บทที่ 2
หล่อแต่ชั่ว
"อีพวกบ้า! มหาวิทยาลัยแท้ ๆ ยังกล้าทำเรื่องอุจาดตาอีก"
หลังจากที่ฉันอารมณ์เสียก็ต้องกลับมาคิดทบทวนการเข้าหาทั้งสองคนใหม่ ตอนแรกตั้งใจว่าจะแค่ตีสนิทและขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะเป็นพวกจิตวิตถาร
"มานั่งเหม่อแบบนี้เป็นอะไรจ๊ะสาว"
มาเบลหรือยัยเบลเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉัน นางเป็นเพื่อนที่โคตรรู้ใจ และเข้าใจว่าตอนนี้ครอบครัวของฉันกำลังเจอปัญหาอะไรบ้าง
"คิดปัญหาเรื่องที่บ้านน่ะสิ"
"เฮ้อ... ฉันเข้าใจแกนะยัยฝัน ครอบครัวของแกมาไกลเกินที่จะกลับไปยืนอยู่จุดนั้นแล้ว แต่ถ้าพวกมันเล่นวิธีสกปรกกับแก แกจะไปทำอะไรได้ บางอย่างถ้ามันหนักเกินไปแกควรจะปล่อยให้พวกผู้ใหญ่ตัดสินใจเอง"
"ฉันแค่ไม่อยากให้ที่บ้านต้องไปทำธุรกิจสกปรกอีก ว่าแต่แกรู้จักรุ่นพี่วิศวะที่ชื่อสิบทิศกับปฐพีไหม?"
"อืม... ขอนึกแป๊บ อ๋อ เคยเจอที่ผับ พวกนี้เป็นลูกคนมีอิทธิพลเข้าถึงยากมากนะ"
"ฉันให้ลูกน้องสืบมาจนรู้ว่าสองคนนี้ค่อนข้างมีอิทธิพล ถ้าฉันเข้าหาคนมีอิทธิพลให้มาช่วยเรื่องนี้แกคิดว่ามันจะเป็นยังไง"
"วุ่นวายจ้าาา ฉันบอกได้เลยว่ามีแต่ความวุ่นวายแน่ ๆ คนพวกนั้นไม่มีทางทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน ฉันรู้ว่าเรื่องเงินครอบครัวแกไม่มีปัญหา แต่มันคุ้มไหมกับการที่ต้องเอาเงินไปให้พวกฟอกเงินพวกมีอิทธิพลจัดการกับพวกมีอิทธิพลอีกที"
"มันก็น่าลอง ถ้าเกิดสองคนนั้นรับข้อเสนอและช่วยให้ไอ้พวกบ้าอำนาจทั้งหลายเลิกวุ่นวายกับครอบครัวฉัน แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว
ฉันไม่อยากให้พ่อต้องไปทำอะไรเสี่ยง ๆ อีก"
ครั้งนี้ฉันจริงจัง และฉันคิดว่ายังไงครอบครัวของฉันจะต้องไม่กลับไปยืนในจุดที่สุ่มเสี่ยงอีกแล้ว จะไม่ไปเป็นแหล่งฟอกเงินให้ใครเพราะพวกรถหรูทั้งหลายล้วนแต่เป็นแหล่งฟอกเงินทั้งนั้น
ช่วงพักกลางวันฉันเดินมาที่โรงอาหาร มันเป็นโรงอาหารรวม ปกติแล้วฉันไม่ค่อยมาทานข้าวพี่โรงอาหารนี้ แต่ที่ฉันมาวันนี้เพราะสายของมาเบลบอกว่ารุ่นพี่วิศวะมักจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
"ฉันล่ะเหนื่อยใจกับแกจริง ๆ เลยยัยพาฝัน!"
"ถึงแกจะบอกให้ฉันหยุดแต่ตอนนี้มันคงยาก ถ้าแกมาอยู่ในจุดที่ฉันยืนแกก็ต้องทำแบบนี้ ถ้าแกมีน้องสาวที่โคตรใสซื่อบริสุทธิ์แกจะเข้าใจ"
"ตามใจแกแต่ฉันจะอยู่ช่วยแกเอง แกอยากได้ข้อมูลอะไรก็บอกมา เดี๋ยวฉันจะให้กิ๊กคณะวิศวะสืบให้"
"ฉันอยากรู้ว่าสองคนนี้สถานะโสดหรือไม่โสด การเข้าถึงควรอยู่ในระดับไหนฉันจะได้ประเมินอีกที เกิดเข้าไปทำความรู้จักโดนเมียเขาตบกลับมาก็ไม่คุ้ม"
"ได้ งั้นวันนี้แค่สืบ ๆ ดูลาดเลาก่อนก็แล้วกันนะ"
"อืม"
ระหว่างที่พวกฉันสองคนนั่งทานข้าวกันเงียบ ๆ สายตาก็เริ่มล่อกแล่กมองหาเป้าหมาย จนกระทั่งมีบอดี้การ์ดเดินเข้ามาประมาณสิบคน ใช่แล้วพวกเขามีบอดี้การ์ดคนละห้าคนคอยดูแล ก่อนจะมาทานข้าวพวกบอดี้การ์ดเหล่านั้นจะเดินมาตรวจความเรียบร้อยให้เจ้านายตัวเอง
นักศึกษาที่นั่งอยู่บางคนก็เริ่มลุกหนี แต่บางคนก็ให้ความสนใจ บางคนก็มองเป็นเรื่องปกติ สำหรับฉันฉันมองว่ามันเป็นเรื่องปกติเพราะตัวฉันเองไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะมีบอดี้การ์ดไปดูแลไม่ต่างกัน
"นั่นไงรุ่นพี่ปฐพี กิ๊กฉันบอกว่าคนนี้คุยง่ายกว่าพี่สิบทิศ ถึงแม้นิสัยจะพอ ๆ กัน"
ฉันมองหน้ามาเบล นิสัยพอ ๆ กันมันคือแบบไหน
"คือ?"
"หล่อแต่เลวอะเข้าใจไหม"
เลวแบบไหนฉันไม่รู้ แต่ถ้าโรคจิตวิตถารฉันคิดว่าน่าจะพอ ๆ กัน ระหว่างที่นั่งทานข้าวฉันพยายามแอบมองทั้งสองคนอยู่บ่อยครั้ง จนสายตาของฉันดันไปสบตากับคนชื่อปฐพี เขามองฉันแล้วสะกิดให้คนชื่อสิบทิศหันมามองตาม
แค่ทั้งสองคนหันมาจ้องมองฉัน บอดี้การ์ดก็ขยับเข้าไปหาทั้งสองคนนั้นเพื่อรายงานบางอย่าง ฉันสัมผัสได้ถึงความฉิบหาย ฉิบหายแน่นอนค่ะ
"เบลไปกันเถอะ"
"อ้าวทำไมรีบ ฉันกินไปได้ไม่กี่คำเองนะ"
"เหมือนสองคนนั้นจะรู้ตัวแล้วว่าฉันมอง"
"เออ ๆ งั้นไปกันเถอะ"
มาเบลมันก็กลัวไม่ต่างกัน ออกมาจากโรงอาหารพวกฉันก็กลับมาที่ตึกบริหาร วันนี้ยอมถอยเพื่อมาวางแผนกันใหม่ แต่ฉันไม่จบแค่นี้แน่ ยังไงฉันก็จะดำเนินการตามแผนต่อไป
"แกคิดว่าสองคนนั้นจะสืบเรื่องพวกเราสองคนไหมยัยฝัน"
"สืบแน่แกไม่ต้องห่วงหรอก แต่แกคงไม่มีอะไรนอกจากฉันนี่แหละ เผลอ ๆ ป่านนี้ดูเรื่องราวธุรกิจครอบครัวฉันแล้ว"
ฉันรีบส่งข้อความหาบอดี้การ์ดเพื่อรายงานเรื่องราวของวันนี้ บอดี้การ์ดจึงให้ฉันอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวพวกเขาจะช่วยสืบอีกทางว่าสองคนนั้นส่งคนมาตามดูฉันหรือเปล่า
"บอดี้การ์ดแกว่ายังไงบ้างยัยฝัน"
"บอกให้อยู่เฉย ๆ ก่อน บอดี้การ์ดฉันจะช่วยเช็กอีกทีว่าสองคนนั้นส่งคนมาตามดูฉันหรือเปล่า แต่แกไม่ต้องกลัวหรอกพวกนั้นคงไม่ยุ่งกับแก"
"ฉันเป็นห่วงแกมากกว่ายัยฝัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง
เรายังไม่รู้เลยว่านิสัยสันดานของสองคนนั้นมันเลวขนาดไหน"
"อืม..."