bc

เมียบังเอิญของเฮียวิชญ์

book_age18+
575
FOLLOW
5.5K
READ
family
HE
kickass heroine
mafia
heir/heiress
blue collar
sweet
lighthearted
city
office/work place
childhood crush
secrets
actor
like
intro-logo
Blurb

เมียบังเอิญของเฮียวิชญ์

(พงศ์วิชญ์ & อริสรา)

เพราะความบังเอิญทำให้เธอมายืนอยู่ผิดที่ผิดเวลา

‘อริสรา’ เลยต้องมาเห็นภาพที่ไม่ควรถูกใครเห็น

เลือดที่เปื้อนมือมาเฟียผู้ทรงอำนาจอย่าง ‘เฮียวิชญ์’

คือความลับที่เธอไม่มีสิทธิ์รอดไปเล่าให้ใครฟัง

เขาควรจะมอบความตาย

เพื่อไม่ให้เธอปริปากบอกใครได้อีก

ทว่าแววตาน่าสงสารและใบหน้าหวาน ๆ นั้น

กลับทำให้เขาเปลี่ยนโทษตาย

ให้กลายเป็นโทษทัณฑ์ที่แสนเร่าร้อน

ทั้งที่เธอไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย

เพราะความจริงแล้วเธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าสู้ชีวิต

ทำงานพาร์ทไทม์เพื่อส่งเสียตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้น

จากสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง

จึงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดที่ยากเกินห้ามใจ...

===โปรยปราย===

“ตามมา”

“เฮีย...จะ...จะให้หนูเข้าไปทำไมคะ เฮียจะอาบน้ำไม่ใช่เหรอ”

เธอเอ่ยถามเสียงสั่น พยายามไม่มองแผงอกเปลือยเปล่าและแผ่นท้องเป็นลอนเหนือผ้าขนหนูเนื้อหนาสีขาวที่ปิดท่อนล่างของเขาเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่เพราะมันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงผิดปกติ

“เธอเป็นสาวใช้ของฉันไม่ใช่เหรอ?”

“กะ...ก็ใช่ค่ะ”

“งั้นก็ตามมาอาบน้ำให้ฉันสิ”

“อะไรนะคะ! แต่เฮียไม่ใช่เด็กแล้วนะ ตัวก็โตออกขนาดนี้ ทำไมจะต้องให้หนูมาอาบน้ำให้ด้วยล่ะ”

“ไหนบอกว่าถ้าฉันไว้ชีวิตเธอแล้วเธอจะทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง? หรือตอนนี้ไม่รักตัวกลัวตายแล้วหรือไง”

“ก็...กลัวค่ะ แต่หนูแค่สงสัย”

“อยากรู้มั้ยว่าคนที่ชอบสงสัยมักจะมีจุดจบยังไง”

เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วมองด้วยแววตาน่ากลัว เล่นเอาขนอ่อนในกายเธอลุกเกรียวไปหมด ยิ่งนึกไปถึงตอนที่เลือดเปื้อนมือเขา เธอก็คิดได้ว่าไม่จำเป็นต้องสงสัยอะไรให้มากความอีก เพราะเธออาจจะโดนเขาฆ่าตายตามผู้ชายคนนั้นไปก็ได้

“ไม่อยากค่ะ เชิญ...เชิญเฮียเดินนำเลยค่ะ เดี๋ยวหนูจะอาบน้ำให้เฮียแบบสะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุมเหมือนตอนที่อาบน้ำหมา...เอ๊ย! เหมือนตอนที่อาบน้ำให้ตุ๊กตาเลยค่ะ”

“ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาของเธอ” คนดุบอกก่อนจะเดินนำเธอเข้าไปในห้องอาบน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าห้องเช่าของเธอเสียอีก

ร่างสูงหยุดอยู่ข้างอ่างจากุชชี่ก่อนชำเลืองมองเธอครู่หนึ่ง มือหนาก็ปลดผ้าขนหนูออกจากตัวแล้วปล่อยให้มันร่วงไปกองลงบนพื้น แต่เหมือนว่าไม่ใช่มีแค่ผ้าขนหนูที่ร่วงลงไป เพราะตอนนี้หัวใจของเธอก็หล่นไปอยู่บนพื้นเช่นกันเพราะบั้นท้ายแน่นหนั่นของเขาที่อยู่ตรงหน้ามันทำให้สาวน้อยแทบเป็นลมอยู่ตรงนี้

“ว้าย! เฮียจะถอดผ้าทำไมไม่บอกก่อนคะ”

เธอรีบยกมือขึ้นปิดหน้าแทบไม่ทัน ตอนนี้รู้สึกว่าทั้งหน้าทั้งหูมันร้อนผ่าวไปหมดแล้ว

พงศ์วิชญ์กลั้นขำกับท่าทางตื่น ๆ นั้น เขาไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ เพียงแต่ก้าวลงไปแช่น้ำอุ่นในอ่างเพราะกลัวจะทำเธอหัวใจวายตายไปเสียก่อน หากว่ายังยืนโชว์ร่างเปลือยอยู่อย่างนั้น

“เอามือลงแล้วมาอาบน้ำให้ฉันได้แล้ว อย่าลืมคำพูดของตัวเองล่ะ ที่ว่าจะอาบให้สะอาดทุกซอก...ทุกมุม”

“เอ่อ..หนู...ไม่ทำแล้วได้มั้ยคะ” เธอค่อย ๆ ลดมือลงก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในอ่างเรียบร้อย อย่างน้อยฟองขาว ๆ พวกนั้นก็ช่วยปิดบังสิ่งที่เธอไม่อยากมองได้เป็นอย่างดี

“ได้สิ”

“จริงเหรอคะ” เธอมองเขาอย่างตื่นเต้น

“จริงสิ เธอจะไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าเธอไม่ทำ...ก็ทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่ แล้วฉันจะจองศาลาดี ๆ ไว้สวดศพให้เธอสักสามวัน แบบนั้น...ดีรึเปล่า”

เพียงเท่านั้นเธอก็รีบทรุดตัวลงนั่งข้างอ่างแล้วหาฟองน้ำเนื้อนุ่มมาขัดที่ไหล่ของเขาโดยไม่อิดออดอะไรอีกเลย

คอยดูเถอะ สักวันถ้าเธอหนีเขาไปได้ เขาจะไม่มีวันหาเธอเจออีกเลยตลอดชีวิต อีตามาเฟียโรคจิต!

========================================

แนะนำนิยายชุด เมียรักจอมอิทธิพล 3 เรื่อง ได้แก่

- เมียอุ้มบุญของคุณนนท์ (บุญญานนท์ & นภาภัส)

- เมียบังเอิญของเฮียวิชญ์ (พงศ์วิชญ์ & อริสรา)

- เมียตีทะเบียนของคนพาล (เมฆินทร์ & ลัลน์ลลิต)

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เรื่อง ที่เกี่ยวข้องกัน ได้แก่

- หนี้รักมาเฟียไร้ใจ (พงศ์วสิษฐ์ & ศศิพิมล)

- ใต้อาณัติจอมเถื่อน (พงศ์วรินทร์ & ผลิตา)

ฝากติดตามทั้ง 5 เรื่องด้วยนะคะ^^

chap-preview
Free preview
บทนำ (1) เรื่องบังเอิญ
เสียงดนตรีจากเวทีเล็กๆ ในร้านอาหารกึ่งบาร์ดังคลอไปกับเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวของลูกค้า แสงไฟนวลส้มสลัวๆ ถูกออกแบบให้บรรยากาศดูอบอุ่น แต่สำหรับ อริสรา วัฒนกุล เด็กเสิร์ฟวัยยี่สิบเอ็ดที่กำลังเดินถือถาดเต็มไปด้วยแก้วน้ำอัดลมและเบียร์ มันกลับเป็นค่ำคืนที่เหนื่อยเกินบรรยาย เธอใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับผ้ากันเปื้อนสีดำ เสื้อผ้าเก่าจนเริ่มซีด แต่รีดเรียบกริบเพื่อให้ดูสุภาพและสะอาดที่สุด ขาของเธอเมื่อยล้าจากการเดินไม่หยุดตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงยิ้มให้ลูกค้าตามมารยาท “น้องอาย โต๊ะสี่ขอน้ำแข็งเพิ่ม” เสียงหัวหน้าตะโกนแข่งกับเสียงเพลง “ได้ค่ะพี่” อริสราตอบอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะรีบไปจัดน้ำแข็งใส่ถังใบเล็กแล้วนำไปเสิร์ฟ แม้ใบหน้าจะยิ้ม แต่ภายในใจเธอเต็มไปด้วยความกังวล ค่าเทอมอีกก้อนที่เหลือเกือบครึ่งหมื่นยังหาไม่ครบ เธอเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่อายุสิบห้า หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เหลืออยู่จึงต้องดิ้นรนหามาด้วยสองมือของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าหอพัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนและค่าเทอม คืนนี้เป็นหนึ่งในหลายสิบคืนที่เธอรับงานเสิร์ฟหลังเลิกเรียนเพื่อหาเงินเก็บ แม้ค่าจ้างไม่มาก แต่ทุกบาททุกสตางค์สำคัญต่อชีวิตเธอทั้งนั้น เวลาผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืน งานในร้านเริ่มเบาลง ลูกค้าทยอยกลับ อริสราเหนื่อยจนอยากทิ้งตัวลงนั่ง แต่ยังคงต้องช่วยเก็บโต๊ะ ล้างแก้ว และส่งถังเบียร์เปล่าไปหลังร้าน “ขอบใจมากนะอาย วันนี้เหนื่อยหน่อย แต่ทิปก็เยอะตามไปด้วย” หัวหน้าพูดพร้อมตบไหล่เธอเบาๆ “ไม่เป็นไรค่ะพี่ หนูไหวอยู่แล้ว” เธอยิ้มบางๆ แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนขาแทบไม่มีแรงก้าวต่อ เมื่อเสร็จงาน เธอเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีจางกับกางเกงยีนราคาถูก สะพายกระเป๋าผ้าขาดๆ ใบเดิมที่ใช้มาหลายปี ขอบตาลึกคล้ำจากความเหนื่อยล้า แต่แววตายังคงแน่วแน่และเต็มไปด้วยความหวัง จากนั้นก็ไปรับเงินค่าจ้างที่ร้านจะจ่ายให้เป็นรายวันสำหรับพนักงานพาร์ตไทม์เช่นเธอ เธอกวาดสายตามองเงินสดที่เก็บใส่ซองเล็กๆ แล้วเผลอยกขึ้นแนบอกอย่างเงียบงัน “เหลืออีกสี่พันกว่า...ถ้าอดทนอีกหน่อย ก็จะได้ค่าเทอมครบแล้วนะอาย สู้ๆ” เธอปลอบใจตัวเองเบาๆ เวลาล่วงเลยไปเกือบตีหนึ่ง ถนนเบื้องหน้าแทบไม่มีรถวิ่ง ฝนเริ่มตกปรอยๆ อริสราเลือกเดินลัดหลังโกดังร้างในซอยหลังร้านเพราะไม่อยากเรียกแท็กซี่ให้สิ้นเปลือง ถึงจะต้องใช้เวลาเดินมากกว่ายี่สิบนาทีกว่าจะถึงที่พักก็ตาม แม้จะรู้ว่าซอยนี้อันตราย แต่ความจนบังคับให้เธอไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก เสียงรองเท้าผ้าใบที่เปียกชื้นกระทบพื้นที่เปียกน้ำฝนไปตามทางที่เต็มไปด้วยเงามืด เธอกอดกระเป๋าผ้าแน่นด้วยความหวาดหวั่น แต่ก็ปลอบตัวเองในใจ ‘อีกนิดเดียวก็ถึงหอแล้ว อดทนหน่อยนะอาย’ หากแต่เสียงที่ดังขึ้นตรงหน้าก็ทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น ปัง! มันคือเสียงปืนที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดังร้างที่อยู่ห่างไม่กี่ก้าวเท่านั้น หญิงสาวสะดุ้งเฮือกลมหายใจติดขัด สองเท้าหยุดชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะก้าวช้าๆ เข้าไปใกล้ผนังโกดังเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและเพียงเสี้ยววินาทีที่เธอชะโงกหน้าออกไป สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้โลกทั้งใบของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล ห้านาทีก่อนหน้านี้... กลิ่นชื้นอับของโกดังเก่าผสมกับกลิ่นสนิมจากกองเหล็กกองไม้ ทำให้อากาศด้านในหนักอึ้งจนหายใจแทบไม่ออก แสงไฟดวงเดียวที่ห้อยจากเพดานส่องลงตรงกลางห้อง ทำให้มองเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนล้อมใครบางคนเอาไว้ บนเก้าอี้เหล็กเก่าๆ กลางห้อง ชายร่างผอมถูกมัดแขนแน่นด้วยเชือกเปื้อนเลือด ดวงตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความกลัวผสมกัน ตรงข้ามกันคือ พงศ์วิชญ์ อัศวปรีชา หรือที่ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่า เฮียวิชญ์ มาเฟียหนุ่มวัยสามสิบห้าปีที่นั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้อีกตัว ท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังสนทนาเรื่องธุรกิจธรรมดา แต่สายตาคมกริบที่จ้องไปยังนักโทษกลับเฉียบคมเหมือนใบมีดที่พร้อมจะกรีดอีกฝ่ายให้เป็นรอยแผลลึก “ใครส่งมึงมา” น้ำเสียงเด็ดขาดและทรงพลังเอ่ยถามขึ้นอย่างใจเย็น ชายที่ถูกมัดหัวเราะหึๆ ในลำคอ เลือดซึมออกจากมุมปากก่อนตอบออกไป “ต่อให้ต้องตาย...กูก็ไม่มีวันบอกมึง” ดวงตาของพงศ์วิชญ์หรี่ลงเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ก็ดี กูไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรจากเศษสวะอย่างมึงอยู่แล้ว” เขาลุกขึ้นยืน เดินอ้อมไปด้านหลัง ก่อนจะก้มลงพูดช้าๆ ข้างหูนักโทษ “แต่มึงจะได้ตายอย่างสบายหรือทรมาน...มันขึ้นอยู่กับคำตอบของมึงเอง เลือกเอาละกัน” ร่างผอมสะอึก แต่ยังฝืนยกยิ้มอย่างถือดี “คิดว่ากูจะกลัวมึงงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!” เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง...นักโทษแอบดึงมีดพับที่ซ่อนอยู่ในขากางเกง กรีดเชือกจนขาด แล้วพุ่งเข้าหาเขาเต็มแรง หวังปักคมมีดเข้าที่อกของมาเฟียหนุ่ม ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่สายตาคมของพงศ์วิชญ์ไวพอที่จะเห็นทุกการเคลื่อนไหว เขาเบี่ยงตัวอย่างแม่นยำ มือใหญ่กระชากข้อมือศัตรูบิดจนมีดหลุด ก่อนจะสวนหมัดเข้าที่ใบหน้า แล้วใช้ปืนในมือลูกน้องจ่อที่กลางอกขวาของมันทันที ปัง! ร่างนักโทษทรุดฮวบลงบนพื้น เลือดแดงเข้มค่อยๆ ไหลนองออกมา

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.4K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook