ย้ายไปอยู่กับพี่

1393 Words
หนึ่งชั่วโมงต่อมา อธิปส่งเอกสารพินัยกรรมฉบับสำเนาให้กรรณิการ์ได้อ่าน หญิงสาวก้มหน้าก้มตาอ่านอย่างจริงจังก่อนที่เขาจะเห็นเธอแอบซับน้ำตาเมื่ออ่านจบ “พี่และทุกคนในบ้านยินดีจะทำตามที่คุณปู่สั่งไว้ แต่นอกจากพินัยกรรมฉบับนี้ ยังมีทรัพย์สินอีกส่วนที่คุณปู่เก็บไว้ให้เรา เรื่องนี้เรารู้ใช่ไหม” อธิปส่งซองเอกสารอีกฉบับที่เขานำออกจากเซฟมาส่งให้หญิงสาวดู "ค่ะพี่กล้า” กรรณิการ์พยักหน้ารับ มันเป็นทรัพย์สินของบิดาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเขาป่วยหนักในช่วงนั้นและรู้ตัวว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานจึงจัดการเรื่องงานและบริษัทรวมถึงมรดกส่วนอื่นๆ ฝากนายหัวภาคย์เป็นผู้ดูแลเพราะไม่ไว้ใจญาติคนอื่นๆ จะรุมทึ้งลูกสาวในเวลาที่ตนจากไปแล้ว “อันนี้กรรณมีสิทธิ์จัดการได้เลยเพราะตอนนี้บรรลุนิติภาวะแล้ว กับพวกหุ้นในบริษัทต่างๆ ของพ่อกรรณ เอาไปนอนคิดก่อนก็ได้แล้วได้คำตอบยังไงก็มาบอกพี่” “พี่กล้าคะ ถ้ากรรณรับส่วนนี้แล้วมรดกที่คุณปู่ยกให้กรรณไม่เอาได้ไหมคะ” เธอถามตามที่คิดมานานแต่อธิปปฏิเสธ “จริงๆ ในส่วนที่ปู่ยกให้กรรณ มันเป็นของเดิมของพ่อแม่เรา แต่เป็นส่วนที่เขาให้ปู่พี่เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างที่ดูแลกรรณจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ” นายหัวภาคย์ก็แค่คืนเงินที่ได้มาให้เจ้าของเดิมไป และนี่คือสิ่งที่ลูกหลานทุกคนรู้ดี ทุกคนจึงไม่มีใครคัดค้านพินัยกรรมส่วนนี้ อธิปไม่ได้พูดต่อว่า ที่ปู่ภาคย์ตั้งเงื่อนไขไว้ว่าเธอจะได้รับในตอนที่อายุครบยี่สิบสองก็คือเผื่อหากกรรณิการ์ได้มรดกของบิดาหล่อนไปแล้วในตอนที่เรียนจบกลับมา หากมีเหตุสุดวิสัยใดก็ตามที่ทำให้หญิงสาวรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ไม่ได้ เธอก็ยังมีเงินรองรังอีกหนึ่งก้อน “แต่ว่ากรรณเกรงใจค่ะ ที่กรรณไปเมืองนอกคุณปู่ก็หมดเงินไปเยอะ” เสียงเธออ้อมแอ้ม “ไม่เป็นไรพี่รวย ปู่พี่ก็รวย ย่าพี่ก็รวยมาก” อธิปตอบหน้าตาเฉยแต่ก็ทำให้บรรยากาศการพูดคุยผ่อนคลายขึ้นมาก “ขอบคุณมากๆ เลยนะคะพี่กล้า เรื่องสมบัติของพ่อกรรณขอไปดูรายละเอียดอีกทีค่ะ เราต้องรีบไหมคะ” เธอถาม “ไม่นี่ ตอนนี้พวกบริษัทก็จ้างซีอีโอบริหาร กรรณจะคิดสักปีก็ได้อยู่หรอก” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ และลุกขึ้นเป็นเชิงจบการสนทนา “พี่จะไปทำงานต่อ กรรณจะขึ้นไปพักเลยก็ได้ ข้างล่างพี่จะปิดประตูเองครับ” ​ วันรุ่งขึ้นกรรณิการ์ที่ได้นอนเต็มอิ่มแล้ว หญิงสาวตื่นขึ้นมาในเวลาที่ฟ้ายังไม่สว่างดี อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสำหรับออกกำลังกาย เป็นเสื้อแขนกุดและกางเกงขาสั้นมีซับในเป็นผ้าสองชั้น มีกระเป๋าซ่อนสำหรับใส่เงินและของจุกจิกชิ้นเล็กๆ “ไปวิ่งเหรอคะคุณกรรณ” แม่บ้านคนหนึ่งที่มีหน้าที่ปัดกวาดทำความสะอาดทักทายในตอนที่เธอเดินลงบันไดมา “ค่ะ กรรณไปก่อนนะคะ อากาศดีจัง” หญิงสาวสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเข้าปอดอย่างชื่นใจ เธอชอบกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าและมีกลิ่นทะเลแทรกแบบอากาศของที่กระบี่ “เช้าจะทานอะไรพิเศษไหมคะคุณกรรณ เดี๋ยวพี่เตรียมให้” นางรีบถามก่อนที่สาวเจ้าจะออกจากบ้าน กรรณิการ์หยุดคิดก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ดีกว่าค่ะพี่ กรรณว่าจะวิ่งไปแถวตลาดแล้วไปหาขนมกินที่นั่นดีกว่า ไปนะคะ” กรรณิการ์วิ่งสลับเดินตรงไปยังลานของสวนสาธารณะของเทศบาลที่ตอนเช้าจะเป็นตลาดเช้า ที่คนในพื้นที่ใกล้เคียงมาจับจ่ายใช้สอย มีแม่ค้าบางคนที่จำหน้ากันได้ก็ทักทายกันอย่างเป็นกันเอง เธอตรงไปที่ร้านขนมจีนน้ำยา สั่งมารับประทานที่ร้านโดยที่นั่งรวมกับคนอื่นๆ เป็นโต๊ะม้านั่งแบบยาว “วันนี้มีหยวกอ่อนกับสายบัวด้วย” เธอใช้ที่คีบหยิบหยวกกล้วยอ่อนและสายบัวต้มกะทิใส่จานเล็ก ซึ่งมันเป็นหนึ่งในเครื่องเคียงของขนมจีนน้ำยาใต้ที่นิยมรับประทานกัน กรรณิการ์เพลินกับบรรยากาศมื้อเช้าจนกลับเข้าบ้านอีกทีเมื่อเวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมงนับตั้งแต่ออกมา เธอชะงักเมื่อเห็นอธิปยืนกอดอกอยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พี่กล้าจะออกไปทำงานแล้วเหรอคะ” หญิงสาวมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ มันเพิ่งแปดนาฬิกาตรงเป๊ะเขาต้องรีบขนาดนั้นเชียว “เราไปไหนมา แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้” อธิปกวาดตามองคนในปกครองของตัวเองแล้วถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “แต่งแบบนี้? ทำไมเหรอคะก็กรรณออกไปวิ่ง นี่ชุดออกกำลังกายนะคะพี่กล้า” “แต่ที่นี่มีแต่ชาวบ้าน กรรณจะแต่งตัวอะไรก็ควรระวัง ชุดแบบนี้มันเหมาะใส่อยู่บ้านหรือในยิมในฟิตเนสมากกว่า” ชุดออกกำลังกายอะไรเน้นรูปร่างขนาดนั้น กางเกงก็สั้นจนปิดได้แค่แก้มก้น อธิปคิดในใจ “ค่ะ ต่อไปกรรณจะระวัง” หญิงสาวกลอกตามองบน แต่ก็ไม่อยากเถียงให้อารมณ์เสียกันแต่เช้า “กรรณขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอทำท่าจะผละจากไปแต่ถูกเรียกไว้ก่อน “อาบน้ำแต่งตัวเร็วๆ พี่จะพาไปไหว้ปู่ย่า” “พี่กล้าจะพาไปเองเหรอคะ” เธอทำตาโต “หรือจะไม่ไป เมื่อวานเราบอกอยากไปไม่ใช่เหรอ” “ไปค่ะไป กรรณขอเวลาสิบนาทีนะคะ” หญิงสาวตอบอย่างร่าเริง ว่าแล้วเธอก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปทันที อธิปได้แต่มองตามและส่ายศีรษะไปมา ‘เป็นผู้ใหญ่แน่แล้วนะ อายุยี่สิบเอ็ดหรือสิบเอ็ดขวบกันแน่’ ชายหนุ่มคิดในใจ ################ “หนูกลับมาแล้วนะคะคุณปู่คุณย่า หนูขอบคุณมากๆ เลยค่ะที่รักและดูแลหนูมาตลอดหลายปี หนูสัญญาถ้ามีทางไหนจะตอบแทนคุณปู่คุณย่าได้หนูจะรีบทำค่ะ คิดถึงคุณย่านะคะ” กรรณิการ์พึมพำต่อหน้าที่เก็บกระดูกของนายหัวภาคย์และภรรยา ที่ลูกหลานจัดไว้ให้อยู่ด้วยกันเหมือนตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ อธิปมองหญิงสาวปักธูปและวางพวงมาลัยมะลิล้วนแบบที่คุณย่าศิตาชอบไว้หน้ารูปท่านทั้งสอง เขายืนด้านหลังเงียบๆ ให้เวลาเธอพูดคุยกับคนที่จากไปแล้วเป็นการส่วนตัว เขาพอรู้มาบ้างว่าระหว่างที่ตนเองไม่อยู่ไทย ช่วงที่กรรณิการ์อยู่ที่นี่เธอก็เป็นคนหนึ่งที่ใกล้ชิดกับปู่ย่าค่อนข้างมาก อาจจะเรียกได้ว่าท่านทั้งสองเป็นคนที่หญิงสาวไว้ใจที่สุดรองจากบิดามารดาที่เสียชีวิตไปแล้วก็ไม่ผิด “ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่กล้าไปทำงานสาย” กรรณิการ์ไม่กล้าโอ้เอ้นาน ตั้งใจไว้ว่าจะมาเองวันหลังจะได้อยู่นานกว่านี้แบบที่ตั้งใจ “งานที่นี่พี่เสร็จแล้ว เดี๋ยวกรรณกลับไปก็เตรียมเก็บของไประนองกับพี่ เราน่าจะได้ออกเดินทางช่วงบ่ายๆ หลังกินข้าวเที่ยง” อธิปตัดสินใจพากรรณิการ์ไปด้วย ตามข้อความการสั่งเสียของปู่ตามในพินัยกรรมว่าให้เขาเป็นคนดูแลเธอไปอีกหนึ่งปี หญิงสาวหน้าตาตื่น “กรรณต้องไปอยู่โน่นด้วยเหรอคะ” แค่อยู่กับเขาวันเดียวเธอก็อึดอัด แล้วถ้าต้องไปอยู่ระนองเธอจะทำอย่างไร เธอคิดในใจ “ที่นี่พี่ไม่มีอะไรให้กรรณทำ อีกอย่างทรัพย์สินที่กรรณจะได้ตามพินัยกรรมก็อยู่ที่โน่นหมด แล้วกรรณจะอยู่กระบี่ทำไม” “เอ่อ...” เธอเถียงไม่ออก “ไหนว่าอยากทำงาน อยากตอบแทนปู่กับย่างั้นก็ไปอยู่ระนองกับพี่ ไม่งั้นพี่จะถือว่ากรรณพูดไปอย่างงั้นเองไม่ได้จริงจังอะไร” ​
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD