“ห้องนี้ค่ะ”
ลลิลเปิดประตูห้องสำหรับดูหนังที่เธอชอบมาขลุกตัวเพราะมันเงียบและไม่มีใครมาวุ่นวาย ร่างสูงมองไปรอบๆห้องที่ดูไม่เหมาะกับการติวหนังสือเท่าไหร่เพราะค่อนข้างทึบ แต่เพราะไม่ใช่คนเรื่องมากเลยเดินไปนั่งลงที่โซฟาตัวยาวอย่างไม่สนใจอะไรอีก
“นั่งสิ จะได้เริ่ม”
“เดี๋ยวค่ะ คือ”
ลลิลท้วงก่อนจะเดินมาตรงหน้าอีกคนแล้วยิ้มประจบ ถึงคนคนนี้จะหล่อถูกใจมากแต่ลลิลมีบางเรื่องที่ต้องตกลงกันก่อน
“อะไรอีก”
“พี่ชื่ออะไรคะ”
“อาจาารย์”
“คะ!”
ลลิลถามเสียงสูงอย่างไม่แน่ใจ คนอะไรชื่ออาจารย์ไม่น่าใช่มั้ง
“เรียกอาจารย์ก็พอ”
“แก่แล้วเหรอคะ”
คำถามนั้นเรียกสายตาคมให้ตวัดขึ้นมองลลิลทันทีจนเธอสะดุ้ง แค่นี้ก็รู้แล้วว่าดุมากแน่ๆ
“แก่ไม่แก่ก็ควรเรียก”
“อยากเรียกพี่นี่นา ไม่ได้เหรอคะดูไม่น่าจะห่างกันเท่าไหร่เลย”
แต่ถามว่าคนอย่างลลิลจะสำนึกมั้ย ก็ไม่ ได้ทีเธอก็หาเรื่องตีสนิทต่อทันที
“ไม่ได้มาเป็นพี่ใคร มาสอนหนังสือ”
“ดุจัง…พี่เป็นอาจารย์เหรอ”
บ่นออกไปแค่เบาๆแล้วถามต่อด้วยความสนใจ ร่างบางทรุดตัวลงนั่งข้างๆกับอีกคนที่ยังไม่ยอมบอกชื่อโดยเว้นระยะไว้แค่ฝ่ามือกั้นเท่านั้น อีกคนหันมามองแรงขยับออกห่างแล้วออกคำสั่งทันที
“เอาหนังสือมาเริ่มเรียนได้แล้วครับ”
“ถ้าพี่ยอมบอกชื่อลิลถึงจะไปค่ะ”
“คลื่น”
คลื่นถอนหายใจแรงๆก่อนจะยอมบอกชื่อตัวเองในที่สุดเมื่อทนความรบเร้าของนักเรียนชั่วคราวไม่ไหว หากไม่ใช่ว่าถูกขอร้องมาจากคนเป็นพ่อเค้าไม่มีทางมาสอนนอกสถานที่แบบนี้แน่ๆ ไม่คิดว่าลูกของเพื่อนสนิทพ่อจะน่ารำคาญขนาดนี้เลย
“ชื่อเท่จัง อายุเท่าไรแล้วคะ แล้วพี่เรียนอะไรมาถึงมาเป็นครูสอนพิเศษเหรอคะ”
“ไม่เกี่ยวกับเรื่องเรียนขอไม่ตอบ ไปเอาหนังสือมาครับ”
“พี่คลื่นๆ ลิลมีข้อเสนอค่ะ”
ราวกับไม่ได้ยินที่อีกคนพูด ลลิลทำหน้าเจ้าเล่ห์ก่อนจะเข้าไปใกล้คลื่นอีกนิดแต่ยังไม่ทันได้พูดข้อเสนอที่ว่าก็ถูกมือหนาดันไหล่ออกมาก่อนด้วยท่าทางเบื่อหน่ายสุดๆ
“เรียกอาจารย์ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แล้วก็อย่าทำให้อาจารย์เสียเวลาครับไม่งั้นจะรายงานพ่อแม่เธอแน่”
“แต่ลิลไม่อยากเรียนแล้วนี่ คะแนนดีอยู่แล้วไม่รู้จะเรียนเพิ่มทำไม”
“นั่นก็เป็นปัญหาของเธอ อาจารย์มีแค่หน้าที่สอน”
“เอางี้มั้ยคะ พี่ก็ไม่ต้องสอนแต่รับค่าจ้างไปเฉยๆเลย เราดูหนังฆ่าเวลาแทนก็ได้ค่ะ”
ลลิลยังไม่ยอมแพ้แม้จะไม่เห็นท่าทางอื่นใดนอกจากนิ่งเฉยของคนข้างๆ จนเมื่ออีกคนหันมาจ้องตาด้วยสีหน้าที่ติดจะดุ ก็ทำเอาใจดวงน้อยเต้นแรงกับเสน่ห์แบบร้ายๆนั่นอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อยากให้อาจารย์รายงานพ่อแม่เธอจริงๆสินะ”
“โห่ พี่คลื่นอ่ะ เห็นใจลิลหน่อยสิคะ เรียนปกติก็เหนื่อยจะแย่แล้วน้า นะคะๆ”
ลลิลรีบใช้ลูกอ้อนที่เคยได้ผลกับหลายๆคน แต่เหมือนจะไม่ได้ผลกับคนข้างๆเอาซะเลย
“เรียกว่าอาจารย์ อีกอย่างอาจารย์มีหน้าที่สอนเรื่องอื่นขอไม่ยุ่งครับ ถ้ายังนอกเรื่องอาจารย์จะกลับเดี๋ยวนี้แล้วเธอก็รับผลที่จะตามมาเองตกลงมั้ย”
เพียงแค่คำขู่นั้นก็ทำเอาลลิลชะงักเงียบกริบในทันที อะไรก็ได้แต่ต้องไม่ใช่พ่อแม่เธอรู้เรื่องนี้ ไม่งั้นเวลาว่างทั้งหมดของเธอได้หายไปหมดจริงๆแน่ ลลิลถอนหายใจก่อนจะรับคำอย่างไม่พอใจ
“เหอะ ก็ได้ค่ะๆท่านอาจารย์!”
—-----------------------------
“ตึงเวอร์”
แพรไหมออกความเห็นเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากลลิลที่มานั่งระบายให้ฟังแต่เช้า ลลิลรีบพยักหน้าเห็นด้วยเต็มที่เพราะวันนั้นเธอถูกติวเข้มแบบที่แทบอาเจียนออกมาเป็นบทเรียน คนอะไรสรรหาความยากมาทดสอบกันอยู่ได้
“ใช่มั้ยๆ กูล่ะท้อใจ”
“กูว่าเค้าท้อกับมึงมากกว่ามั้งลิล”
จีรนันท์แย้งขึ้นเมื่อรู้สึกสงสารอาจารย์คนนั้นมากกว่าที่ต้องมาเจอเด็กดื้อแบบลลิล คนอะไรชวนครูสอนพิเศษโกงพ่อแม่ก็ได้
“เอ้า อะไรวะกูเพื่อนมึงนะจีน”
ลลิลโอดครวญอย่างขัดใจก่อนจะรีบถามความเห็นเพื่อน เมื่อนึกได้ว่าต้องการความช่วยเหลือในเรื่องนี้
“แต่เอานี่ก่อน เรื่องนี้แบบด่วนมากทำไงให้เค้าเคลิ้มไปกับกูวะ”
“อ่อยดิ เดี๋ยวเคลิ้มเลย”
“ไอ้แพรมึงก็ชั่ว นั่นอาจารย์ไงไม่ใช่แฟนจะได้ไปอ่อยบ้าเปล่าวะ”
“เอ้า ก็เห็นไอ้ลิลบอกว่าหล่อมากไง ไม่อยากได้เหรอ”
“อยากดิวะ”
ลลิลที่เผลอนึกถึงใบหน้าดุๆที่แสนดูดีนั่นก็เผลอตอบตามความคิดอย่างห้ามตัวเองไม่ทัน
“เอาว่ะ มันเผยความในใจมาละจีน เตรียมซักฟอก”
“เฮ้ย! ไม่ใช่ๆกูหมายถึงอยากให้เค้าร่วมมือไง พวกมึงนี่นะ”
“อย่ามาทำเป็นแถเลยลิล มองหน้าก็รู้มึงคิดอะไร”
“จริง ร้อนรนเกิ้น”
จีรนันท์พยักหน้าเห็นด้วย พลางช่วยแพรไหมจ้องตากดดันลลิลจนคนโดนจ้องทนไม่ไหว
“เออ! ก็เค้าหล่อทำไมอ่ะ เป็นใครก็ชอบป้ะวะ”
“แต่เค้าไม่ได้ชอบมึงค่ะเพื่อน สติ”
“มึงนี่แดกฝอยขัดหม้อเหรอจีน ขัดเก่ง”
ลลิลหันไปต่อว่าเพื่อนที่นั่งวาดตัวการ์ตูนเล่นอย่างขัดใจ
“ก็เรื่องจริง ไหนๆก็มีโอกาสใกล้ชิดเพราะเรื่องเรียนมึงก็ใช้เวลานี้ไปเลยดิวะ”
จีรนันท์บอกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“ยังไงวะ”
“เอ้า ก็อ่อยให้เหยื่อมาติดไง อยากได้ก็รีบเค้าไม่ได้สอนมึงไปตลอดชีวิตนะ”
“มึงว่าเค้าจะติดกับกูจริงอ่อวะ”
“ไม่น่าว่ะ”
แพรไหมตอบแล้วยิ้มแห้งออกมาจนลลิลโวยวายอีกรอบ
“เอ้า พวกมึงนี่เดี๋ยวเชียร์เดี๋ยวตัดกำลังใจมันยังไงวะ”
“ก็เรื่องจริง รู้ว่ามึงชอบอ่ะแต่เค้าดูตึงจัดไม่น่าชอบมึงได้”
“ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดีเผื่อเค้าจะเอ็นดูมึงบ้าง”
จีรนันท์ออกความเห็นอีกครั้งแต่ลลิลที่ได้ยินนั้นเบ้ปากใส่ทันที
“แค่ฟังก็ขนลุกให้กูเป็นเด็กดีเนี่ยนะ ฝันเหอะ”
“งั้นมึงก็ฝันไปเหอะ ตั้งใจเรียนเดี๋ยวมันก็ผ่านไปรอเจอผู้ชายคนใหม่ในรั้วมหาลัยนู่น”
“ก็คนละคนมั้ยวะ”
“เดี๋ยวนะ ไอ้ที่มึงมาโวยวายนี่มันเรื่องมึงไม่อยากเรียนไม่ใช่เหรอวะ ทำไมกลายเป็นอยากได้คนสอนซะงั้นกูงงมาก”
จีรนันท์ที่นึกขึ้นได้แย้งออกมาอย่างงุนงงว่าหัวข้อเรื่องเปลี่ยนไปตอนไหน
“ไม่อยากเรียนก็ใช่แหละ แต่อยากเจอเค้าเหมือนกันแบบหวานๆ ฉ่ำๆ”
ลลิลวาดฝันภาพจินตนาการในหัวยามนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของคลื่น ใบหน้าน่ารักพลันยิ้มหวานเคลิบเคลิ้มจนแพรไหมต้องตบหัวไปทีเพื่อเรียกสติ
“หยุดเพ้อเจ้อค่ะ”
“โอ้ย ตบหัวกูเพื่อ”
ลลิลเอามือลูบหัวท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนสองคน
“ก็เรียกสติมึงไง ฝันไปถึงไหนแล้วเอ่ย เอาดีๆนะเค้าอาจมีแฟนแล้วรึเปล่าหล่อขนาดนั้นอ่ะ”
“ไอ้แพร ปากมึงนี่นะไม่เป็นมงคลเลย”
“เอ้า ก็ต้องคิดเผื่อไว้มั้ยกูก็ไม่อยากให้เพื่อนไปแย่งแฟนชาวบ้านเค้า”
“ยังไม่รู้เท่ากับกูมีสิทธิ์ ขอกูฝันต่อก่อน”
ลลิลเถียงอย่างดื้อดึงก่อนจะทำตาโตขึ้นมาเมื่อนึกอะไรได้
“เอางี้ เดี๋ยวกูไปถามพี่เค้าดีกว่าให้มันรู้กันไปเลย”
“แล้วไง ถ้าเค้ามีแล้วมึงจะเลิกชอบเหรอวะ”
“เลิกเรียนไปเลยต่างหาก”
“ชั่วร้ายจริงๆมึงนี่”
แพรไหมด่าออกมาอย่างหมั่นไส้แม้รู้ว่าเพื่อนจะแค่พูดเล่นก็ตาม
“เอาเหอะๆ จะจริงจะหลอกตอนนี้พวกมึงก็ต้องไปเข้าเรียนแล้ว ไปๆ”
จีรนันท์ลุกขึ้นก่อนจะดึงแขนเพื่อนๆไปเรียนเมื่อเสียงออดดัง ต่างคนต่างโอดครวญถึงเวลาเลิกเรียนเมื่อนึกถึงวิชาน่าเบื่อที่รออยู่