บทนำ
อธิป ชายหนุ่มวัยเบญจเพศบุตรชายคนโตของดร.ศิวัช หลังจากที่เรียนจบปริญญาโทเขากลับมาที่ระนองเพื่อมาอยู่ที่นี่จริงจัง ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ถาวรเพื่ออยู่ดูแลกิจการต่อจากนายหัวภาคย์
จากนั้นเพียงสองปีให้หลังนายหัวภาคย์และคุณศิตาเริ่มป่วยด้วยโรคชราและโรคอื่นๆ ท่านทั้งสองจากไปอย่างสงบในเวลาต่อมา
ในวันเปิดพินัยกรรมศิวัชได้ฝากให้เขาดูและจัดการตามที่นายหัวภาคย์เขียนไว้ทุกอย่างได้เลย เขาจึงจัดการเรื่องทรัพย์สินให้เป็นไปตามพินัยกรรมอย่างเรียบร้อย
โดยที่นายหัวภาคย์ยกที่ดินส่วนใหญ่ให้พวกเขาสามคนพี่น้องแบ่งเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน บ้านในเมืองเป็นของต้นข้าวและเขาคนละหลัง บ้านที่เกาะเป็นของเขา ส่วนอาคารพาณิชย์ที่ปล่อยเช่าที่กทม.เป็นของต้นน้ำน้องชายคนเล็ก
ในส่วนของทรัพย์สินอื่น ไม่ว่าจะเป็นเงินสดและเครื่องเพชรทุกอย่างไม่มีปัญหา เขาจัดการตามเจตนารมณ์ของท่านที่ต้องการให้แบ่งให้ทุกคนรวมถึงคนงานที่อยู่กันมายาวนานด้วยส่วนหนึ่ง
แต่มีมรดกอีกอย่างที่เขาไม่เข้าใจ
ข้อสุดท้ายขอให้นายอธิปหรือต้นกล้า หลานชายคนโตเป็นผู้ดูแลนางสาวกรรณิการ์ จนกว่านางสาวกรรณิการ์จะเรียนจบในระดับสูงสุดเท่าที่พอใจหรือแต่งงานมีครอบครัว
อนึ่งที่ดินผืนเล็กขนาดห้าไร่ที่เกาะพยามและที่ดินพร้อมตัวบ้านแปลงเล็กที่อำเภอเมืองระนอง จำนวนพื้นที่สามงานห้าสิบตารางวา พร้อมเงินสดในธนาคารอีกสองล้านบาทขอมอบให้นางสาวกรรณิการ์ โดยให้อยู่ในความดูแลของนายอธิปจนกว่านางสาวกรรณิการ์จะอายุครบยี่สิบสองปีบริบูรณ์
ชายหนุ่มขมวดคิ้วถามคมกริช
“กรรณิการ์ใครเหรอครับอา”
“อ้าวก็เราเคยรับปากคุณย่าไว้ว่าจะดูแลใครล่ะ ลืมไปแล้วเหรอ” คมกริชตอบยิ้มๆ กรรณิการ์อยู่โรงเรียนประจำจนถึงระดับมหาวิทยาลัยที่อังกฤษมาตลอด จึงแทบไม่เคยพบอธิปเลย
“อ้อ” เขาทบทวนเริ่มจำได้ลางๆ ลูกสาวป้าปากแดงนี่เอง
“แล้วตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหนครับ” ทำไมเขาไม่เห็นเธอในงานศพ ถ้าคุณปู่คุณย่าเป็นผู้ส่งเสียอุปการะ งานศพท่านทั้งทีทำไมเธอไม่มา เขาเริ่มไม่ชอบใจ
“ย่าเราส่งหนูกรรณเขาไปเรียนต่อที่อังกฤษน่ะต้นกล้า น้องกำลังจะสอบเทอมสุดท้ายพวกเราเลยยังไม่บอก อยากให้สอบเสร็จก่อน เดี๋ยวสักอาทิตย์หน้าน้องก็คงกลับมาถึงไทย” คมกริชเฉลย
ตอนที่ 1
“กรรณนั่งพักก่อน เดินทางมาเหนื่อยๆ อยากไปนอนสักงีบก่อนไหม” คมกริชเดินนำกรรณิการ์เดินขึ้นตึก หญิงสาวเพิ่งกลับถึงไทยโดยทางเครื่องบินจากประเทศอังกฤษ ต่อเครื่องที่ดูไบและจากนั้นบินตรงมาลงที่สนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ต
“ขอบคุณค่ะอากริช” ที่พักของเธอในคืนนี้เดิมคือบ้านของนายหัวภาคย์ในจังหวัดกระบี่ และตอนนี้มันได้ตกเป็นของอธิปตามพินัยกรรมหลังจากที่ท่านถึงแก่กรรมไปไม่นาน
“ความจริงกรรณพักโรงแรมก็ได้นะคะอา” หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเจ้าของบ้านคนใหม่จะยินดีต้อนรับเธอแค่ไหน จึงคิดว่าควรระวังไว้ก่อนจะดีที่สุด เขาอาจจะชอบความเป็นส่วนตัวก็ได้และเธอเองก็ไม่เคยคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวแม้แต่ครั้งเดียว
“นอนทำไมโรงแรมเราเป็นผู้หญิงคนเดียว นอนบ้านล่ะดีแล้ว” คมกริชไม่เห็นด้วย
“ต้นกล้าไม่ได้อยู่นี่เป็นหลัก ส่วนมากจะอยู่ระนองไม่ต้องกลัวว่าจะอึดอัดกัน” เขาพูดต่ออย่างพอรู้ถึงความในใจของคนที่มีศักดิ์เป็นหลานสาว
“อ๋อ งั้นก็ได้ค่ะอากริช” กรรณิการ์ยิ้มเจื่อนที่ถูกจับความคิดได้ หญิงสาวพนมมือไหว้ลาหลังจากที่คมกริชกลับออกไปแล้ว เธอมองไปรอบๆ ตัวบ้านอย่างประหลาดใจที่มันเงียบมาก
“มาหาใครคะ อ้าวคุณกรรณ” หญิงวัยกลางคนออกมาดูเพราะได้ยินเสียงรถของคมกริช นางมองกรรณิการ์แล้วอุทานอย่างตกใจแกมดีใจ “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ โอ๊ยเป็นสาวเต็มตัวแล้วสิเนี่ย สวยจังค่ะ"
กรรณิการ์พนมมือไหว้อย่างไม่ถือตัว "สวัสดีค่ะน้าหยากรรณคิดถึงจังเลย น้าเองก็ยังสวยเหมือนเดิมนะคะ" หญิงสาวตรงเข้ากอดดาหลา ซึ่งเป็นคนหนึ่งของที่นี่ที่เธอเคยสนิทด้วยก่อนไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ
"แหม... ปากหวานไม่เปลี่ยน จะสวยอะไรคะคุณกรรณไปตั้งหลายปี น้าก็ต้องแก่แล้ว ละนี่เหนื่อยไหมคะเดี๋ยวน้าไปเอาน้ำมาให้”
“ไม่เป็นไรค่ะน้าหยา ถ้าหิวน้ำกรรณไปหยิบเองได้ แต่ตอนนี้ยังกินกาแฟไม่หมดเลยค่ะ” เธอปฏิเสธ ชูแก้วกาแฟแบรนด์ดังที่ซื้อจากสนามบินมาให้อีกฝ่ายดู
“งั้นคุณกรรณจะอยากขึ้นห้องไปพักก่อนไหมคะ ห้องคุณกรรณน้าเพิ่งให้เด็กขึ้นไปทำความสะอาดเมื่อวาน” เพราะว่าคมกริชเคยแวะมาบอกนางแล้ว ว่ากรรณิการ์จะกลับไทยมาในไม่กี่วัน นางจึงเตรียมพร้อมไว้เสมอ
“งั้นกรรณขึ้นไปอาบน้ำแล้วขอนอนพักสักงีบก่อนก็ได้ค่ะ เย็นๆ จะลงมาช่วยในครัวนะคะ” แม้จะถูกคนที่บ้านนี้เลี้ยงดูมาอย่างดี แต่เธอก็เข้าครัวและทำงานแม่บ้านแม่เรือนเป็น และในห้องครัวอาจจะเป็นที่ที่กรรณิการ์สบายใจที่สุดอีกด้วย เวลาเมื่อก่อนที่นายหัวมีแขกเธอมักจะหลบมาช่วยในครัวทำงานมากกว่าออกไปนั่งข้างนอก
เย็นนั้นเมื่อกรรณิการ์ลงมาอีกครั้งก็พบว่าดาหลารออยู่แล้ว สีหน้าหญิงวัยกลางคนดูไม่ดีนัก
“ทำไมบ้านเงียบจังคะน้าหยา แล้วน้าหยามีอะไรหรือเปล่าทำไมดูเครียด”
“เอ่อ... ตั้งแต่คุณกล้าขึ้นมาดูแลบ้านแทนนายหัวภาคย์ ก็สั่งไว้ว่าตอนเย็นพวกลูกจ้างไม่ต้องทำงานแล้วค่ะ ให้เลิกงานตามเวลาได้เลยมีอะไรเดี๋ยวเธอดูแลตัวเอง ให้พวกน้าเตรียมกับข้าวจัดไว้ก็พอเดี๋ยวเธอมาอุ่นทานเอง” ดาหลาเฉลยทำให้กรรณิการ์เข้าใจ นึกชมอธิปว่าเขาเองก็มีน้ำใจกับคนทำงานเหมือนกัน แต่เธอก็ต้องกระพริบตาปริบๆ เมื่อได้ยินประโยคต่อมา
“คือว่าทางบ้านน้าโทรมาน่ะค่ะคุณกรรณ ว่าไอ้บ่าวลูกชายคนเล็กมันรถคว่ำตอนนี้อยู่โรงพยาบาล น้าเลยรอบอกคุณกรรณก่อน”
“อ้าว แล้วน้าจะไปยังไงคะ ให้กรรณไปด้วยไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณ เดี๋ยวน้องสาวน้ามารับ แต่น้ามีเรื่องรบกวนน่ะค่ะ คือว่ากับข้าวของคุณกล้ายังไม่ได้ทำเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวกรรณจัดการให้ วันนี้น้าจะทำอะไรคะ” หญิงสาวตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ว่านางดาหลาคงไม่มีกะจิตกะใจจะทำกับข้าวให้เจ้านายหนุ่ม ส่วนลูกจ้างคนอื่นก็ดูว่ากลับออกไปกันหมดแล้ว
“รบกวนด้วยนะคะ คือว่าปกติน้าจะเลิกงานช้ากว่าคนอื่นชม.นึง เพราะไม่อยากทำกับข้าวไว้รอคุณกล้านานไป วันนี้รู้เรื่องฉุกละหุกก็เลยไม่ทันบอกให้ใครอยู่แทน” ดาหลาทำท่าเกรงใจสุดแสนแกมกังวลอย่างยิ่ง แต่กรรณิการ์รีบสรุปด้วยการตัดบท
“ไม่เป็นไรเลยค่ะน้าหยา น้าไปดูน้องบ่าวเถอะค่ะ ทางนี้กรรณจัดการเอง” หญิงสาวยิ้มปลอบใจ แค่เรื่องทำกับข้าวเล็กน้อยมาก ทำไมเธอจะจัดการไม่ได้
##############
ขออนุญาตขอคะแนนนะคะ ในกิจกรรมโหวตสุดยอดนักเขียน ของ Meb ประจำปี 2023
ขอสักทีให้ Sitha ฝากแม่ๆ เอ็นดูด้วยค่ะ
ตามลิงค์นี้เลยค่ะ
https://campaign.mebmarket.com/MebTopVote2023/index.php
อีกเรื่องคือมีข่าวดีค่ะ
"เจิมจันทร์" ติดท็อปฟรี ประจำปี 2023 เป็นหนึ่งในสี่สิบเรื่อง *****คโหลดฟรีที่ติดท็อปค่ะ
ขอบคุณแฟนๆ แม่ๆ ทุกท่านที่เอ็นดูเจิมจันทร์และ Sitha นะคะ