EP 1 - ความเจ็บปวดของอลิซ

2916 Words
ในห้องสอบ..หญิงสาวเอาแต่นั่งหน้าเครียด ไม่มีสมาธิกับการสอบ เพราะพึ่งจับได้ว่าแฟนตัวเองไปมีอะไรกันกับคนอื่น “เฮ้ออออออ…….ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้นะ” เธอถอนหายใจที่หนักอยู่เต็มปอด ก่อนจะอุทานออกมาเบาๆ ปีนี้..อลิซอยู่ ม.6 แล้ว เป็นช่วงที่กำลังเรียนหนัก และเป็นช่วงที่กำลังอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งสอบยิบย่อยในชั้นเรียน ไหนจะต้องเตรียมตัวไปสอบในที่ต่างๆอีก มันทำให้ความรู้สึกของเธอในตอนนี้สับสนวุ่นวายเหลือเกิน อลิซอยากจะก้มหน้าร้องไห้ออกมาดังๆตรงนั้น.. แต่ทำได้แค่กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา เธอรู้สึกชาไปหมดทั้งตัว กำลังช็อคให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ข้อสอบตรงหน้าค่อยๆเลือนลางไปช้าๆ ร่างเล็กรู้สึกเหมือนมีมีดกรีดแทงเข้ามาในอก รู้สึกถึงแรงกดทับจนหายใจไม่ออก..ก่อนจะมีอาการแพนิคแล้วล้มฟุบลงไปกองอยู่กับพื้น “อลิซ!…อลิซ!…อลิซ!!…เป็นไรรึป่าว” เพื่อนที่นั่งข้างๆสังเกตเห็นอาการของเธอ หญิงสาวมือเย็นเฉียบ ตัวแข็งทื่อไปหมด ครูและเพื่อนในห้องต่างเข้ามารุมล้อมเธอด้วยความตกใจ “พาไปห้องพยาบาลเร็ว!!!” ครูที่คุมสอบบอกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เพื่อนๆในห้องรีบนำตัวเธอไปห้องพยาบาลในโรงเรียนทันที “หนู!…หนู!..หายใจเข้าลึกๆ” ครูในห้องพยาบาลบอก พร้อมกับถือถุงที่ครอบหน้าเธอเอาไว้ ขณะนี้..อลิซไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เธอรู้สึกชาไปทั้งตัว เสียวในช่องท้อง ลมหายใจแน่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ จนอลิซหายใจไม่ออก ไม่รู้ว่าอาการนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง แต่เธอรู้สึกราวกับว่ากำลังจะตาย.. คุณครูที่ห้องพยาบาลรู้วิธีรับมืออย่างดี เพราะเด็กๆนักเรียนเป็นอาการนี้กันบ่อยมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการเรียนหรือสังคมที่มันกดดันมากเกินไป อลิซลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาล เธอกวาดสายตาไปรอบๆ..ก่อนจะเห็นเพื่อนๆกับครูที่นั่งเฝ้าเธออยู่ “ดีขึ้นรึยัง?” อาจารย์ที่ห้องพยาบาลถามขึ้นอย่างเป็นห่วง.. “ยัง..มึนๆหัวอยู่เลยค่ะ” สาวน้อยตอบด้วยหน้าตาซีดเซียว “เรียนเครียดเกินไปรึป่าว?” ครูถามด้วยความสงสัย แต่เธอก็รู้แหละว่านักเรียนของเธอ ไม่มีทางกล้าบอกความจริง.. “เปล่าค่ะ” อลิซตอบด้วยสีหน้าอึดอัด เธอไม่อยากบอกความจริงออกไป “งั้นฝากดูแลเพื่อนด้วยนะ เดี๋ยวครูจะไปทำงานต่อ” อาจารย์ไม่เซ้าซี้ถามต่อ เพราะมันอาจจะเป็นการกดดันเธอมากเกินไป จึงให้เธอตั้งสติและคุยเล่นกับเพื่อนไปซักพัก “ได้เลยค่ะ” เพื่อนๆของอลิซรับคำ..ก่อนที่ครูสาวจะเดินออกจากห้องนั้นไป “เป็นไงบ้างมึง?” เพื่อนๆที่รุมล้อมอยู่ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “อือ..ดีขึ้นแล้ว แต่หัวใจยังเต้นเร็วอยู่” เธอตอบเสียงสั่นๆ “ไหนขอฟังหน่อยดิ เต้นเร็วจริงป่ะ?” เพื่อนสองสามคนเอาหูมาแนบตรงหน้าอกอลิซ เพื่อฟังเสียงหัวใจเต้น ร่างเล็กตกใจนิดๆ สีหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความเขินอาย เพื่อนไม่อยากให้เธอเครียดเกินไป จึงแกล้งแหย่เล่น จนอลิซขำออกมาเบาๆ “ยิ้มได้แล้ว งี้ก็หายแล้วดิ งั้นไปกินข้าวเติมพลังกันเถอะ” เพื่อนอีกคนบอกออกความคิดเห็น “นั่นสิ..ตอนบ่ายเรามีสอบอีก เธอไหวรึเปล่า?” เพื่อนของอลิซถามอย่างเป็นห่วง “ไหวๆ” เธอตอบก่อนจะลุกขึ้น..เดินออกจากห้องไปพร้อมกับเพื่อนที่ยืนรอ ช่วงบ่ายเธอก็เข้าสอบกับเพื่อนๆด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก ตลอดเวลาที่เข้าสอบเธอรู้สึกโคลงเคลงจนเกือบจะไม่ไหว แต่คนร่างเล็กก็พยายามอดทนจนผ่านมันมาได้ หลังสอบเสร็จ..อลิซกับเพื่อนก็แยกย้ายกันกลับ..พอถึงบ้านเธอก็ตรงดิ่งเข้าในห้องแล้วปิดประตูล็อกห้องในทันที อลิซปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ร่างเล็กฟุบลงกับพื้น หัวใจของเธอเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้ หรือเพราะเขาเป็นรักแรกของเธอ ไหนบอกว่ารักกัน ไหนบอกว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ทำไม..ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้ สาวน้อยเอาแต่คิดวกไปวนมา ให้กับความรู้สึกที่น่าเศร้า..เธอไปหลงรักคนเลือดเย็นแล้งน้ำใจเช่นเขา ม่อนทำกับเธอลงไปได้ยังไง ทั้งที่เธอทุ่มเทให้กับเขามากขนาดนี้ ขณะที่อลิซนอนน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่นั้น มือเรียวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเช็ค เธอเข้าไปเห็นภาพที่เขาโพสต์เปิดตัวกับคนใหม่ จู่ๆ ร่างเล็กก็มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก มันจบแล้วจริงๆ สิ่งที่เธอวาดฝันไว้ ผู้หญิงคนนั้นดีกว่าเธอทุกอย่าง อลิซใจสั่นนอนแน่นิ่ง น้ำตาไหลรินอาบแก้มจนหมอนเปียกชุ่ม เธอพยายามอ้อนวอนขอไม่ให้เขาไป ให้เธอเป็นอะไรก็ได้สำหรับเขา เพราะอลิซรักเขามาก มากจนทำใจไม่ได้ แทบจะบ้าอยู่แล้ว หญิงสาวรู้สึกหัวใจสลาย ที่ม่อนคนรักของเธอ ทำกันได้ลงถึงขนาดนี้ รักแรกของอลิซ…ตั้งแต่เข้ามัธยม..เธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคบกับใครเลย จนถึง ม.6 และเขาคือคนแรกของเธอที่คบเป็นแฟน อลิซเคยวาดฝันไว้ว่าคนๆนี้จะเป็นคนแรก และคนสุดท้ายสำหรับเธอ แต่แล้วทุกอย่าง เขาก็ทำมันพังลง.. อลิซไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรัก เธอเป็นเด็กใสๆคนหนึ่งที่เชื่อคนง่าย เขาพูดอะไร บอกอะไรมา เธอก็เชื่อหมดทุกอย่าง พร้อมยอมรับทุกอย่างขอแค่เป็นเขา ขณะที่เธอนอนน้ำตาไหลรินอยู่นั้น อลิซก็พยายามกดเบอร์โทรหาม่อน หวังว่าเขาจะรับสายเธอ โทร : ม่อน “ฮัลโหล..สรุปพี่จะเลิกกับหนูจริงๆใช่ไหม?” พอเขารับสาย อลิซก็ยิงคำถามออกไปทันที (ไม่รู้ดิ..พี่ไม่รู้ใจตัวเอง เราอยู่ไกลกัน ถ้าคบกันต่อไป ก็อาจจะเป็นไปไม่ได้) “งั้นหรอ..หนูรักพี่มากเลย งั้นหนูไปอยู่ใกล้ๆดีไหม?!” เธอพูดเสียงสั่นสะอื้นให้กับปลายสาย เวลานี้อลิซยอมทุกอย่าง ขอแค่เขาอย่าทิ้งเธอไปก็พอ (ไม่เป็นไร พี่มีแฟนใหม่แล้ว) ตู๊ด!..ตู๊ดดด!..ตู๊ด!.. เขาพูดก่อนจะกดวางสายไป นั่นยิ่งทำให้ร่างเล็กร้องไห้สะอื้นหนักมากขึ้นกว่าเดิม เธอยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียเขาไป..เธอทำไม่ได้.. วันต่อมา… อลิซแบกร่างพังๆมาโรงเรียน พร้อมกับหน้าตาที่บ่งบอกว่าร้องไห้อย่างหนักหน่วงมาตั้งแต่เมื่อคืน อันที่จริงเธอแทบจะไม่ได้นอนด้วยซ้ำ ไหนจะวันนี้อีก เรียนเสร็จคาบเช้าต้องสอบเก็บคะแนนตอนเที่ยง เย็นก็ต้องรอติวหนังสือ ถึงจะได้กลับบ้าน ตอนนี้เธอเริ่มหมดแรงกับทุกอย่าง “อลิซ..เป็นไงบ้าง?” เพื่อนสนิทถามเธออย่างเป็นห่วง “ก็ดี…” อลิซตอบ..ก่อนจะยิ้มอ่อนๆให้เพื่อนด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก “เห็นมึงหน้าซีดๆ มีอะไรเล่าให้กูฟังได้นะ” ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเล่า “คือ..ว่า..กูเลิกกับพี่ม่อนแล้วว่ะ เขามีคนใหม่” “เห้ยย!?…จริงหรอ..กูคิดว่ามึงพูดเล่น” “เปล่าหรอก..กูไม่ได้พูดเล่น” “ไม่เป็นไรมึง กอดๆ” ปลาพูด พลางปลอบโยนอลิซให้หายเศร้า จากนั้นคนตัวเล็กก็เริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนสนิทอย่างปลาฟัง เพื่อระบายสิ่งที่เธออึดอัดอยู่ในใจ “ไม่เป็นไรนะมึง ปล่อยไปเหอะ” ปลาบอกอย่างเห็นใจ “อือ..กูรักเขามาก..กูทำใจไม่ได้..กูไม่อยากเสียเขาไป” อลิซพูด..พร้อมน้ำตาที่กำลังไหลซึมออกมา เธอกดอารมณ์ผิดหวังเสียใจไว้ ฝืนยิ้มออกมาอย่างสุดกำลัง ความรู้สึกต่ำต้อยอย่างรุนแรงโถมทะลักออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจ ปลาได้แต่เข้าไปกอดเพื่อนเบาๆ เช็ดน้ำตาให้เธอ ก่อนที่เพื่อนๆทุกคนจะเดินเข้ามาในห้องเรียน คาบแรกเรียนคณิตศาสตร์ คุณครูยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียน อธิบายโจทย์แต่ละข้อไปเรื่อยๆ คาบนั้นทั้งคาบ เธอเรียนไม่รู้เรื่องเลย อลิซเอาแต่คิดเรื่องของเขาซ้ำไปซ้ำมา อยากส่งแชตหาอยากขอร้องว่าอย่าไปเลยแต่ก็ทำไม่ได้ จนกระทั่ง ถึงตอนเที่ยง อลิซต้องเข้าสอบแล้ว แต่ในหัวเธอตอนนี้ไม่มีอะไรเลย สมองมันว่างเปลา รู้สึกตื้อไปหมด หนังสือก็ไม่ได้อ่านมาสักตัว จากเด็กที่ตั้งใจเรียน ตั้งใจสอบมาตลอด กลับต้องมาเสียหลักเพราะเรื่องแบบนี้ มันสมควรแล้วหรอ ขณะอลิซนั่งทำข้อสอบอยู่นั้น บอกตามตรงว่าเธอทำไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว แค่มั่วๆเอา อาจจะได้คะแนนเฉพาะบางส่วน แต่เธอก็ตั้งใจทำเต็มที่ ถึงจะไม่ค่อยมีสมาธิก็เถอะ ปีนี้ อลิซต้องสอบเข้ามหาลัยแล้ว ต้องพยายามอย่างหนัก ทำคะแนนให้ได้สูงๆเข้าไว้ เพื่อที่จะได้ไปยื่นต่อ แต่อารมณ์ความรู้สึกตอนนี้มันไม่มั่นคงเอาซะเลย อลิซไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เธอไม่มีภูมิคุ้มกันมากพอ ส่วนฝั่งม่อนแฟนเก่าอลิซ เขาพึ่งเข้าเรียนมหาลัยได้เพียงปีเดียว ชายหนุ่มเรียนต่อ คณะวิศวะกรรมศาสตร์ สาขา เครื่องกล แต่ยังไม่ทันได้ถึงปี เขาก็แอบไปมีอะไรกันกับแพม ปล่อยให้แฟนที่อยู่ห่างไกล ต้องทนทุกข์กับสิ่งที่คาดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้น อลิซจับได้เอง เพราะเห็นเขากดคอมเมนต์ในโพสต์และแท็กหากันตลอด แต่ม่อนโกหกเธอว่าเป็นแค่เพื่อนในมหาลัย พอหญิงสาวทักไปถามผู้หญิงคนนั้น เธอก็ตอบกลับมาว่าเป็นเพียงแค่เพื่อนกับม่อนเท่านั้นเอง แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ ทั้งม่อนและแพม รวมหัวกันเพื่อที่จะโกหกอลิซ จริงๆเธอคนนั้นรู้ทุกอย่าง รู้ว่าม่อนมีแฟนแล้ว แต่กลับไม่ยอมเลิกรา ต้องการที่จะแย่งไปเป็นของตัวเอง และส่งรูปคู่ที่นอนกอดกันอยู่บนเตียงมาให้อลิซดู พอเธอเห็นแล้วเธอก็รู้สึกเสียใจหนักมาก เพราะเสื้อที่ผู้หญิงคนนั้นใส่ คือเสื้อบอลที่เธอตั้งใจเลือกให้เขา หลังจากความจริงกระจ่างทุกอย่าง อลิซก็เอาแต่นอนร้องไห้ทุกวัน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เริ่มมีอาการแพนิคหนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ “เรียนหนักหรอลูก?” แม่ของอลิซถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะเห็นเธอไม่มั่นคงทางอารมณ์ แถมยังต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ “ใช่ค่ะ..ช่วงนี้หนักมากเลย” อลิซเลือกที่จะโกหกแม่ออกไป ไม่กล้าบอกแม่เรื่องที่คบกับม่อนแล้วโดนเขานอกใจ จนเธอต้องเป็นทุกข์ แต่เรื่องเรียนก็มีส่วนที่ทำให้เธอต้องเครียดหนักเหมือนกัน “พักผ่อนนะ..หายเร็วๆ เข้มแข็งเข้าไว้..” แม่บอกก่อนจะลุกออกจากห้องไป อลิซพยักหน้าพร้อมกับน้ำตาที่ซึมอยู่ เธอไม่อยากให้ครอบครัวรู้สึกไม่ดีที่เป็นแบบนี้ แค่เพราะผู้ชายคนเดียว หลังจากดีขึ้น..เธอก็ไปเรียนตามปกติ เพื่อนๆหลายคนเริ่มยื่นใบสมัครกับมหาลัยต่างๆ ในขณะที่ตัวอลิซเอง ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเธออยากจะเรียนอะไรกันแน่ สาวน้อยไม่มีสิ่งที่ชอบเป็นพิเศษ หลายวิชาก็เรียนได้แค่กลางๆ แต่เธอก็ลงไว้หลายคณะและหลายมหาวิทยาลัย เพราะคิดแค่ว่าถ้าติดค่อยไปเลือกเอาทีหลัง ขณะที่นั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น หัวหน้าห้องก็เดินออกมาหน้าชั้นเรียน ประกาศกำหนดการหลายอย่างให้เพื่อนได้รับทราบ และสุดท้าย “พวกมึง วันนี้กินเลี้ยงกันที่บ้านกูนะ ถ้าใครมาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ แต่อยากให้มากันทุกคน” หัวหน้าห้องกล่าว ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม ทุกคนก็ตอบรับทราบ เพราะเป็นงานเลี้ยงครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปเรียนมหาลัย ตอนนี้เอง อลิซก็เดินมาหาปลาที่โต๊ะถามเพื่อนสาวว่าจะไปด้วยรึป่าว เพราเธออยากให้เพื่อนสนิทไปด้วยกัน ไหนๆก็จะแยกย้ายกันไปเรียนที่อื่นแล้ว “สรุปยังไง ไปไหม?” ร่างเล็กถามเพื่อนพร้อมกับทำหน้าอ้อนให้ไปด้วยกัน “ไปดิ..แต่กูว่าจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนอ่ะ” ปลาบอก เพราะบ้านเธออยู่ไกล น่าจะกลับดึกด้วย ถ้าไม่อาบน้ำเปลี่ยนชุดมาคงเหนียวตัวแย่ “ได้เลย เดี๋ยวกูไปรอที่บ้านหัวหน้าแล้วกันนะ” “เออๆ ใกล้ถึงเดี๋ยวโทรหานะจ๊ะ” “โอเคๆ ไว้เจอกัน” หลังเลิกเรียน…เพื่อนทุกคนในห้องก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปอาบน้ำ แต่งตัว กว่าจะถึงเวลานัดก็หนึ่งทุ่มพอดี ไม่นานนัก..เพื่อนก็เริ่มทยอยกันมาที่บ้านหัวหน้าห้อง โดยรวมถึงตัวอลิซด้วย ซึ่งก็มีเพื่อนบางคนที่มาก่อน เพราะต้องเตรียมของกินและเครื่องดื่มหลายอย่าง ส่วนพวกผู้ชายก็พากันจัดเตรียมสถานที่ ยกโต๊ะ เก้าอี้มาจัดเรียง ติดไฟวิบวับเพิ่มบรรยากาศ มีลำโพงที่เปิดเพลงคอลเบาๆ เหมาะกับอากาศไม่ร้อนจนเกินไป อลิซยิ้มให้เพื่อนที่มาก่อนแล้ว เห็นหลายคนเตรียมของกันวุ่นเธอจึงรีบเข้าไปช่วยทำในส่วนของกิน ก็จะมีหมูย่าง ยำรสแซ่บ ส้มตำ ไก่นึ่งสมุนไพร และอีกหลายอย่าง เครื่องดื่มมีน้ำอัดลม น้ำผลไม้ รวมถึงแอลกอฮอล์ด้วย “ปลา!…ทางนี้ๆๆ” พออลิซเห็นเพื่อนสนิทมาถึง เธอก็เรียกเข้าไปยกของกินช่วยทันที “อะไรเนี้ยยย…มาถึงก็ใช้เลย” ปลาบ่นทำเสียงอิดออด “เอออน่า..ใครบอกมาช้า” ทุกคนที่ยืนอยู่ก็หัวเราะขึ้นมา ปลาทำหน้ามุ่ยใส่แบบไม่จริงจังนัก ก่อนจะยกถาดกับข้าวไปวางเรียงไว้บนโต๊ะ เธอช่วยเทเครื่องดื่มและส่งต่อให้เพื่อนๆ “มาครบกันยังวะ” เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งถามขึ้น “ครบแล้วๆ มาพวกมึง เข้ามานั่งได้แล้ว ” เพื่อนอีกคนตะโกนเรียกให้เข้ามานั่งประจำที่ ก่อนจะเริ่มสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน “เห้ยย พวกมึง กูขอถ่ายสตอรี่หน่อย หันหน้ามา” ทุกคนหันไปยิ้มใส่กล้องอย่างมีความสุข วันสุดท้ายที่พวกเขาจะมีความทรงจำดีๆร่วมกัน ในอนาคตคงต้องรออีกนานกว่าเวลาจะตรงกัน บางคนอาจจะไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งเมาท์มอยกับเพื่อนด้วยซ้ำ ฉะนั้น ช่วงเวลานี้ควรเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด ต่อจากนี้ทุกคนก็คงไปสร้างชีวิตของตัวเอง ขณะอลิซนั่งอยู่ดีๆความเศร้าก็วิ่งพุ่งเข้ามาในหัวใจ เธอยังทำใจไม่ได้เลยซักวัน แค่พยายามฝืนตัวเองก็เท่านั้น..การที่ได้ออกมาปาร์ตี้กับเพื่อนเป็นทางเดียวที่หญิงสาวคิดว่าดีที่สุด ดีกว่านอนร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียว เพราะมันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง “สรุปมึงเลือกคณะไรวะ” ปลาถามขึ้นในขณะอลิซกำลังเหม่อลอย “กูเลือกคณะศิลปาศาสตร์น่ะ” “หรอ ไหวไหม” “ไม่รู้ดิ ต้องลองก่อน” ในตอนที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น แชตของอลิซก็เด้งขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือน นั่นทำให้เธอประหลาดใจมาก มีบุคคลปริศนาส่งข้อความมาหาเธอ แชท : ไม่รู้จัก …. : หวัดดี อลิซ : ใครคะ? …. : คนที่เธอรู้จักแหละ อลิซ : สรุปใครบอกมาดีๆ …. : ไปปาร์ตี้กับเพื่อนหรอ ดีแลตัวเองดีๆล่ะ อลิซรู้ทันทีว่าคนปริศนาคนนี้คือใคร นั่นก็คือพี่ม่อนแฟนเก่าของเธอนั่นเอง อันที่จริงอลิซก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาหน่อยๆ ไม่เข้าใจว่าจะทักมาให้เธอรู้สึกเจ็บปวดอีกทำไม ยิ่งทำแบบนี้มันยิ่งทำให้อลิซคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขายังมีใจให้อยู่ ทั้งๆที่ชายหนุ่มคบกับคนอื่นไปแล้ว แต่ก็ยังทำเหมือนเป็นห่วงเป็นใยอลิซอยู่เรื่อย อลิซ : ไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอก ดูแลตัวเองได้ …. : เอ้า ไม่ใช่ไปเอากับคนอื่นแล้วหรอ อลิซ : เราเลิกกันแล้ว หนูจะไปเอากับใครมันก็คงไม่ผิด อลิซตั้งใจประชดเขา ความรู้สึกตอนนี้มันทั้งรักทั้งเกลียด อลิซรักเขาอยู่เต็มอก เธอไม่มีทางไปมองคนอื่นได้แน่นอนอยู่แล้ว …. : ไม่เอาน่า…พี่ยังรักหนูอยู่ อลิซ : เฮ้อออ…… หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ความรู้สึกสับสนกลับมาอีกครั้ง พอเธอจะทำใจได้ เขาก็วนกลับมาคุย ทำให้หัวใจของเธอเริ่มมีความหวัง หวังว่าเขาจะกลับมาเลือกเธอ อลิซบอกกับเขาว่านานแค่ไหนก็จะรอ แต่หารู้ไม่ว่าโลกแห่งความจริงมันไม่ได้สวยงามและไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD