วันหยุดเวียนมาถึงอีกครั้ง ลลิลที่คิดหาวิธีหลีกเลี่ยงไม่อยากเจอคลื่นมาตลอดห้าวันยังคงนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงอย่างคิดไม่ตก จนเมื่อทนความอึดอัดใจไม่ไหวมือบางก็หยิบมือถือมากดส่งข้อความหาเพื่อนสนิททันที
‘กูแกล้งป่วยดีมั้ยวะ’
‘เค้าคงเชื่อมึงมั้งลิล’
แพรไหมตอบกลับด้วยความประชดประชัน ลลิลที่อ่านยิ่งหน้าบูดไปกันใหญ่ก่อนจะยอมบอกเหตุผลออกมา
‘แต่กูไม่อยากเจอเค้าตอนนี้ กูอาย’
‘อายห่าอะไรนานขนาดนี้ ไหนบอกอยากรุกเค้านักหนาไงวะ’
‘นานแค่ไหนก็อายมั้ย กูเพิ่งเจอเค้าหลังจากวันนั้นนะเว้ย แถมตอนนั้นความอยากเอาชนะกูก็เลยส่งรูปไปยั่วกลางดึกแม่ง พอจะลบก็นะไม่ทันละพี่แม่งมาดูไวจัด’
ลลิลเล่าไปก็ยิ่งอยากร้องไห้ไปเพราะความสิ้นคิดวันนั้น ตอนนี้เลยต้องกระอักกระอ่วนอย่างช่วยไม่ได้
‘แล้วมึงมีแชทเค้าได้ไงก่อน’
‘กูแอดจากเบอร์เค้าไง โอ้ย ทำไงดีวะมีแต่เรื่องน่าอายทั้งนั้นแม่ง’
‘ป่านนี้เค้าลืมไปแล้วมั้ง เรียนๆไปเหอะเลิกบ่นทีกูจะไปอ่านการ์ตูน’
จีรนันท์ที่อ่านข้อความเพื่อนมานานบ่นขึ้นมาบ้าง ไม่รู้ว่าทำไมเพื่อนเธอถึงได้ขยันสร้างเรื่องให้ตัวเองได้บ่อยขนาดนี้
‘มึงห่วงการ์ตูนอะไรตอนนี้ เพื่อนมึงเครียดนะจีน’
แพรไหมต่อว่าอย่างอดไม่ได้ ทั้งกลุ่มที่คบกันอยู่นิสัยแตกต่างจนไม่น่ามาอยู่ด้วยกันได้ แต่ก็แปลกที่คบมาจนจะเรียนจบแล้วเหมือนกัน
‘มันไม่ได้ต้องเครียดเลยลิล มึงแค่คิดเยอะไป’
‘เออ ไหนๆก็มาสายรุกจะอายให้เสียชื่อทำไม มึงก็รุกต่อเลยดิลิล’
‘ไอ้แพร มึงนี่ก็ยุเก่งเดี๋ยวมันก็สร้างเรื่องอีก’
จีรนันท์รีบปรามเมื่อเพื่อนยุกันไปในทางที่ไม่น่าเป็นเรื่องดีอีกแล้ว
‘เอ้า ไหนๆก็สร้างไปแล้วจะมาอายอะไรอีก มึงรุกต่อไปเลยจะได้ไม่ต้องอาย’
‘อะไรของมึงวะแพร ให้กูทำต่อทั้งที่ไม่อยากเจอเนี่ยนะ’
ลลิลถามอย่างไม่เข้าใจบ้างอีกคน เดี๋ยวบ่นเดี๋ยวยุเริ่มจะไม่เข้าใจเพื่อนเธอแล้วเหมือนกัน
‘มึงก็เลิกอายแล้วเดินหน้าต่อซะ ไหนมึงบอกเรียนแค่ไม่นานเดี๋ยวก็ไม่เจอกันแล้วกลัวอะไรวะ’
‘ถึงกูจะถูกใจเค้ามากแต่กูก็ยังมีจิตสำนึกนะเว้ย’
‘โยนทิ้งไว้ที่พื้นห้องมึงนั่นแหละ ถูกใจก็แค่จีบไม่ได้ก็แค่แยกย้ายไง’
‘กูว่าที่มันทำเลยคำว่าจีบไปเยอะนะแพร’
จีรนันท์แย้งเมื่อคำว่าจีบของเพื่อนดูจะไม่เข้ากับสถานการณ์ที่ลลิลทำลงไปสักนิดเลย
‘จีบแบบใหม่ แบบพร้อมใช้ไม่ต้องเสียเวลาคุยนานไง’
‘อะไรของมึงวะ กูไม่คุยด้วยแล้ว’
‘ทำเป็นรับไม่ได้ อย่าให้กูรู้นะว่าเสร็จเค้าจริงๆอ่ะกูจะล้อทุกวันเลย’
‘ไอ้บ้า เสร็จบ้าบออะไรวะ’
ลลิลหน้าร้อนผ่าวก่อนจะโวยวายใส่เพื่อน ไอ้คำแฝงความหมายแบบนั้นแค่เห็นก็พาลนึกภาพในหัวจนต้องส่ายหน้าไล่ความคิดลามกทันที
‘ลองดิ เดี๋ยวติดใจเลยยิ่งคนดุๆนะมึง หึๆ’
‘ไอ้แพรมึงก็ยุเพื่อนเก่ง กูไปอ่านการ์ตูนละเบื่อพวกมึง’
จีรนันท์บ่นเมื่อชักจะทนอ่านข้อความเพื่อนต่อไม่ไหวแล้วหายไปจากแชทกลุ่มทันที
‘กูไปเตรียมเรียนละ ไว้คุยกันใหม่’
‘ขอให้ได้ ขอให้โดนนะคะเพื่อนรัก ฮ่าๆ’
แพรไหมส่งข้อความอวยพรมาอีกหนทำเอาลลิลถลึงตาใส่มือถือแล้วด่ากลับทันที
‘กวนตีน’
—--------------------------
คลื่นที่ก้าวเท้ามาในห้องที่ใช้เรียนประจำขมวดคิ้วกับความว่างเปล่าที่ควรจะมีลลิลนั่งรอเรียนอยู่ แม้แต่บนโต๊ะก็ไม่เห็นหนังสือสักเล่มบ่งบอกว่าลลิลไม่ได้เข้ามาในห้องเลยด้วยซ้ำทั้งที่ถึงเวลาต้องเรียนแล้ว ร่างสูงเดินไปหาแม่บ้านที่อยู่ไม่ไกลก่อนจะได้คำตอบที่น่าหงุดหงิดกว่าเดิมว่าลลิลนอนป่วยอยู่บนห้อง
ร่างสูงก้าวเท้าตามแม่บ้านที่นำทางขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อจะไปจัดการกับเด็กดื้อ คลื่นได้แต่ถอนหายใจเพราะนี่แค่อาทิตย์ที่สอง ลลิลก็สร้างปัญหาวุ่นวายใจให้หลายอย่างจนอยากยกเลิกการสอนตลอดเวลา
“เป็นอะไรครับ ทำไมไม่ลงไปเรียนบอกแล้วใช่มั้ยว่าอาจารย์ไม่ชอบเสียเวลา”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นข้างเตียงทำเอาลลิลที่คลุมโปงอยู่สะดุ้ง อุตส่าห์คิดว่าสั่งแม่บ้านไว้แล้วคลื่นคงกลับไปแน่ๆ ไม่คิดว่าจะเดินขึ้นมาถึงบนนี้ได้
มือบางค่อยๆเปิดผ้าผืนหนาโผล่หน้าออกมานิดเดียว แล้วทำหน้าตาที่คิดว่าป่วยที่สุดใส่คนที่มองด้วยสายตาจับผิด น้ำเสียงที่เคยสดใสแหบแห้งเปร่งเสียงบอกคลื่นด้วยความยากลำบาก
“ก็บอกแม่บ้านแล้วไงคะว่าป่วยเรียนไม่ไหวหรอก”
“ป่วยเป็นอะไร”
คลื่นกอดอกแล้วถามด้วยสีหน้าที่ใครมองก็รู้ว่าไม่เชื่อลลิลสักนิด แม่บ้านที่ยืนอยู่ห่างๆยังต้องก้มหน้ากลั้นขำกับการแสดงของลลิลที่ดูยังไงก็ปลอมแบบสุดๆ
“ปวดหัว เวียนหัวค่ะ”
“เปิดผ้าห่มออกมาคุยดีๆ”
คลื่นสั่งเมื่อลลิลมุดตัวลงไปใต้ผ้าห่มอีกครั้ง
“ไม่เอาค่ะ ลิลกินยาไปแล้วง่วงมากพี่งดสอนวันนึงนะ”
ลลิลตัดบทเพราะกลัวว่านานกว่านี้จะถูกจับได้เข้าจริงๆ แต่ไม่ทันได้โล่งใจเสียงคลื่นที่เดินไปพูดกับแม่บ้านก็ทำเอาลลิลตาโต ใจเต้นรัวกับสิ่งที่ได้ยิน
“คุณป้าครับ รบกวนช่วยไปหยิบของผมที่ห้องข้างล่างขึ้นมาให้ทีนะครับ”
“ได้ค่ะ”
แม่บ้านรับคำอย่างสุภาพก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องทันที คลื่นหันกลับมาหาคนบนเตียงที่ยังคงไม่ยอมออกมาจากผ้าห่มเหมือนเคย ร่างสูงเท้าเอวถอนหายใจแล้วถามออกมาอีกครั้ง
“จะลุกได้ยัง”
“บอกว่าป่วยไงพี่ฟังไม่เข้าใจเหรอ”
“เฮ้อ…โคตรดื้อเลย”
คลื่นส่ายหน้าบ่นออกมาแล้วยืนมองอยู่สักพัก ก่อนจะหันไปหาแม่บ้านที่เข้ามาพร้อมของที่ต้องการ
“ขอบคุณครับ”
ร่างสูงบอกแล้วรับของทั้งหมดมาวางไว้บนโต๊ะในห้องที่อยู่ไม่ไกลจากเตียงนอนนัก หันกลับไปกดล็อกประตูแล้วกลับมาเท้าเอวมองคนบนเตียงอีกหนอย่างใจเย็นสุดๆ ถึงแม้ในใจจะหงุดหงิดจนอยากดึงขึ้นมาตีสักทีก็เถอะ
“อ่ะ พร้อมหมดละ ทีนี้ก็ลุกมาเรียนได้ อยากเรียนในนี้ก็จะสอนในนี้แหละ”
“โอ้ย! พี่คลื่น! ลิลบอกว่าป่วยไงจะมาสอนอะไรอีกคะ”
คราวนี้ลลิลกระชากผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้นนั่งโวยวายด้วยความโมโห จากที่จะหลบหน้ากลายเป็นยิ่งแย่กว่าเดิมเพราะนี่มันคือห้องนอนของเธอ คลื่นคงไม่รู้ว่าในหัวเธอมันเต็มไปด้วยความว้าวุ่นจนแทบบ้า ทั้งทำเป็นตีหน้านิ่งลืมเรื่องที่เคยทำเมื่ออาทิตย์ก่อน แสร้งโวยวายกลบเกลื่อนทั้งที่ใจเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก ไหนจะคำพูดเพื่อนที่วนอยู่ในหัวที่พอมองคลื่นทีไรก็หยุดคิดอะไรลามกไม่ได้เลยอีก
แค่นี้ลลิลก็ทำตัวไม่ถูกจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว
“คิดว่าจะเชื่ออะไรแบบนี้เหรอ เลิกแสดงแล้วลุกมาเรียนดีๆก่อนที่จะรายงานแม่เธอดีกว่า”
“ทำไมพี่ดื้อแบบนี้อ่ะ”
“เธอต่างหากที่ดื้อ มันเสียเวลารู้มั้ยอาจารย์ไม่อยากต้องเพิ่มเวลามาสอนเธอนานกว่าเดิมหรอกนะ”
คลื่นหันไปมองเด็กดื้อที่เถียงได้กวนอารมณ์จนอยากลุกไปตีแรงๆเหลือเกิน
“ไม่อยากมาสอนก็กลับไปสิ นี่ก็ไม่อยากเรียนเหมือนกัน”
ลลิลสะบัดหน้าใส่หลังพ่นคำพูดออกมาด้วยความน้อยใจออกไปแล้ว รู้ว่าไม่อยากมาสอนไม่เห็นต้องย้ำขนาดนี้เลย
“ลลิล! อย่าเยอะ”
คลื่นดุออกมาด้วยความไม่พอใจทันที ไม่ว่าจะเพราะอะไรแต่ลลิลก็ควรมีมารยาทกับคนที่โตกว่ามากกว่านี้ ร่างสูงเดินเข้าไปดึงแขนเล็กให้ลุกจากเตียงจนลลิลหันมามองค้อนด้วยความไม่พอใจ
“คนเยอะมันพี่ต่างหาก”
พูดจบร่างบางที่ยังอยู่ในชุดนอนตัวบางแสนวาบหวิวในสายตาคนมอง ก็ดึงแขนคลื่นที่ไม่ทันตั้งตัวลงไปนั่งบนเตียงแล้วขึ้นไปนั่งคร่อมตักแกร่งทันทีจนคลื่นตกใจ
“เฮ้ย! ทำอะไรเนี่ย ลงไปเดี๋ยวนี้”
“ไม่”
ลลิลตอบพลางยิ้มเยาะที่เห็นคลื่นตกใจขนาดนี้ ความน้อยใจ ความอยากเอาชนะทำให้เธอบ้าบิ่นขึ้นมาตามคำยุยงของเพื่อนทันที ในเมื่อหลบแล้วยังไม่ไปง่ายๆก็ต้องโดนรุกใส่แบบนี้แหละ อยากรู้ว่าจะทนได้สักกี่นาที
“อย่าทำอะไรที่ไม่ควร ไม่ได้ใจดีขนาดนั้น”
คลื่นเตือนออกมาด้วยสีหน้าที่นิ่งกว่าเดิม สถานการณ์ตอนนี้มันเสี่ยงสุดๆจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวด้วยซ้ำ แต่ลลิลคงไม่รู้ถึงได้ขยับก้นนิ่มๆไปมาบนตักแล้วทำหน้าร้ายๆใส่คลื่นเพราะรู้สึกเหนือกว่า
“ก็บอกแล้วว่าไม่อยากเรียน แล้วทำไมพี่ไม่ยอมไปดีๆล่ะคะ”
“ลิล…”
“เรียกชื่อก็ได้นี่ ทำไมไม่ยอมเรียกแต่แรก”
ลลิลก้มลงกระซิบที่ใบหูอีกคนแล้วลูบไล้มือไปตามอกแกร่งที่ถูกปิดไว้ด้วยเสื้อเชิ้ตตัวบาง ยิ่งลูบก็ยิ่งพบว่าร่างกายอีกคนมีแต่กล้ามเนื้อที่ทำเอาเธอใจสั่นมากกว่าเดิม
“ลงไปเดี๋ยวนี้”
คลื่นกัดฟันบอก ดวงตาคมวาววับเพราะความอดทนที่ลดน้อยลงทุกที ในใจได้แต่ท่องว่านี่คือเด็กที่เป็นลูกเพื่อนพ่อ
“กลัวอดใจไม่ไหวเหรอคะ”
“รีบลงไปไม่งั้นจะเลิกมาสอนนะ”
“ที่แท้ ก็ไม่กล้านี่เอง”
ลลิลที่ได้ใจเยาะเย้ยออกมาอีกครั้ง สองแขนกอดคอหนาเอาไว้แล้วเอียงซบลงไปใกล้ๆใบหน้าหล่อเหลาที่ทำให้ชอบตั้งแต่แรกเห็น คลื่นยังคงนั่งนิ่งแต่สายตาดุดันขึ้นกว่าเดิมหากลลิลจะสังเกตเห็น
“อย่าปากดี”
“ก็ไม่ได้ดีแค่ปากนะคะ พี่ลองมั้ย”
“ลลิล!”
คลื่นดุออกมาเสียงดัง สองมือจับเอวเล็กให้อยู่นิ่งเมื่อคนตัวเล็กบดเบียดบั้นท้ายนิ่มๆลงบนตักแกร่งอีกหน
“ทำไมตัวแข็งแบบนี้ล่ะคะอาจารย์”
“ลงไป”
คลื่นกัดฟันพูดแม้ความอดทนจะขาดไปตั้งแต่โดนบดรอบสองแล้วก็ตาม
“ถ้าไม่ลง แล้วพี่จะทำยังไงคะ อ้ะ!”
ลลิลที่กำลังจะแกล้งต่อตาโตตกใจเมื่อถูกจับพลิกตัวลงนอนราบบนเตียง ร่างสูงคร่อมทับจับสองมือเล็กไว้เหนือหัวจนลลิลไร้ทางหนี ใบหน้าน่ารักมองคนบนตัวด้วยสายตาหวาดหวั่น ต่างกับคลื่นที่สบตาลลิลด้วยสายตาวาววับและรอยยิ้มหยอกล้อ แต่ช่างเป็นการหยอกล้อที่ทำใจของลลิลสั่นรัวไปหมดเพราะนี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
ความคิดที่จะทำให้คลื่นยอมเลิกสอนเพราะทนเธอยั่วไม่ไหว กลายเป็นตอบสนองสิ่งที่เธอยั่วยวนแทนซะอย่างนั้น
“เตือนแล้วไม่ฟัง ก็ต้องโดนลงโทษไง”
คลื่นบอกก่อนจะสบตาคนใต้ร่างแล้วยิ้มร้ายออกมา ในเมื่อเด็กมันดื้อก็ต้องโดนลงโทษซะบ้างจะได้จำ
“อื้อ!”
ลลิลตาโต เสียงหวานอื้ออึงอยู่ในลำคอเมื่อถูกบดเบียดริมฝีปากลงมา ได้แต่คล้อยตามและตอบสนองให้กับความช่ำชองของคลื่นอย่างไร้ทางปฏิเสธ
“ไง แค่นี้เงียบแล้วเหรอ ไหนบอกไม่ได้ดีแค่ปากลองทำให้ดูหน่อยสิ”
คลื่นละออกมาถามด้วยสีหน้ายียวน พอใจไม่น้อยที่เห็นว่าเด็กพยศเมื่อครู่กลายเป็นเด็กน้อยที่กำลังตื่นตกใจจนน่าแกล้ง
แต่เพราะลลิลที่ไม่ชอบยอมแพ้ พอถูกท้าทายสายตากลับวาววับขึ้นมาอย่างไม่ยินยอม ปากที่ยังบวมเจ่อกลับส่งคำท้าทายออกไปเหมือนไม่ฟังสมองที่สั่งการสักนิด
“อย่ามาท้า”
“หึ เธอต่างหากที่ท้าทายมาก่อน เอาสิอยากรู้เหมือนกันว่าเด็กมอปลายจะทำอะไรได้บ้าง”
คลื่นเป็นฝ่ายท้าทายและยิ้มเยาะด้วยความเหนือกว่า เพราะรู้ว่าลลิลไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้อยู่แล้ว แต่แค่จบประโยคลลิลกลับคว้าคอคลื่นลงไปจูบทันทีด้วยประสบการณ์ที่เพิ่งเรียนไปสดๆร้อนๆ ไม่รู้หรอกว่าจูบเก่งรึเปล่ารู้แค่ยอมแพ้ไม่ได้เท่านั้น
“หึ อ่อนหัดจริงๆด้วย ถ้าทำได้แค่นี้ก็ไปเรียนมาเยอะๆค่อยปากดีนะครับนักเรียน”
คลื่นขำในลำคอเยาะเย้ย แต่ประกายตากลับวาววับไปด้วยความต้องการที่ไม่อาจกดมันลงไปได้อีกแล้ว จะเหตุผลอะไรก็ปลิวไปจากสมองตั้งแต่ถูกเด็กยั่ว จนเหลือแค่ความอยากสั่งสอนบทเรียนพิเศษให้เท่านั้น
รู้ว่าลลิลเป็นเด็กดื้อและไม่ชอบยอมแพ้ แค่กระตุ้นไปด้วยถ้อยคำดูถูกก็คล้อยตามเกมของคลื่นได้ง่ายดายแล้ว หลังจากนั้นคลื่นก็แค่รอสนองให้เด็กมันดูก็พอ
“งั้นก็สอนตอนนี้เลยสิคะ ลิลก็อยากรู้เหมือนกันว่าอาจารย์สอนเก่งขนาดไหน”
“อย่ามาร้องไห้ทีหลังแล้วกัน”