Badass 7 | ประจานความชั่ว

1852 Words
เขาทำตัวไม่ต่างจากหมาดื้อ ถูกเธอด่าไปขนาดนั้นยังตามมานั่งข้างกันต้อยๆ ไม่รู้จักเข็ดหลาบ ขนาดที่ว่าเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์นั่งลงข้างบิดา ให้ท่านนั่งคุ้มครองตนเองจากเขาทางฝั่งซ้าย ออส‍โลยังลากจากกุ้งเผาตัวใหญ่มานั่งประกบเธอข้างขวา น่ารำคาญชะมัด “พี่โลถอยไป มิ‍รินจะนั่งกับคุณพ่อคุณแม่” เธอกดตามองเก้าอี้ที่เขากำลังนั่ง สื่อแสดงออกชัดเจนว่าที่ตรงนี้คือที่ของแม่เธอ ทว่าเสียงของมารดากลับเอ่ยขัดความตั้งใจของลูกสาวอย่างเธอโดยไม่รู้ตัว “คุณแม่นั่งข้างคุณพ่อฝั่งนี้ก็ได้ค่ะ” ข้าว‍ปั้น‍ยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยของลูกสาวที่ไม่ได้เจอกันนานด้วยความเอ็นดู ออส‍โลจึงยกมือขึ้นมาลูบศีรษะเธออีกฝั่งประสานพลังกันกับท่าน “พี่โลอย่ามาจับมิ‍ริน!” คนตัวเล็กแผดเสียงใส่อีกคนอย่างไม่ชอบใจพร้อมกับลุกขึ้นยืนเอาเรื่อง ก่อนจะรู้ตัวว่าเผลอทำตัวไม่น่ารักต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งจากสายตาของพ่อแม่ของเขาและพ่อแม่ตนเองจึงรีบยกมือไหว้ขอโทษพวกท่านพร้อมกับอ้อมแอ้มบอกเสียงแผ่ว “มือเหม็นกุ้ง” “พี่ยังไม่ได้จับกุ้งเลย” เขาทำหน้าจ๋อยมองมือตนเอง ทำหน้าตาน่าสงสารประกอบ จงใจทำให้เธอเป็นเด็กไม่ดีในสายตาผู้ใหญ่ชัดๆ “เธอจับจานกุ้งไง กลิ่นมันติดมือ” “เค้าจับจานมือขวา แล้วก็ไม่ได้ใช้มือขวาจับผมตัวเองสักหน่อย” คนตัวเล็กนั่งกัดฟันกรอด โมโหสุดขีดกับใบหน้างอง้ำที่อดีตแฟนหนุ่มแสดงออกมา ออส‍โลการละคร มิ‍รินหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือกับเพื่อนสนิท ซิด‍นีย์‍ซึ่งกำลังนั่งซบไหล่ว่าที่สามีอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นการที่เพื่อนปิดเปลือกตาแกล้งหลับต่อหน้าต่อตา เมื่อกี้เธอมั่นใจว่ายัยตัวแสบมันเห็นสายตาขอความช่วยเหลือจากเธอแน่นอน ก็อย่างที่เขาว่ากัน ว่าเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ คนกอดคอโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กจะดีไปกว่าพี่น้องที่ดูดนมเต้าเดียวกันมาได้ยังไง สุดท้ายก็ได้แต่นั่งเงียบ ขยับตัวเข้าไปเบียดบิดาตนเองให้ได้มากที่สุด ทำเหมือนอีกคนที่นั่งข้างกันเป็นอากาศอย่างที่เขาเคยทำกับเธอมาโดยตลอด มิ‍รินนั่งกินเฉพาะกุ้งที่พ่อกับแม่แกะให้ แม้ออส‍โลจะพยายามดันจานกุ้งที่คนเองเป็นคนแกะมาใกล้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มิ‍รินก็ทำเพียงผลักมันออกจากตัวเท่านั้น “เธอกินกุ้งจานนี้ด้วยสิ เค้าแกะไว้ให้?” “มิ‍รินอิ่มแล้ว” เธออิ่มก็ได้ ถึงแม้จะยังรู้สึกโหยหาน้ำจิ้มซีฟู้ดรสมือแม่อยู่ก็ตาม เจ้าของร่างเล็กกะทัดรัดเลื่อนจานส้มตำมาอยู่ตรงหน้าตนเองแทน เปลี่ยนมากินของแซ่บอีกอย่างที่น่าจะพอทดแทนกันได้ “เธอๆ” มา‍เฟียหนุ่มร่างโตสะกิดหลังมือเธอเหมือนแมวเวลาเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มแสดงออกมาอย่างคนเจ้าเล่ห์ “เธอกินเค้าไหม เค้าก็แซ่บนะ” สิ้นคำพูดของเขาก็เกิดรีแอ็กชั่นกับคนรอบข้าง ซิด‍นีย์‍ยกมือตีต้นขาว่าที่สามีมองมายังเธอกับพี่ชายตนเองอย่างพึงพอใจ ในขณะที่บิดากระแอมไอเบาๆ หลังจากได้ยินคนหยอดลูกสาวต่อหน้า แต่ทำไมคุณพ่อไม่ด่าเขาอย่างที่ทำตาดุใส่เพื่อนเธอที่อุตส่าห์ขับรถมาส่งบ้าง หรือการที่ครอบครัวของเขามาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับกลับบ้านของเธอจะมีบางอย่างแอบแฝง “พ่อชวนอาเซนมากินข้าวบ้านเราเหรอคะ?” มิ‍รินเอ่ยถามกับบิดาตามตรง แถมยังพาดพิงมา‍เฟียใหญ่พ่อของอดีตแฟนหนุ่มไปด้วย เธอรู้ว่าพ่อกับอาเซนไม่โกหก การถามพวกท่านจึงเป็นเรื่องที่น่าจะได้รับคำตอบตรงไปตรงมาที่สุด “ก็...เปล่า” “อ้าว ไอ้เวย์!” พ่อของเขาเรียกเพื่อนตนเองเสียงหลง “มาทานข้าวด้วยกันเยอะๆ ก็ดีแล้วนี่คะลูก” มารดารีบเข้ามาช่วยพูดเต็มที่ แสดงว่าแม้แต่แม่ของเธอก็มีเอี่ยว! “แม้แต่คุณแม่ที่ไม่ชอบโกหกก็ร่วมมือด้วยเหรอคะ?” มิ‍รินพูดออกไปทั้งๆ ที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก หันไปมองหน้าพี่สาวซึ่งนั่งกับสามีห่างออกไปเป็นการจับผิด แน่นอนว่าไข่หวานหลบตาเธอเช่นกัน “เจ๊ไข่!” “เค้าผิดเอง มิ‍รินอย่าโกรธคนอื่นเลยนะ” ออส‍โลรีบออกตัวรับเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มโกรธ “เค้าคิดว่ามันน่าจะเป็นวันดีที่เราจะได้เริ่มกันใหม่” สติของลูกสาวมา‍เฟียขาดผึ่งทันทีหลังจากได้ยินถ้อยคำเห็นแก่ตัว ร่างงามหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับมา‍เฟียหนุ่มที่รีบลุกขึ้นยืนตามด้วยอาการร้อนรนสุดขีด ผลั่ก! คนตัวเล็กผลักอกแกร่งอีกฝ่ายเต็มแรง แม้แต่พ่อที่เข้ามาจับบ่าเธอไว้เธอยังสะบัดมือของท่านจนหลุด “เธอต้องการอะไร เธอพูดมาเลยดีกว่า” มา‍เฟียหนุ่มเม้มปากแน่นกับสรรพนามที่ถูกอดีตแฟนสาวเรียก เขารู้ดีกว่าใครว่าหากมิ‍รินโกรธจัดเธอจะลืมตัวไม่เรียกเขาว่า ‘พี่’ “เค้าแค่อยากให้เราคุยกันดีๆ” เสียงทุ้มอ้อมแอ้มตอบ พร้อมกับยกมือห้ามเมื่อกำลังถูกร่างบางไล่ต้อนให้เดินถอยหลังเรื่อยๆ “เธอใจเย็นๆ ก่อน อย่าเพิ่งโกรธ” “อ้อ...เค้าไม่มีสิทธิ์โกรธ!? แม้แต่ความโกรธของเค้ายังต้องขออนุญาตจากคนใหญ่คนโตอย่างคุณออส‍โลเหรอคะ!” ผลั่ก! มือบางผลักแผ่นอกเขาให้ถอยหลังออกไปอีก เบื้องหลังร่างแกร่งคือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ของบ้าน เธออยากต้อนให้เขาจนมุมเหมือนที่เขาเคยทำกับเธอบ้าง ก็บอกแล้วว่าระหว่างเธอและเขามันมีแต่ความโกรธเกลียด ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ก็จะพูดให้หมด “ให้เค้าประจานความเลวของเธอให้พ่อแม่เราฟังเลยไหม? ต้องเล่าไหมว่าทำอะไรกับเค้าเอาไว้บ้าง ฮะ!” ออส‍โลเงียบและไม่ตอบโต้ มิ‍รินจึงผลักเขาถอยหลังไปอีกก้าวจนส้นรองเท้าหนังถอยไปเตะขอบสระ ออส‍โลถอยไม่ได้อีกแล้ว “เธอ เค้าถอยไม่ได้แล้ว” คนตัวสูงพยายามยกมือปรามให้เธอใจเย็นลง ตกน้ำในเวลาแบบนี้คงเย็นดีไม่ใช่น้อย “เค้าก็ไม่อยากถอยแล้วเหมือนกัน เลิกกันแล้วก็ให้มันจบไปสิ เธอจะกลับมาเอาอะไร?” ออส‍โลถอนหายใจออกมา ใบหน้าหล่อเหลาไร้คำว่าสำนึกผิดแสดงออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย “เธอคิดไปเอง...” “คิดไปเอง!? หึ! มันออกมาจากปากของเธอเองเลยออส‍โล เธอบอกผู้หญิงคนนั้นว่าเค้าเป็นเพื่อนของซิด‍นีย์‍” “ก็ตัวเองเป็นเพื่อนของซิด‍นีย์‍” เพียะ! “มิ‍ริน/ออส‍โล!!” ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายรีบมาแยกลูกของตนเองออกจากกันหลังจากเห็นมิ‍รินยกมือฟาดหน้ามา‍เฟียหนุ่มฉาดใหญ่ “ทุเรศ!! ถ้าเธอบริสุทธิ์ใจ ณ ตอนนั้นเธอรู้ดีว่าควรแนะนำเค้าว่าเป็นอะไร” ดวงตาของหญิงสาววูบไหวเมื่อเห็นเรื่องราวในอดีตซ้อนทับใบหน้าของอดีตแฟนหนุ่มตอนนี้ “ต่างคนต่างอยู่ อย่าให้เค้าเกลียดเธอไปมากกว่านี้” คนตัวเล็กเดินกลับเข้าบ้านอย่างเสียมารยาท วันนี้มิ‍รินรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะปั้นหน้ายิ้มอดทนจนกว่าเขาจะกลับไปได้ ยิ่งรับรู้ว่าครอบครัวของตนเองและเขาพยายามจะทำให้เราทั้งคู่คืนดีกันนั้นยิ่งสร้างความเจ็บปวดน้อยใจให้กับคนตัวเล็ก เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกครอบครัวหักหลัง หวังว่าท่านได้ยินได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้แล้วจะให้ความยุติธรรมกับเธอบ้าง ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำเอาคนนอนคว่ำหน้าบึ้งบนเตียงหันไปมองยังต้นเสียงอย่างช่วยไม่ได้ หากเป็นออส‍โลตามขึ้นมาอีก เธอจะด่าให้จมดิน ด่าให้ร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับไปซบอกแม่เลย! ก๊อกๆๆ “ไอ้ตูด เปิดประตู!” ที่แท้เป็นไข่หวาน มิ‍รินค่อยๆ ลุกจากเตียงเดินตัวลีบไปเปิดประตูให้พี่สาวเดินตามหลังเข้ามาในห้อง ในใจรู้ดีว่าการกระทำวันนี้ของตนเองไม่น่ารัก เธอตบลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมา‍เฟียใหญ่ต่อหน้าพ่อกับแม่เขาเสียงดังไปถึงหน้าบ้าน แถมยังเสียงดังโวยวายไม่ให้เกียรติพวกท่านอีก “จะด่าอะไรเค้าล่ะ” เจ้าของห้องนั่งก้มหน้านิ่ง รู้สึกน้อยใจนิดๆ ที่ตนเองไม่มีคนเข้าข้าง ทั้งที่ไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน “อย่ามาดรามา ฉันจะด่าอะไรแก” ศีรษะทุยถูกมา‍เฟียสาวผลักเบาๆ ก่อนที่ร่างบางไม่ต่างกันจะหย่อนสะโพกนั่งข้างๆ กล่องกำมะหยี่ดำถูกยื่นให้คนเป็นน้องอย่างไว้เชิงตามนิสัย “อะไรอะ” มิ‍รินรับมันมาเปิดออกก็พบว่าเป็นกำไลข้อมือแบรนด์ดัง มันสวยมากแต่เธอไม่คิดจะใส่ เพราะหากตกหายเท่ากับการทำรถหายไปทั้งคัน “เจ๊ไข่ซื้อให้มิ‍รินทำไม” “เนื่องในโอกาสที่แกกลับมาอยู่บ้านไง” รอยยิ้มสวยพราวออกมาบนใบหน้าดุจราชินีทำเอาคนเป็นน้องยิ้มกริ่มออกมา “นึกว่าจะด่าที่มิ‍รินทำตัวไม่น่ารัก...” “ใครจะด่าแก นี่พ่อยังแอบฝากฉันมาชมแกว่าเล็งฝ่ามือได้องศาดีมาก” ไข่หวานยักคิ้วให้พร้อมกับหัวเราะออกมา “อย่าบอกแม่ก็พอว่าพวกฉันเข้าข้าง” มิ‍รินพยักหน้ารับ และยังเข้าใจอีกด้วยว่าแม่ของเธอเพียงแค่ไม่อยากให้ลูกสาวมีเรื่อง ไม่ใช่ว่าท่านไม่เข้าใจการกระทำของเธอ “ทำไมเจ๊ดูไม่ตกใจเลยเรื่องมิ‍รินกับพี่โล” เธอคาดหวังว่าพ่อจะเอาปืนมายิงแสกหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่ทุกคนกลับนิ่งและฟังเธอกับเขาทะเลาะกันเงียบๆ “ก็...เรื่องมันยาว ฉันไม่ได้มีหน้าที่เล่าให้แกฟัง” คนอายุมากตอบก่อนจะเฉไฉหนีตามระเบียบ ไข่หวานหยัดกายลุกขึ้นเดินออกจากห้องจนเธอต้องรีบเดินตาม “ฉันกลับก่อน เรย์ง่วงแล้ว” ไข่หวานเดินตัวปลิวลงบันไดไปไม่รอให้น้องสาวได้มีโอกาสรั้ง มิ‍รินจึงได้แต่มองตามพี่สาวของตนเองด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ตัวอยู่กับน้อง เอาเวลาไหนไปรู้ว่าผัวง่วงนอน ความสามารถพิเศษได้มาหลังแต่งงานหรือไง!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD