เรื่องที่บอกโสมมาภาว่าเขามีนัดแล้วนั้น อัครัชไม่ได้โกหกแต่อย่างใด ชายหนุ่มมีนัดกับครอบครัวของคิมหันต์อาจารย์แพทย์ที่ตนนับถือและสนิทเป็นพิเศษ และเนื่องจากอวิกาภรรยาของคิมหันต์อยากมาเที่ยวที่ดอยอ่างขางและอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก คิมหันต์เห็นว่าลูกศิษย์คนโปรดเพิ่งย้ายมาที่เชียงใหม่จึงชวนชายหนุ่มไปด้วยกัน
เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวคิมหันต์แวะมาหาอัครัชที่บ้านเพราะว่านัดกันไว้ว่าจะขับรถตามกันไปแบบช้าๆ ชายสูงวัยถึงกับอุทานเมื่อมาถึงบ้านพักหลังเล็ก
“ก็ว่าแผนที่ที่หมอคิงส่งให้มันคุ้นๆ ที่นี่บ้านฟ้านี่อ้อม” เขาหันไปคุยกับอวิกาผู้เป็นภรรยาที่ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“จริงด้วยค่ะพี่คิม ยายฟ้าคงงงว่าเรานัดกันที่อ่างขางทำไมมาเจอกันที่นี่ได้”
“อาจารย์รู้จักคุณน้าฟ้าด้วยเหรอครับ” อัครัชถามตรงๆ
“รู้จักสิ ฟ้าเป็นเพื่อนกับภรรยาอาจารย์เอง บ้านเรารู้จักกันทั้งบ้านเลย ก็ครอบครัวนี้ล่ะที่ผมเคยบอกว่าจะไปเจอกันที่โน่น”
“อ้อม หมอคิมมาได้ยังไงกัน ไหนว่าไปเจอกันที่โน่น” พสุสามีของนภดาราที่กำลังรดน้ำต้นไม้อีกฝั่งได้ยินเสียงคุยกันจึงหันมามอง
“บังเอิญน่ะค่ะพี่ดิน พี่คิมเขานัดลูกศิษย์เขาไว้เลยกะว่าจะมาแวะแล้วขับรถตามกันไป เห็นว่าหมอคิงเพิ่งย้ายมาเชียงใหม่จะไม่ชินทาง ที่ไหนได้หมอคิงก็อยู่ที่นี่เอง” อวิกาตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“อ้อ โลกกลมดีจริง” พสุประหลาดใจเขาเองเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ ได้พบอัครัชไม่กี่ครั้งแต่ได้ยินชื่อชายหนุ่มจากคนในบ้านบ่อยมาก
คนทั้งหมดจึงถูกเชิญไปนั่งคุยที่บ้านใหญ่ของเจ้าของบ้านในระหว่างที่อัครัชจัดของในรถ
“งั้นเราก็ไปด้วยกันหมดนี่เลยสิคะพี่ดิน น่าสนุกดี” นภดาราตื่นเต้นที่รู้ว่าคุณหมอหนุ่มเป็นลูกศิษย์ของสามีเพื่อน ยิ่งถือว่าเป็นคนกันเองเพิ่มไปอีกชั้น
“ก็ดีเหมือนกัน งั้นพี่ว่ายายพิมไม่ต้องเอารถไปเองหรอกทางเดียวกันไปด้วยกัน” พสุพูด
“แต่พิมนัดพี่เอื้อไว้ว่าออกจากอ่างขางจะไปกางเต็นท์ที่ดอยผ้าห่มปกต่อ ก็พ่อกับแม่ไม่ไปนี่คะ”
พิมพิกาเดินลงบันไดมาทันได้ยินพอดี หญิงสาวลงมาจากชั้นบนเป็นเวลาเดียวกับที่อัครัชเข้ามาในห้องรับแขก
“ผมก็จะไปดอยผ้าห่มปก พิมไปกับผมก็ได้รถมีที่ว่าง”
“ก็ดีนะลูก รถหนูเพิ่งซ่อมมาแม่กลัวเสียตอนขึ้นดอย ไปรถหมอคิงดีกว่า” นภดาราเห็นดีด้วยทำเอาสามีหันมามองหน้าด้วยความหวงลูกสาว
“แต่พิมจัดของขึ้นรถเสร็จแล้วค่ะหมอคิง”
“ให้เด็กช่วยย้ายก็ได้มั้งลูก แม่ห่วงกลัวรถลูกมีปัญหาไปดับกลางทางอีก ให้เปลี่ยนรถใหม่ก็ไม่ยอม” นภดาราตั้งท่าจะบ่นเรื่องเดิมๆ ทำให้พสุรีบโบกมือ
“พ่อว่าพิมไปกับหมอคิงเถอะ ยังไงก็ต้องไปเจอน้องเอื้อที่โน่นอยู่แล้ว” แม้จะหวงลูกสาวคนเล็กแต่ก็ดีกว่าให้เมียบ่นไปเรื่อยๆ พสุจึงรีบไกล่เกลี่ยให้ และอีกเรื่องในด้านความปลอดภัยเขาเองก็เห็นด้วยกับภรรยา
ด้วยเหตุผลร้อยแปด อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาพิมพิกาจึงได้ขึ้นมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของอัครัชจนได้
“ช่วงนี้พิมไปไหนมาครับ ทำไมไม่เห็นเลย” เจ้าของพาหนะชวนคุยเพราะไม่อยากให้บรรยากาศเงียบเกินไป
“พิมไปธุระมาค่ะ” พิมพิกาใช้คำว่าธุระเพื่อให้เขารู้ว่าเธอไม่อยากตอบมากกว่านั้น
“ผมนึกว่าพิมโกรธผมซะอีก”
“ทำไมพิมต้องโกรธคุณหมอคะ แล้วนี่หมอไม่คุ้นทางเหรอทำไมขับช้าขนาดนี้ ให้พิมขับรถแทนไหมคะ” เธอเปลี่ยนเรื่อง อัครัชนิ่วหน้าแต่ก็ไม่ว่าอะไรตอบเธอไปอย่างใจเย็น
“ถนนเส้นนี้ควบคุมความเร็วอยู่ ผมขับรถตามที่กฎหมายกำหนดไม่ช้าหรอก”
พิมพิกาปรายตามองคนที่บอกว่าตัวเองทำตามกฎหมายหน้าตาเฉย ในขณะนั้นเองนภดาราก็โทรมาหาหญิงสาวจึงกดรับ
“คะแม่”
“อ๋อ... ได้ค่ะ โอเคค่ะแม่เดี๋ยวเจอกัน” หญิงสาววางสายจากมารดาและหันมาบอกสารถีหนุ่ม
“หมอคะ แม่บอกว่าจะแวะกินมื้อเที่ยงที่แม่แตงนะคะ อาจจะไปไหว้พระแถวนั้นด้วย”
“ครับ ร้านไหนใกล้ถึงแล้วพิมบอกผมแล้วกัน”
“ความจริงถ้าหมอไม่อยากแวะ หมอล่วงหน้าไปที่อ่างขางก่อนก็ได้นะคะ ตอนนี้พี่เอื้อก็ไปถึงแล้วเดี๋ยวพิมนั่งรถไปกับแม่ได้” พี่เอื้อที่เธอพูดถึงคือบุตรสาวคนโตของนายแพทย์คิมหันต์แม้ว่าจะอายุมากกว่าเธอสิบสองปี แต่เธอสองคนก็สนิทสนมคุยถูกคอกันดีมาตั้งแต่เด็กๆ
“ไม่เป็นไรครับ ก็ตามปกติของผู้ใหญ่แวะรายทางไปเรื่อยๆ ผมยังไงก็ได้” อัครัชรู้ดีว่าการเดินทางไปในทริปเดียวกับผู้ใหญ่นั้นเป็นอย่างไร แต่เขาก็ไม่ได้เดือดร้อนเพราะปกติก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยอยู่แล้ว
“อีกสักชั่วโมงน่าจะถึงแม่แตง ถ้าง่วงพิมหลับก่อนก็ได้”
“ไม่ง่วงค่ะ พี่หมอเอ้ยคุณหมอขับรถไปเถอะเดี๋ยวพิมนั่งเป็นเพื่อน” พิมพิกาเผลอเรียกเขาว่าพี่ตามที่เคยเรียกพี่ๆ คนอื่นแต่ก็รีบแก้สรรพนามใหม่ อัครัชอมยิ้มเพราะเขาได้ยินทั้งหมด
“พิมเรียกพี่ก็ได้ จะได้ไม่ดูเหมือนคนแปลกหน้า”
ปกติอัครัชเป็นคนที่ค่อนข้างถือตัวคนหนึ่ง แม้ว่าเขาจะสุภาพกับทุกคนที่ต้องพบเจอแต่ก็มีระยะห่างไม่ให้ทำตัวสนิทชิดเชื้อกับใครไปทั่ว แต่กับหญิงสาวคนที่นั่งข้างๆ เธอมักจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาทำตัวแปลกๆ ผิดจากคนอื่นได้เสมอ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” พิมพิกาพูดแค่นั้นแล้วเธอก็เริ่มหาว จากที่บอกว่าจะนั่งคุยเป็นเพื่อนไม่ทันไรเปลือกตาเธอก็เริ่มหรี่ลง และหลับไปในที่สุดภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที
อัครัชไม่ว่าอะไร เขาขับรถต่อไปตามที่ตั้งจีพีเอสไว้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงตัวอำเภอแม่แตง และไม่รู้ว่าร้านที่นางนภดาราจะไปแวะรับประทานมื้อเที่ยงนั้นอยู่ที่ไหน เขาจึงเลือกที่จะเบนรถไปจอดเข้าข้างทางบนถนนที่รถค่อนข้างบางตา
เขาโทรถามทางกับคิมหันต์จึงรู้ว่าตัวเองขับรถเลยมาประมาณสามกิโลเมตร
“เดี๋ยวผมวนรถกลับครับอาจารย์ ไม่น่าจะเกินสิบนาทีไปถึง” ชายหนุ่มวางสายหันมามองคนที่หลับสบาย เธอพลิกหน้าเอียงซบกับเบาะมาทางเขาพอดี เขายกโทรศัพท์ในมือขึ้นถ่ายรูปเธออย่างไม่ทันคิดอะไร ไล่สายตาไปตามดวงหน้าเรียวสวย เครื่องหน้ารับกันอย่างเหมาะเจาะไม่ว่าจะเป็นตา จมูก คิ้ว คาง หน้าผาก ในนาทีนั้นเองที่เขาเกิดความรู้สึกอยากได้เธอมาเป็นสมบัติของตัวเองอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“พิม พิมครับ” ชายหนุ่มชะโงกหน้าไปเรียกเธอห่างใบหูขาวสะอาดไม่เกินคืบ กลิ่นหอมรวยรินจากตัวเธอทำให้เขาเผลอก้มลงหอมสูดกลิ่นน้ำหอมบริเวณหลังใบหู เลยเถิดเป็นการแตะปากลงบนผิวเนื้ออ่อนหอมกรุ่นชั่วครู่
พิมพิกาสะดุ้งตื่นเธอยกมือขึ้นดันร่างสูงใหญ่ที่เอนตัวมาจนชิดจากอีกเบาะ ปฏิกิริยาผลักไสของเธอเป็นไปโดยอัตโนมัติเพราะความตกใจแต่อัครัชวางมือตนเองทาบทับลงกับมือบาง สกัดกั้นการขัดขืนอย่างละมุนละม่อมพร้อมกับจูบเม้มติ่งหูจนรู้สึกได้ว่าพิมพิกาผวาเยือกด้วยความซาบซ่านที่แล่นปราดไปทั่วร่าง
“หมอคะ พอเถอะ”
เสียงเธอสั่นจนตัวเองก็ยังตกใจ แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมปล่อยมือ
“เรียกพี่หมอก่อน พี่จะปล่อย” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูก่อนที่ริมฝีปากหยักหนาจะเลื่อนจูบแผ่วเบาไปตามซอกคอ
“ปล่อยพิมเถอะค่ะพี่หมอ” เธอไม่ชินกับการถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้ จึงไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
“โอเค เดี๋ยวเราต้องยูเทิร์นกลับไป พี่ขับรถเลยมาประมาณสามกิโล พิมหิวหรือยัง” อ้อมแขนเขาคลายออกถอยกลับไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับรถดีๆ และนั่นทำให้พิมพิกาเพิ่งรู้ว่าเธอถูกเขากอดไว้ทั้งตัว
“มะ ไม่ค่ะ” พิมพิกาไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย หญิงสาวรีบยกมือลูบผมโล่งใจที่มันยังเรียบร้อยดี อัครัชไม่พูดอะไรอีกเขากลับรถตรงไปยังร้านอาหารที่บรรดาผู้ใหญ่รออยู่