“มิริน...มิริน...”
“อืม...”
เสียงเรียกจากคนคุ้นเคยปลุกเจ้าของชื่อ ซึ่งกำลังหลับใหลบนที่นั่งด้านหลังคนขับให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เมื่อกวาดสายตามองบรรยากาศนอกรถจึงพบว่ารถยนต์ขับมาจอดหน้ารั้วบ้านเธอแล้ว
มิรินเปิดกระจกไฟฟ้าโผล่หน้าไปให้บอดีการ์ดเจ้าของเวรเฝ้าหน้าบ้านวันนี้เห็นหน้า ก่อนที่ประตูรั้วสีขาวสูงสุดลูกหูลูกตาจะค่อยๆ ถูกเปิดให้รถไฟฟ้าของเพื่อนชายขับเข้าไปด้านใน
“เค้าขอโทษนะ น่าจะเจ็ตแล็ก” คนตัวเล็กกล่าวขอโทษอีกฝ่ายก่อนตามนิสัย “ขอโทษนะคะแม่”
“ไม่เป็นไรจ้ะ” แม่ของเพื่อนผู้ทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
รวมถึงอานนท์ที่นั่งข้างคนขับเองก็ส่ายหน้าเชิงปฏิเสธว่าไม่เป็นไร มิหนำซ้ำชายหนุ่มยังเป็นฝ่ายหยิบขวดน้ำดื่มส่งให้ร่างแน่งน้อยจิบอย่างรู้ใจกัน
“เราเข้าใจ เมื่อกี้ถ้าไม่แวะปั๊มซดกาแฟก็ขับไม่ไหวเหมือนกัน”
“อ้าว แอบแวะปั๊มเหรอ?” เธอไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย
มัวแต่หลับลึกและเอาแต่ฝันถึงเรื่องในอดีตที่เป็นสาเหตุให้ไปเรียนต่อต่างประเทศหลายปี
ทั้งอานนท์และมิรินยกมือขึ้นปิดปากหาวออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งคู่ชะงักไปเล็กน้อยจากนั้นจึงลอบหัวเราะออกมา แม้ระยะทางจากสนามบินถึงบ้านจะใช้เวลาราวๆ สามสิบนาที แต่นั่นก็เป็นเรื่องยากสำหรับทั้งคู่ที่ใช้เวลาอยู่อีกซีกโลกไม่ได้กลับบ้านเกิดหลายปีอยู่ดี
โชคดีที่แม่ของเพื่อนตั้งใจขับรถมารับลูกชาย อานนท์จึงชวนเธอให้ขึ้นรถด้วยกันโดยไม่ต้องรอรถที่บ้านไปรับ
“คุณแม่จอดหน้าบ้านได้เลยค่ะ จะได้ยกกระเป๋าลงง่ายๆ” พูดจบก็ยกมือไหว้หนึ่งเปราะ
ก็คนที่ขับรถมาส่งเธอเป็นถึงภริยาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะไม่ให้เธอเกรงใจได้อย่างไร
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ ไว้ค่อยคุยกันนะนนท์”
ประตูด้านหลังคนขับถูกเปิดออก พร้อมกับลูกสาวเจ้าของบ้านที่ก้าวลงจากรถ ไม่ทันจะได้ปิดประตู เพื่อนชายคนสนิทก็ลงจากรถตามมาแล้วเดินอ้อมไปด้านหลังรถ
“เราช่วยขนกระเป๋า” เสียงทุ้มนุ่มลึกเปล่งออกมาตามประสาคนอบอุ่น
“ขอบคุณค่ะ” สาวน้อยวัยยี่สิบสองประนมมือไหว้ย่อเพื่อนอย่างมีจริตจะก้าน ก่อนจะมุ่ยหน้าเมื่อถูกอีกฝ่ายผลักศีรษะจนเซ “อย่าใช้กำลัง...”
“ก็วอนเอง”
“ฮิๆ” มิรินเผล่ยิ้มกว้างพลางแลบลิ้นใส่อย่างซุกซน มือเล็กยกขึ้นตีต้นแขนแกร่งอย่างไม่แรงนักเป็นการหยอกล้อ
“มิริน!”
เฮือก!!
เสียงเข้มทรงพลังที่ไม่ได้ยินมานานดังหน้าจากหน้าบ้าน บิดารวมถึงคนอื่นๆ ที่รู้จักกันเดินออกมารอรับลูกสาวคนเล็กของบ้านอย่างพร้อมเพรียง
รวมถึงเขาด้วย...
ลูกสาวมาเฟียไม่แม้แต่จะชายตามอง ความจริงอดสงสัยไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเธอตอนไหน ทำไมเสนอหน้ามาร่วมงานปาร์ตี้ต้อนรับเธอด้วย
ใบหน้าจิ้มลิ้มยิ้มกว้างรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดบิดา ลูกสาวตัวน้อยถูกพ่อกอดแน่นจากนั้นจึงอุ้มจนตัวลอยเหมือนในวัยเด็ก
“คิดถึงคุณพ่อที่สุดเลย~”
เสียงหวานๆ ออกปากอ้อนบิดาทันทีที่เท้าแตะพื้น มิรินขยับโผเข้าไปกอดมารดาและหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ ตามด้วยซิดนีย์ผู้เป็นเพื่อนสนิท และยกมือไหว้พ่อกับแม่ของเพื่อนสาว
จากนั้นก็รีบวิ่งกลับมาหาบิดาที่หัวแถว บัตรจับมือของมิรินไม่ได้มีไว้สำหรับที่นั่งปลายแถวอย่างออสโล
ความจริงเขาควรถูกขึ้นป้ายแบล็กลิสต์ไม่ให้เข้างานด้วยซ้ำ
“ทำไมให้รถบ้านเราไปรับ” เวกัสเอ่ยถามลูกสาวเสียงราบเรียบ สายตาคมมองผ่านไหล่มนไปยังไอ้หนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งยืนเล่นหัวลูกสาวตนเองก่อนที่ท่านจะออกมาเจอ
ท่านคงรอรับสายเธอจนเป็นห่วง...
“ขอโทษนะคะ พอดีคุณแม่ของนนท์ท่านอาสามาส่ง มิรินเองก็ไม่อยากนั่งรอที่สนามบินคนเดียว” มือเล็กเคลือบเจลทาเล็บสีชมพูผายมือไปยังเพื่อนชายคนสนิทที่ยืนตัวตรงด้วยความประหม่า “นี่อานนท์ค่ะ ลูกชายท่านรัฐมนตรีอนันต์ พิสุทธิ์ไกรสร”
อานนท์รีบยกมือไหว้ปกๆ พร้อมกับส่งยิ้มแห้ง คนตัวโตลนลานจนไร้เรี่ยวแรงจะยกสัมภาระลงจากรถให้ มิรินจึงรีบเดินกลับไปช่วยเพื่อนตามสภาพ
“รีบกลับไปพักผ่อนเถอะนนท์ เอาไว้ค่อยนัดกันกินข้าว” ลูกสาวเจ้าของบ้านออกปากนัดผู้ชายล่วงหน้าเองเสร็จสรรพ
คนเป็นพ่อและ ‘คนอื่น’ ที่อยากออกตัวถึงทำหน้าไม่ถูก
อานนท์ยกมือไหว้เจ้าบ้านตบท้ายอีกครั้งแม้เจ้าบ้านใหญ่จะออกอาการไม่ต้อนรับ ชายหนุ่มนักเรียนนอกรีบเดินไปขึ้นรถก่อนจะได้ของฝากเป็นลูกตะกั่วติดตูดรถกลับบ้าน
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสินะ” คนตัวเล็กหอมแก้มสากของบิดาฟอดใหญ่ รีบส่งสายตาหาเพื่อนสนิทและพี่สาวให้ช่วยเหลือผ่อนคลายบรรยากาศมาคุ
“อ๊ะ! เอ่อ ซิดนีย์หิวแล้ว เราเข้าบ้านกันเถอะค่ะ” คนกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ออกปากชวนเป็นคนแรก “พี่โลไปแกะกุ้งให้ซิดนีย์หน่อย”
มือเล็กกระตุกแขนเสื้อพี่ชายยิกๆ ให้หยุดจ้องตาเพื่อนตนเองแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะอาหาร แต่ออสโลในเวลานี้เลิกห่วงน้องห่วงหลานนับตั้งแต่คนที่เฝ้ารอกลับมาเหยียบแผ่นดินเกิด
“จะมีผัวเป็นตัวเป็นตนแล้วไม่ใช่เหรอ ให้ไอ้กันแกะให้สิ” คำพูดไม่แยแสน้องสาวใครได้ยินก็แอบเบะปากใส่
ไม่เว้นแม้แต่อดีตแฟนสาวที่เพิ่งกลับมา
คงหวงเล็บไว้แกะกุ้งให้ยัยนมโตที่ควงกันไปดูหลังเมื่อสี่ปีก่อน
หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเขาอยากคุยกับเธอ ใบหน้าหล่อเหลาทำตาละห้อยเหมือนหมาตื่นมารอเจ้านายเล่นด้วยแต่เช้า แต่เจ้านายสาวดันแค่ตื่นมาฉี่แล้วกลับไปนอนต่อ
ทำไมเมื่อกี้กอดทุกคน แต่ไม่กอดเขา!
คนที่โหยหาเธอขาที่สุดยืนปั้นหน้าหล่ออยู่ตรงนี้!
เพียงแค่ร่างน้อยเดินตามคนอื่นๆ ผ่านหน้าตนเองเหมือนอากาศธาตุเข้าไปในบ้าน มาเฟียหนุ่มก็แทบวิ่งแจ้นตามเข้าไปจับจองที่นั่งด้านข้าง หากไม่ถูกสายตาดุดันของว่าที่พ่อตาปรามเอาไว้ก่อน
“มิรินไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อนดีไหม พ่อจะแกะกุ้งรอ” ตำแหน่งแกะกุ้งให้ลูกสาวคนเล็กต้องเป็นพ่อของเธอเท่านั้น
วันนี้วันครอบครัว การที่มาเฟียใหญ่อนุญาตให้ ‘คนอื่น’ ที่ติดสอยห้อยตามมาเกาะรั้วบ้านรับบุญด้วยก็ดีเท่าไหร่
ความจริงไม่อยากให้มาด้วยซ้ำ น่าจะให้มันลงแดงตายไปตั้งแต่สี่ปีก่อน
“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ อยากกินตำไทยแซ่บๆ จังเลย” มิรินหันไปหาแม่บ้านประจำคฤหาสน์เชิงออดอ้อน
พี่ส้มกับพี่สาลี่เป็นนัมเบอร์วันด้านส้มตำ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกมะละกอ คนห่างบ้านสี่ปีอยากกินของดีของเด็ดใส่ผงนัวผลิตในประเทศไทยให้หายคิดถึง
“จัดไปค่ะ สาลี่จะตำให้แซ่บจนคุณหนูอยากดื่มน้ำทั้งคืน” โมโนโซเดียมกลูตาเมตเกิดมาเพื่อคนไทย สองแม่บ้านพยักหน้ารับแล้วรีบกุลีกุจอวิ่งหายเข้าครัว
ร่างงามสะพรั่งของบัณฑิตสาวจากเมืองน้ำหอมเดินขึ้นไปยังห้องนอนตนเองบริเวณชั้นสอง คนอื่นๆ ก็พากันไปนั่งรอริมสระน้ำ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานปาร์ตี้ต้อนรับลูกสาวคนเล็กของตระกูลกลับสู่อ้อมอกพ่อแม่ จะมีก็แต่มาเฟียท่านหนึ่งที่เอาแต่ยืนชะเง้อคอหน้าบนไดทางขึ้นชั้นสองอย่างลังเล
เขาเคยขึ้นห้องเธอตอนยังเด็ก ถ้าขึ้นตอนนี้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่
แต่แค่ไปยืนรอหน้าประตูห้องนอนคงไม่นับ
ว่าแล้วร่างสูงก็เดินดุ่มๆ ขึ้นไปยืนรออดีตแฟนสาวอยู่หน้าห้องนอน หากมีคนเอาพรมมาวางไว้ ออสโลคงนั่งขัดสมาธิหมดมาดมาเฟียรอเธอขาเปิดประตูใจจดใจจ่อ
ใครจะเรียกเขาว่าไอ้โบ้ก็ช่างแม่ง ความผิดพลาดในอดีตเป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้
ต่อไปเขาจะไปยอมปล่อยให้เธอคาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ส่วนไอ้ลูกรัฐมนตรีเขาจำหน้ามันได้แล้ว ถ้ายังไม่ยอมถอยจากตัวเล็กของเขาก็ลงไปนอนจ้องตากับไส้เดือนแล้วกัน