตาที่สาดส่องลงมาจากเพดาน
ความพร่ามัวค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยเพดานห้องสีขาวสะอาดตา
“ที่นี่... โรงพยาบาลงั้นเหรอ?”
เสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบแห้งจนน่าตกใจ น้ำอุ่นพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง
‘ฉันรอดแล้วใช่ไหม? หัวใจถูกบีบอย่างรุนแรงขนาดนั้นยังรอดมาได้ นี่มันปาฏิหาริย์ชัด ๆ’
เธอพยายามจะยันกายลุกขึ้นนั่งตามความเคยชิน แต่แล้วความผิดปกติบางอย่างก็ทำให้เธอต้องชะงัก
ร่างกายนี้... มันรู้สึกแปลกไป มันไม่ใช่ความรู้สึกคล่องตัวแบบที่เธอคุ้นเคย มันมีความหน่วงหนักที่ถ่วงดุลอยู่บริเวณกลางลำตัว
มือเรียวสวยยกขึ้นสัมผัสหน้าท้องของตนเองโดยอัตโนมัติ และวินาทีนั้นเอง โลกของเธอก็หมุนคว้างอีกครั้ง
สัมผัสนั้นไม่ใช่หน้าท้องแบนราบที่มีกล้ามเนื้อหน้าท้องจากการออกกำลังกาย แต่คือความนูนเด่นที่ยื่นออกมาอย่างชัดเจน ภายใต้ชุดคนไข้สีขาว
“เฮ้ย!”
น้ำอุ่นอุทานลั่น ดวงตาเบิกโพลงก้มลงมองหน้าท้องตัวเอง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก
ทันใดนั้น... ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอไหลบ่าเข้ามาในหัวสมองราวน้ำป่าไหลหลาก จนเธอต้องยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความปวดร้าว
ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งฉายชัดขึ้นมา...
...เพียงรัก!
ผู้หญิงสวยจัดที่บูชาความรักจนหน้ามืดตามัว ผู้จัดการร้านไนต์คลับที่วางแผนมอมเหล้า สิบทิศ เจ้านายตัวเองเพื่อหวังจะจับเขา
ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้น คืนเร่าร้อนที่เกิดจากฤทธิ์ยา ไม่ใช่ความรัก และผลลัพธ์คือการตั้งท้องที่ฝ่ายชายไม่ต้องการ
ความทรงจำไหลเข้ามาต่อเนื่อง การถูกไล่มาอยู่คอนโด
การถูกหมางเมินดูแคลน และภาพสุดท้าย... ความโดดเดี่ยวที่กัดกินใจจนเพียงรักตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนแช่ในอ่างน้ำ ปล่อยให้สติหลุดลอยไปด้วยความตรอมตรม
“บ้า... บ้าที่สุด!”
น้ำอุ่นสบถออกมา เข้าใจสถานการณ์ทันที
เธอตายแล้ว... น้ำอุ่น PR สาวคนเก่งตายไปแล้ว และวิญญาณก็มาติดอยู่ในร่างของ เพียงรัก’ เมียเก็บท้อง 5 เดือนของมาเฟียเจ้าของคลับ!
“ทำไมฉันต้องมาอยู่ในร่างของผู้หญิงที่ทำตัวไร้ค่าแบบนี้ด้วย!”
เธอกัดฟันแน่น มือยังคงวางแปะอยู่ที่หน้าท้องนูน ๆ นั่น ความรู้สึกขยับไหวเบา ๆ จากภายในทำให้เธอสะดุ้ง
‘ตุบ... ตุบ...’
แรงตอดเบา ๆ ของทารกในครรภ์ส่งผ่านมาถึงฝ่ามือ ราวกับจะบอกว่า
‘แม่... หนูยังอยู่’
ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นในอกของสาวโสดที่ไม่เคยคิดจะมีลูก
น้ำตาเม็ดโตไหลลงมาอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่ความเสียใจของเธอ แต่มันคงเป็นความโล่งใจของเจ้าของร่างเดิม หรือไม่ก็สัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ยังตกค้างอยู่
“โอเค... โอเค...”
น้ำอุ่นสูดหายใจเข้าลึก ปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวก ๆ แววตาที่เคยสับสนเริ่มเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นตามนิสัยเดิม
“ในเมื่อตายแล้วเกิดใหม่ ฉันก็จะไม่ยอมตายซ้ำสองเพราะความโง่เรื่องผู้ชายแน่ ฟังนะเจ้าหนู... แม่คนใหม่ของเธอ ไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมให้ใครมาโขกสับอีกแล้ว”
แอด...
เสียงประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดออก ตามด้วยร่างของพยาบาลสาวที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ
“เอ่อ... คุณเพียงรัก ฟื้นแล้วเหรอคะ?” ท่าทีของพยาบาลดูหวาดระแวง ราวกับกลัวว่าคนไข้จะลุกขึ้นมาอาละวาด
น้ำอุ่นปรับสีหน้าทันที เข้าใจว่าเพียงรักคนเก่ามีนิสัยยังไง แต่ตอนนี้เธอคือน้ำอุ่น การควบคุมอารมณ์คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด
“ค่ะ ขอน้ำหน่อยได้ไหมคะ” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
พยาบาลดูประหลาดใจกับความสงบเสงี่ยมนี้ แต่ก็รีบส่งแก้วน้ำให้ หลังจากจิบน้ำจนชุ่มคอ พยาบาลก็แจ้งข่าวที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
“คุณสิบทิศกำลังเดินทางมานะคะ คงใกล้ถึงแล้ว”
ทันทีที่ได้ยินชื่อ สิบทิศ ความทรงจำของเพียงรักก็ส่งผ่านความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเข้ามา
แต่น้ำอุ่นกลับปัดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือภาพจำของผู้ชายเห็นแก่ตัว ปากร้าย และใจดำอำมหิต
‘ผู้ชายพรรค์นี้เหรอที่เธอยอมแลกชีวิตด้วย ไร้สาระสิ้นดี’
น้ำอุ่นยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นหน้าห้อง ตามมาด้วยเสียงประตูที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายคุกคามและอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทันทีที่ปรากฏตัว
สิบทิศ เกื้อสกุล ตัวจริงดูดีกว่าในความทรงจำเสียอีก รูปร่างสูงใหญ่สมส่วนภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นรอยสักรูปงูที่พันรอบแขนแกร่ง
ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาราวกับเทพบุตรปีศาจ แต่สิ่งที่ทำลายความดูดีนั้นจนหมดสิ้น คือแววตาที่มองมาที่เธอ แววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจขยะแขยง
“ตื่นแล้วเหรอ? นึกว่าจะตายคาอ่างน้ำไปแล้วซะอีก!”
ประโยคแรกที่ทักทายช่างระคายหูจนน้ำอุ่นต้องลอบกลอกตา
สิบทิศเดินดุ่ม ๆ เข้ามาประชิดเตียง ค้ำมือลงกับขอบเตียง ก้มหน้าลงมาจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจกรุ่นกลิ่นมิ้นต์ผสมบุหรี่จาง ๆ
“เรียกร้องความสนใจเก่งเหลือเกินนะเพียงรัก คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะสงสารเหรอ? คิดว่าฉันจะรีบแจ้นมาโอ๋เธอหรือไง!”
เขาตะคอกใส่หน้าเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นไปด้วยโทสะ
“จำใส่สมองกลวง ๆ ของเธอไว้ซะ ว่าต่อให้เธอตายไปจริง ๆ ฉันก็จะไม่เสียน้ำตาให้เธอแม้แต่หยดเดียว! ผู้หญิงสกปรกอย่างเธอ แค่ให้ใช้นามสกุลร่วมกับฉันก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว!”
คำด่าทอที่สาดซัดเข้ามาเหมือนน้ำกรด ถ้าเป็นเพียงรักคนเดิมคงร้องไห้คร่ำครวญ กอดขาอ้อนวอนขอความเมตตา
สำหรับน้ำอุ่น เธอนั่งนิ่ง หลังตรงพิงหัวเตียง ประสานสายตากับเขาอย่างไม่ลดละ
จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาคู่นั้น พลางวิเคราะห์ผู้ชายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว...
‘หล่อ... รวย... แต่ EQ ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทัศนคติเข้าขั้นติดลบ’
ความเงียบที่ผิดปกตินี้ทำให้สิบทิศเริ่มชะงัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เขาคิดว่าจะได้เสียงร้องไห้ ทุบตีตัวเอง
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความนิ่งสงบ และรอยยิ้มมุมปากที่ดูแคลนเขาอย่างปิดไม่มิด
ใช่... เธอกำลังยิ้มเยาะเขา
น้ำอุ่นขยับริมฝีปากแห้งผากเอื้อนเอ่ยวาจาที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบ
“ด่าจบหรือยังคะ?”
น้ำเสียงของเธอราบเรียบ แต่แฝงอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกเย็นสันหลัง
“ถ้าจบแล้ว... ก็เชิญไสหัวออกไปได้เลยค่ะ ฉันเหม็นขี้หน้าคุณ จะอ้วก!”
สิบทิศเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป เหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่กลางสี่แยกไฟแดง
คำพูดที่สวนกลับมาไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยได้ยินจากปากผู้หญิงคนนี้
น้ำอุ่นเชิดหน้าขึ้น แววตาพราวระยับด้วยความท้าทาย
“อ้อ... แล้วช่วยกรุณาจำใส่สมองของคุณด้วยเหมือนกัน ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับลูกไม่ต้องการความสงสาร หรือแม้แต่เศษเงินของคุณ เชิญคุณกลับไปกอดทิฐิของคุณให้ตายคาอกเถอะค่ะ... เชิญ!”
เธอผายมือไปทางประตู ราวกับไล่สุนัขจรจัด
สิบทิศยืนนิ่งงัน ทำอะไรไม่ถูกเป็นครั้งแรกในชีวิต
ผู้หญิงตรงหน้า... ใช่เพียงรักคนเดิมแน่หรือ?
ทำไมแววตาคู่นั้น ถึงได้ดูน่ากลัวและทรงอำนาจกว่าเขาเสียอีก!