06.30 น. ที่โรงอาหารในมหาลัย
อลิซนั่งรอม่อนตั้งแต่เช้าเพราะเขานัดเจอเธอที่โรงอาหาร ไม่นานนัก..หญิงสาวก็เห็นชายหนุ่มใส่เสื้อช้อปสีแดงเดินตรงเข้ามาหาเธอ
“ไง”
“อื้ม จะพูดอะไร รีบเล่ามาเลยดีกว่า”
อลิซพูดขึ้นเพราะไม่อยากทำให้เรื่องมันยืดยาวไปมากกว่านี้ ขณะนั้นม่อนก็เข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามกับอลิซพลางจ้องมองใบหน้าหวานอย่างเขม็ง แต่สาวน้อยก็ไม่ได้หลบสายตาคมคู่นั้นเลยซักนิด เพราะเธอเองก็ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไรเขาเหมือนกัน
“มีเรื่องอยากจะถามน่ะ”
เขาเริ่มเข้าเรื่องในขณะที่เข้ามานั่งเรียบร้อยแล้ว ในโรงอาหารเวลานี้แทบจะไม่มีใครเลย มันยิ่งทำให้บรรยากาศตรงนี้ตึงเครียดมากขึ้นไปอีก
“ว่ามาสิ”
“ทำแบบนี้ทำไม?”
“ทำอะไร?”
อลิซถามกลับอย่างงวยงงเพราะก็ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร
“ที่คุยกันกับแพมเมื่อวาน บอกว่าพี่โทรหา”
เขาพูดเสียงเข้มสายตาจับจ้องมาที่อลิซอย่างต้องการคำตอบ
“เดี๋ยวนะ นี่พี่บ้าป่ะ! คือจะไม่ให้หนูบอกความจริง จะให้หนูกลายเป็นคนผิดว่างั้นเถอะ!”
“ก็เออไง แอบคุยกันไม่ได้? ต้องบอกให้แพมรู้เพื่อ?!”
“หนูเริ่มงงกับพี่แล้ว สรุปคือยังอยากคุยกับหนู แต่ก็อยากมีเขาอยู่ งี้หรอ?!”
“ก็ใช่ไง พี่ยังอยากเก็บหนูไว้อยู่”
“หึ! พอเหอะ”
“เอาน่า หนูยังรักพี่อยู่ไม่ใช่หรอ?”
ในตอนนี้อลิซโมโหมากๆ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้เห็นแก่ตัวและพูดเอาแต่ได้ขนาดนี้ ทุกคำที่พ่นออกจากปากคือมึงจะเอาดีเข้าตัวตลอดเลย ว่างั้น?
“หนูไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่แล้ว รู้สึกอย่างเดียวตอนนี้คือ รู้สึกรังเกียจ ถ้าจะพูดเรื่องแค่นี้หนูขอตัว!!”
“อลิซ! ”
ขณะที่อลิซทำท่าจะลุก แต่กลับโดนม่อนถามขึ้นมาอีก..
“เดี๋ยว!! รู้จักกับไอ้ฮาชิด้วยหรอ?”
“อื้มใช่ รู้ได้ไง?!”
ร่างเล็กขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น อลิซรู้สึกตกใจที่เขารู้ เพราะตัวเธอเองไม่ได้บอกใครหรือรู้จักใครแม้แต่คนเดียว
“ก็เห็นอยู่ด้วยกันบ่อยๆ วันนั้นก็เห็นที่โรงอาหาร เห็นมันพยายามจูงมือหนูเดินออกไป”
“อ่อ”
อลิซตอบเขาพลางนึกในใจว่า วันนั้นเองสินะ วันที่ฮาชิทำท่าทางหงุดหงิดและมองไปโต๊ะฝั่งตรงข้าม แล้วหันมาจูงมือเธอพาไปกินข้าวที่อื่น
“แล้วมันมีปัญหาอะไรหรอ?”
อลิซถามกลับอย่างไม่สบอารมณ์ หรือลึกๆแล้วเขาแค่หวงก้างเพราะไม่อยากจะเห็นอลิซอยู่กับผู้ชายคนอื่น พอคิดแบบนั้นแล้วเธอยิ่งรู้สึกรังเกียจผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“เปล่า แค่จะบอกว่ามันชอบเอาเปรียบเพื่อนและคนอื่น หนูรู้ป่ะว่ามันเคยเข้ามาเรียนพร้อมพี่ตอนปีหนึ่งแล้วมันก็ซิ่วออกไป ก่อนจะกลับมาเรียนใหม่พร้อมหนู”
อลิซพึ่งรู้จากปากเขาตอนนี้นี่แหละ ว่าพวกเขารู้จักกัน แต่อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ ผู้ชายที่เธอเข้าไปทักวันนั้น กลับรู้จักกันกับแฟนเก่าของเธอ ที่สำคัญทั้งสองคนดูจะเกลียดกันเอามากๆ
“แล้วทำไม หนูก็ไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาอะไรนะ”
“พี่แค่จะบอกว่ามันเป็นคนไม่ดี อย่าไปยุ่งกับมันเลยดีกว่า”
ม่อนพยายามพูดถึงฮาชิในทางที่ไม่ดี เพราะช่วงปีหนึ่ง ฮาชิเบื่อกับระบบที่พวกรุ่นพี่เป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ทั้งๆที่มหาลัยไม่ได้บังคับว่าต้องมีหรือให้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งตัวม่อนเองเขาอินกับกิจกรรมที่ทำมากแต่ฮาชิไม่ได้เป็นแบบที่เขาต้องการ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งคู่ถึงเกลียดกันมาก
“หนูว่าคนแบบพี่น่ารังเกียจกว่าเขาอีกนะ”
“อลิซ!!”
ม่อนมองเธอสายตาเกรี้ยวกราดเพราะความโกรธจัด เขาไม่เคยเจอใครที่หยามกันต่อหน้าได้มากขนาดนี้
“ทำไม?! พูดความจริงรับไม่ได้หรอคะ!”
อลิซก็ไม่เบา เธอเริ่มต่อปากต่อคำกับเขาโดยไม่มีทีท่าว่าจะยอม เธอเกลียดผู้ชายแบบนี้ที่สุด
ตอนนั้นเอง ที่ม่อนถอนหายใจออกมาแรงๆ เขาพยายามควบคุมสติข่มความโกรธเอาไว้เพราะไม่อยากทำอะไรประเจิดประเจ้อ
“หึๆ”
ชายหนุ่มครางเสียงในลำคอเพื่อระบายอารมณ์โกรธ
“ก็คิดดูแล้วกันนะ ว่าถ้ามันรู้ว่าหนูเคยเป็นแฟนกับคนที่มันเกลียด มันจะรู้สึกยังไง”
คำพูดนั้นทำเอาอลิซอึ้งอยู่ไม่น้อย เพราะเธอก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฮาชิตอนนี้ก็เป็นแค่เพื่อน ยังไม่ได้ไปถึงขั้นนั้นสักหน่อย
“ก็ไม่เห็นเป็นไรนิ”
หญิงสาวยักไหล่บอก เพราะไม่ได้อยากฟังสิ่งที่เขาพูดเยอะ
“หึ! แล้วยังจะตามแฟนเก่ามาเรียนที่มอนี้อีกเนี้ยนะ น่าขำสิ้นดี เขาคงคิดว่าหนูวิ่งตามผู้ชายซะมากกว่า”
ม่อนพูดแซะความจริงใส่อลิซ พอรู้ว่าเธอไม่อยากมีเขาอีกแล้ว มันเลยทำให้ชายหนุ่มเสียความมั่นใจและเปลี่ยนเป็นจิกกัดเธอแทน
“มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบแหละค่ะ เพราะตอนนี้หนูคิดได้แล้ว ว่าผู้ชายแบบพี่มันเกินเยียวยา เอาเวลาไปดูแลพยาบาลสุดสวยของพี่เถอะ!!”
อลิซโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เธอกระแทกเสียงประชดประชันม่อนอย่างควบคุมสติไม่ได้ เพราะเขาเอาแต่พูดดูถูกเธอตลอดจนอลิซเหลืออด
“หึ! ไม่น่าเชื่อว่าระยะเวลาไม่นาน เธอจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้”
เขาพูดพร้อมกับขบฟันเข้าหากันแน่น สีหน้าดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“คนเรามันก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดอยู่แล้ว ไม่มีใครเดินย่ำอยู่กับที่หรอก”
อลิซเองก็เชิ่ดหน้าตอบกลับอย่างถึงน้ำถึงเนื้อเหมือนกัน มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมอะไรผู้ชายคนนี้อีกเด็ดขาด
“ปากเก่งดีนี่ พอใจรึยังล่ะที่ทำให้พี่กับแพมทะเลาะกันได้”
เขาพูดอย่างไร้ยางอาย แววตาแน่วนิ่งจ้องมายังร่างเล็ก..พอรู้ว่าไม่มีทางเถียงชนะเธอได้
พออลิซได้ยินแบบนั้น เธอก็โกรธจัดจนแสดงออกทางสีหน้า
“พอซักทีเถอะ!! กับไอ้ที่เอาแต่โทษคนอื่น ตัวเองเหี้ยเอง ก่อปัญหาเอง แล้วยังจะมาโยนความผิดให้คนอื่น เพื่อ?”
เธอหลุดปากออกไปอย่างฉุนเฉียวให้กับการแถของผู้ชายตอแหลแบบเขา
“พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ ใครล่ะที่อยากมีปัญหาเอง”
เขาพูดอย่างหน้าตายโดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย คนแบบนี้ต้องถูกสอนมาแบบไหนกัน
อลิซได้แต่อึ้งกับสิ่งที่เขาตอบ เธอได้แต่คิดว่าครั้งหนึ่งเคยมองเขาเป็นผู้ชายที่แสนดีไปได้ยังไง
“หนูไม่มีอะไรจะพูดกับพี่อีกแล้ว ขอให้เราจบกันแค่นี้”
อลิซลุกขึ้นกำลังจะเดินหนี แต่เขากลับเข้ามาดึงกระชากแขนเธอไว้
“เดี๋ยว!! อย่าพึ่งไป”
“มีอะไร?!”
เธอพยายามสะบัดมือเล็กออกแต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นมือใหญ่ที่ล็อกแขนเธอเอาไว้ได้
จังหวะนั้นเอง ฮาชิกำลังเดินตามหาอลิซอยู่ก็มาเจอเข้าพอดี