Chapter : 5
มิลินพยายามรวบรวมสติ แต่ก็เหมือนกับจับสายลมที่ลอยอยู่ไกล ความรู้สึกพุ่งพล่านในใจเธอเปรียบเสมือนพายุที่ไม่อาจหยุดยั้ง และในขณะเดียวกันเธอกลับรู้สึกว่าเธอกำลังจมลึกลงไปในโลกที่ไม่มีวันกลับขึ้นมาได้
‘จะเสียวเกินไปแล้ววววววว~!!’
ลมหายใจของไรอันสัมผัสกับผิวเนื้ออ่อนเบา ๆ ราวกับกระแสน้ำที่ไหลเอื่อย แต่กลับทิ้งความรู้สึกวูบวาบราวไฟสุมในใจ กลิ่นเหงื่อจาง ๆ ผสมกับกลิ่นกายของพวกเขาทั้งสามโอบล้อมรอบตัวเธอ สร้างบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแรงปรารถนา
เสียงลมหายใจที่ติดขัดของอเล็กซ์และเซนผสานเข้ากับเสียงครางแผ่วของเธอ ทุกสัมผัสราวกับคลื่นที่ถาโถมเข้าใส่เธอจากทุกทิศทาง ผิวเนียนละเอียดของเธอชุ่มเหงื่อ สั่นสะท้านไปด้วยความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน มิลินหลับตาลง ล่องลอยอยู่ในโลกที่มีเพียงเสียงและสัมผัสจากพวกเขาที่แทรกซึมลึกลงไปในหัวใจของเธอ
เมื่อริมฝีปากที่แนบแน่นถอนออกจากกัน ร่องรอยของความหลงใหลยังคงชัดเจนอยู่บนใบหน้าของมิลิน ริมฝีปากของเธอเปล่งประกายด้วยหยาดน้ำลายที่ไหลซึมออกมาเลอะขอบปาก ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจเริ่มพร่ามัวด้วยแรงอารมณ์ เธอพยายามรวบรวมแรงเพื่อห้ามปราม แต่สิ่งที่หลุดออกมามีเพียงเสียงที่สั่นสะท้าน
“ไอ้อั้น...อร๊าง...ไอ้เหี้ยอั้น...กูจะเสร็จแล้ว...อ๊า...ออกไปก่อนไปไหม...ไม่งั้นกู...” เสียงครางของเธอแตกพร่าเหมือนเปลวเทียนที่กำลังสั่นไหวในสายลม พยายามจะดึงตัวเองออกจากวังวนของความรู้สึกที่เธอควบคุมไม่ได้
มิลินใช้มือเรียวจิกลงไปบนเส้นผมของไรอัน พยายามจะผลักเขาออกด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ แต่ชายหนุ่มกลับยิ่งกดแนบแน่นลงไปอีก เขาไม่สนใจการต่อต้านอันแผ่วเบานั้น กลับยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ขณะที่ละเลงลิ้นต่อไปอย่างไร้ความปราณี ความมุ่งมั่นในดวงตาของเขาเหมือนผู้ล่า ที่ไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อหนีรอด ร่องรักสีชมพูหวานได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง
“อย่าได้ห้ามมันเลย...” เสียงทุ้มต่ำของอเล็กซ์ดังขึ้นพร้อมกับการถอดเสื้อออก เผยให้เห็นผิวขาวอมชมพูที่สะท้อนแสงไฟในห้อง กล้ามเนื้อที่เรียงตัวแน่นหนาและเส้นเลือดที่ปรากฏชัดเจนทั่วเรือนร่างทำให้เขาดูน่าหลงใหลอย่างไม่มีที่ติ ร่างกายที่สมบูรณ์แบบของเขาเหมือนงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นด้วยมือของเทพเจ้า
ดวงตาของมิลินเลื่อนขึ้นไปสบกับอเล็กซ์ ความรู้สึกที่ทั้งอับอายและหวามไหวผสมปนเปจนยากจะอธิบาย เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเซนที่ยืนอยู่ไม่ไกลทำให้เธอสะดุ้ง
“ใช่...มันก็แค่พยายามจะช่วยมึงเท่านั้นเอง...ด้วยลิ้นของมัน...ฮ่าฮ่าฮ่า” เซนพูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน มือของเขายื่นไปสัมผัสมือเล็ก ๆ ของมิลินอย่างร้อนแรง เพื่อประคองจังหวะให้เธอยังคงดำเนินการปรนเปรอให้เขาต่อไปได้อย่างไม่ขาดช่วง ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความสนุกสนานราวกับกำลังเล่นเกมที่เขารู้ว่าตนเองจะเป็นฝ่ายชนะ
มิลินมองเขาด้วยความรู้สึกที่ปนเปไปหมด หัวใจของเธอเต้นถี่รัวเหมือนกลองศึกที่กำลังเร่งจังหวะ เธอพยายามที่หยุดพักในบางครั้ง แต่สัมผัสจากเซนก็แนบแน่นเกินกว่าที่เธอจะหลีกหนีได้ สุดท้ายเธอก็ต้องรูดถูท่อนเนื้อนี้ต่อไป
แสงไฟในห้องสะท้อนผิวเนียนละเอียดของทั้งสามคน ความร้อนในบรรยากาศเหมือนเปลวไฟที่ลุกไหม้ในคืนอันมืดมิด เสียงหายใจถี่กระชั้นและเสียงกระซิบที่แผ่วเบาทำให้ทุกอย่างดูเหมือนความฝันที่หลุดพ้นจากความจริง ความสับสนในใจของมิลินเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาที่เธอไม่อาจต้านทาน
‘ชักจะคิดอะไรไม่ออกแล้วสิ...อา...ความรู้สึกเหมือนเข้ามาในภวังค์แบบนี้เหมือนกับตอนที่ช่วยตัวเองมาก ๆ จนสมองเบลอไม่มีผิด...แต่มันต่างกันตรงที่ตอนนี้เรามีเพื่อน ๆ สุดหล่อแถมหุ่นล่ำทั้งสามคนมาช่วยเร้าโรมเราแทนที่จะเป็นแค่นิ้ว...หรือดิลโด้แท่งเย็น ๆ ’
สายตาของมิลินพลันเลื่อนไปทางซ้าย สบเข้ากับเซนที่นั่งอยู่ด้วยร่างเปลือยเปล่าโดยไร้ซึ่งความอาย กล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วนและผิวสีขาวคล้ำแดดเนียนละเอียดสะท้อนแสงไฟในห้องให้ดูโดดเด่นน่าหลงใหล แต่ก่อนที่เธอจะปล่อยให้ความคิดหลุดลอยไปกับภาพตรงหน้า สายตาของเธอพลันเหลือบไปทางขวา
ที่นั่น...อเล็กซ์ยืนอยู่ในสภาพเดียวกัน กล้ามเนื้อที่ล่ำสันของเขาโดดเด่นท่ามกลางแสงสลัว ผิวขาวอมชมพูของเขาเหมือนกระเบื้องเคลือบที่เปล่งประกายสะอาดตา แม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูนิ่งเรียบ แต่แววตากลับเปี่ยมด้วยความปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง ความสมบูรณ์แบบของเขาเหมือนกับวีรบุรุษในตำนานที่เพิ่งก้าวออกจากจิตรกรรมฝาผนัง
มิลินกลืนน้ำลายด้วยความกระอักกระอ่วน แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของอเล็กซ์ก็ขยับเข้ามาใกล้ เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของโซฟาที่ยุบลงเมื่อเขานั่งลงข้าง ๆ ร่างของเธอ ความใกล้ชิดของเขาทำให้ลมหายใจเธอสะดุด
เสียงกระซิบที่แผ่วเบาดังขึ้นข้างหู เสียงนั้นทั้งนุ่มนวลและเจือความเจ้าเล่ห์ราวกับผู้ล่าที่กำลังปลอบใจเหยื่อก่อนลงมือ
“ช่วยเข้าใจหน่อยนะ...” เสียงของเขายืดยาว แต่กลับดึงดูดให้เธอต้องฟังต่ออย่างช่วยไม่ได้ “ในเมื่อมึง...แม่งโคตรจะน่าอร่อย ถ้าจะให้อดแล้วทนหิวเอาไว้มันก็คงจะลำบากสำหรับพวกกู...”
คำพูดของเขาชวนให้ใจเต้นแรงเหมือนเสียงกลองที่ตีถี่รัวในอก มิลินไม่ทันได้ตอบกลับ ก่อนที่สัมผัสร้อนแรงจากริมฝีปากของอเล็กซ์จะประทับลงบนยอดประทุมถันสีชมพูหวานของเธอ
“นมยั่ว ๆ ของมึงกูขอชิมหน่อยก็แล้วกัน...” อเล็กซ์ว่างั้น และเขาก็ไม่ได้เพียงสัมผัส...แต่กลับดูดดื่มราวกับต้องการดื่มด่ำให้ลึกซึ้งไปถึงจิตวิญญาณ ลิ้มรสความหวานมันจากเธออย่างเพลิดเพลิน
เสียงหัวใจของมิลินเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก ร่างกายเธอเริ่มสั่นไหวเหมือนใบไม้ที่ต้องลม เธอพยายามจะควบคุมตัวเอง แต่ความรู้สึกวาบหวามที่ถูกปลุกขึ้นกลับยากเกินต้าน
“ขอด้วยคนสิ...ปล่อยให้มิลชักให้อย่างเดียวดูเหมือนว่ามันจะไม่พอ...” เสียงของเซนดังขึ้นแผ่วเบา แต่หนักแน่นพอที่จะดึงความสนใจของเธอกลับไป
ร่างสูงใหญ่ของเซนเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้พูดคำใดต่อ แต่กลับทำสิ่งเดียวกับอเล็กซ์ ลิ้นอุ่นของเขาไล่เล็มสัมผัสบนผิวเธอจากอีกด้านหนึ่ง รวมถึงยอดประทุมถันข้างนั้นด้วย การกระทำของเขานั้นละเอียดอ่อน แต่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ราวกับเขากำลังพยายามจารึกทุกความรู้สึกลงบนผิวของเธอ
มิลินรู้สึกราวกับถูกล้อมรอบด้วยเปลวไฟที่แผดเผาแต่กลับอบอุ่น ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่ว เธอไม่อาจปฏิเสธหรือหลีกหนีจากสัมผัสของทั้งสองคนได้ ความวาบหวามในร่างกายเหมือนระลอกคลื่นที่ซัดสาดอย่างไม่หยุดหย่อน
เธอรู้ตัวว่ากำลังถูกดึงเข้าสู่ห้วงแห่งความปรารถนา แต่ทุกครั้งที่พยายามจะตั้งสติ เสียงกระซิบและสัมผัสที่อ่อนโยนกลับพาเธอกลับเข้าสู่วังวนเดิมอีกครั้ง—เป็นวงจรที่ไม่มีที่สิ้นสุด
“พวกมึงนี่มัน...” เสียงของมิลินแผ่วเบา แต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนแรง เธอพยายามจะพูดต่อ แต่กลับถูกขัดจังหวะด้วยแรงอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาแทน “กูหมดคำจะพูดแล้วจริง ๆ...อร๊างงง~!”
น้ำตาไหลรินจากหางตาของเธอโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ร่างกายของเธอสั่นระริกราวกับปลาเกยตื้น ชักดิ้นชักงอพยายามควานหาแหล่งน้ำ ความรู้สึกซาบซ่านจากสัมผัสของพวกเขาพุ่งพล่านไปทั่วร่าง เธอใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว แต่ก็ไม่อาจหนีจากความรู้สึกนี้ได้
ทั้งสามหนุ่มดูเหมือนจะเข้าใจถึงจุดอ่อนไหวของเธออย่างถ่องแท้ แต่ละคนสลับกันใช้ลิ้นและฟันประทับรอยสัมผัสลงบนตัวเธอในแบบที่แตกต่างกันออกไป ราวกับพวกเขากำลังแต่งบทเพลงแห่งความเสน่หาบนเรือนร่างของเธอ
ไรอันเป็นคนที่ดูเหมือนจะมุ่งมั่นที่สุด เขาดูดดื่มไปกับทุกอณูของเธอด้วยท่วงทำนองที่ช่ำชองและละเอียดอ่อน ลิ้นของเขาเคลื่อนไหวอย่างเชี่ยวชาญ พุ่งเป้าไปยังจุดที่บอบบางที่สุดของเธอ ราวกับว่าเขารู้จักร่างกายของเธอมากกว่าเจ้าตัวเองเสียอีก
มิลินพยายามจะต่อต้านความรู้สึกที่ท่วมท้น เธอกัดฟันแน่น ร่างกายเกร็งสะท้านเหมือนพยายามหยุดยั้งคลื่นอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดออก แต่สุดท้าย...
“อ๊ะ...อร๊าง!!” เสียงครางของเธอดังขึ้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนของร่างกาย “พวกมึง...กูไม่ไหวแล้ว...กูจะเสร็จแล้ว!”
เสียงที่หลุดออกจากปากเธอเต็มไปด้วยความวิงวอนและความยอมจำนน น้ำเสียงของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่ร่างกายของเธอกำลังถึงจุดสูงสุดของความสุข
และแล้วมันก็เกิดขึ้น...
“กูเสร็จแล้ว...อร๊าาางงงงงง~!!” เสียงครางของมิลินดังสะท้านไปทั่วห้อง ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ราวกับถูกไฟฟ้าช็อต เธอรู้สึกถึงกระแสความสุขที่แผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่าง
ปลายเท้าของเธอกระตุกถี่ราวกับตอบสนองต่ออารมณ์ที่ถาโถมเข้ามา ดวงตาของเธอหลับพริ้ม น้ำตาไหลอาบแก้ม ริมฝีปากเผยอออกเหมือนพยายามจะสูดลมหายใจ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้
ไรอันจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน เขาไม่ปล่อยให้เธอสูญเสียสิ่งใดไปโดยเปล่าประโยชน์ ความอ่อนโยนที่เขาแสดงออกทำให้มิลินรู้สึกเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความสุขที่ไร้จุดสิ้นสุด
‘นั่นเขาจะทำอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ...คิดว่ามีแต่ผู้หญิงอย่างเดียวเสียอีกที่กินน้ำของผู้ชาย...แต่ผู้ชายเองก็...’
มิลินปลดปล่อยตัวตนของเธอออกมาอย่างหมดสิ้นผ่านทุกหยาดน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากร่องรักของเธอ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเก็บกดไว้ได้รับการปลดปล่อยออกมาในวินาทีนั้น ความรู้สึกของเธอพุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุดที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ราวกับว่าเธอกำลังถูกพัดพาไปสู่ดินแดนแห่งความสุขที่ไม่เคยมีใครไปถึง
ขณะเดียวกัน ไรอันที่ประกบปากไปตรงรูร่องของเธอ ก็ทำการกลืนกินของเหลวที่อัดฉีดเข้ามาในช่องปากและลำคอเข้าไปทั้งหมด เสียงอึก ๆ ดังขึ้นแผ่วเบาในลำคอ กระทั่งหมดจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
‘เขาทำได้...’ ความคิดของมิลินล่องลอย ขณะที่ดวงตาสั่นไหวจับจ้องไรอันที่เพิ่งกลืนกินทุกหยดของเธออย่างไม่เหลือหลอ ความร้อนซ่านในใจเธอพุ่งพล่านเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเร่าร้อนจากชายหนุ่มตรงหน้า
‘ไอ้อั้นเก่งจังที่กินน้ำของเราเข้าไปจนไม่เหลือเลย...อา...ดูเหมือนว่าจะถึงตาของเราบ้างแล้วสิ...’ เธอคิดพลางหอบหายใจแรง หน้าอกของเธอไหวกระเพื่อมตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวเหมือนกลองศึก
ขณะที่มิลินพยายามจะควบคุมอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เซนและอเล็กซ์ก็ละริมฝีปากออกจากผิวกายที่แดงซ่านของเธอ ยอดประทุมถันที่เต่งตึงเต็มไปด้วยคราบน้ำเหนียวหนืด รอยน้ำลายเหล่านั้นหยาดเยิ้ม หลงเหลือเป็นประกายบนผิวที่ชุ่มเหงื่อ ทั้งคู่สบตากันพร้อมแสยะยิ้มราวกับนักล่า
“มามะ...” เซนกระซิบเสียงต่ำข้างหูเธอ นิ้วของเขาไล้ไปตามแนวไหล่ที่บอบบางของมิลินอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกของสัมผัสนั้นคล้ายจะปลอบโยนแต่กลับจุดประกายความเร่าร้อนขึ้นมาอีกครั้ง “มึงเสร็จแล้วก็จริง...แต่พวกกูยังไม่เลย...เพราะงั้นเราจะต่อกันเลยนะ...ไหวรึเปล่า?”
To be continued...