บทที่ 6 หนีไม้พ้น

1920 Words
ครืด ครืด ครืด ซูโฮลืมตาขึ้นมาเมื่อมีสายเข้าจึงกดรับสายโดยที่ไม่มองว่าเป็นสายของใคร แต่เมื่อได้รับรู้ที่ลูกน้องรายงานชายหนุ่มถึงกับลุกขึ้นมือกำหมัดไว้แน่น “โง่! กูให้พวกมึงไปตามเฝ้าเมียกูแล้วทำไมถึงปล่อยให้หนีไปได้ ตามหาให้เจอภายในสองชั่วโมง ไม่งั้นพวกมึงเดือดร้อน!” เพล้ง! ซูโฮปาแก้วลงพื้นด้วยความโมโหเมื่อหญิงสาวกล้าลองดีกับคนอย่างเขา “หนีให้พ้นก็แล้วกันกูเจอเมื่อไร จะได้เห็นดีกัน” ในเมื่อเขาใจดีด้วยแล้วหญิงสาวไม่ฟังเขาคงต้องใจร้ายสินะหญิงสาวถึงจะยอมอยู่อย่างสงบสุข “เอ่อ เจ้านายมีอะไรหรือเปล่าครับ” จองมินที่ได้ยินเสียงเหมือนแก้วหล่นลงพื้นจึงรีบเข้ามาดูเจ้านายทันที “ตามหาเทียนกัลยาภัคให้พบแล้วเอาตัวมาให้กู” ซูโฮพูดด้วยแววตาที่แดงก่ำเขาไม่เคยคิดจะบังคับใครแบบนี้มาก่อนและเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันก็คงยังไม่เบื่อ . เทียนกัลยาภัคที่ขอตัวเข้าห้องน้ำและอาศัยที่เผลอแล้วรีบวิ่งหลบออกมาจากห้องน้ำตอนนี้หญิงสาวกำลังเดินทางมายังสถานีรถไฟแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องไปไหนต่อ “พ่อจ๋าแม่จ๋าขอให้หนูหนีให้พ้นจากเขานะคะ” หญิงสาวไหว้ขอพรและจะเดินไปจองตั๋วเพื่อเดินทางกลับปูซานและตัดสินใจว่าจะกลับประเทศไทย “อื้อออออ” กลิ่นฉุนของยาลอยเข้ามาแตะจมูกเมื่อพยายามดิ้นให้หลุดพ้นแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะแรงของคนข้างหลังนั่นมีมากกว่า ก่อนที่สติจะดับวูบไปเธอได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากไกลๆ “ระวังหน่อยอย่าแตะต้องตัวเธอ” แทจองหันไปพูดกับเหล่าบอดี้การ์ดกว่าเขาจะตามตัวเจอก็เล่นเอาเหงื่อตก “ชะตาเกือบขาดแล้วกู โชคดีนะครับคุณเทียนผมไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย” แทจองอดสงสารหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้เจ้านายเขาก็ถูกใจเหลือเกินถึงได้ตามจับตัวกับแบบนี้ เทียนกัลยาภัคลืมตาขึ้นมาเห็นเพียงโคมไฟบ่นเพดานเมื่อมองไปบริเวณรอบถึงรู้ว่าเธอกำลังโดนจับตัวมาแต่เมื่อกำลังจะก้าวขาลงจากเตียงจึงสะดุดล้มกับโซ่ที่ล่ามขาเธอไว้ “ยังมีแรงที่จะหนีต่ออีกเหรอ” “ค คุณซูโฮ ปล่อยหนูนะ” “กูยังไม่เบื่อ ต่อให้หนีไปให้ไกลกูก็จะตามกลับมา” ชายหนุ่มจึงใช้มือบีบที่คอหญิงสาวจนเกิดรอยแดงเมื่อน้ำตาไหลลงมาสัมผัสกับมือของชายหนุ่มจึงได้สติขึ้นมา “ปล่อยหนู ฮึก!” “ตอนกูใจดีทำไมมึงไม่ฟัง! ดื้อนักก็ล่ามโซ่ไว้จะได้ไม่ต้องคิดหนีไปไหนอีก” “หนูไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของคุณนะ” “ไม่ใช่ไง แต่เป็นเมีย! ต่อให้ตายกูก็จะเอาร่างกลับมา เข้าใจไหม!” เพราะความหึงหวงและน้อยใจว่าหญิงสาวจะหนีไปจากเขาอีกทำให้พัคซูโฮต้องใจร้ายกับเทียนกัลยาภัค “กรี๊ดดดด จะทำอะไรปล่อยนะ!” หญิงสาวดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากการจับกุมของชายหนุ่มที่กำลังฉีกเสื้อผ้าหญิงสาวออกจากตัว “ก็จะทำให้มึงไม่มีแรงหนีไปไหนไง!” แคว่ก!!! ซูโฮกระชากเสื้อออกมาจากขาดติดมือเขาแล้วอุ้มหญิงสาวขึ้นมาวางไว้บนเตียงพร้อมกับใบหน้าคมคายที่ซุกไซร้ซอกคอขาวไม่หยุด “โอ้ยยยย! ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหม” ซูโฮหยิบกุญแจมือออกมาจากในลิ้นชักข้างเตียงและจับล็อคที่ข้อมือของหญิงสาวไว้กับกับหัวเตียง จะได้ไม่ต้องทำร้ายเขาได้อีก “ปล่อยหนูนะ! ปล่อยสิไอ้ชั่ว” “เออ กูจะชั่วให้สมใจมึงเลย” ชายหนุ่มกระชากเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกจนกระดุมกระเด็นไปคนละทางกระจัดการจากเต็มพื้นตามด้วยกางเกง “ไม่! ฮึก! อย่าทำแบบนี้” เทียนกัลยาภัคร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวร่ายกายที่ขยับไปไหนไม่ได้จึงได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมที่ชายหนุ่มกำลังจะมอบให้ “ไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าอวดดีอีก!” สวบ! “กรี๊ดดด เจ็บ! ฮึกก” น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดเมื่อชายหนุ่มกระแทกท่อนเอ็นเข้าโดยไม่เล้าโลมหญิงสาวเลยสักนิดทำให้ร่างกายของหญิงสาวเหมือนจะปริแตก “ซี๊ดดด โอ้ยยย! อย่าดิ้น” ซูโฮครางออกมาเมื่อร่องสวาทตอดรัดท่อนเอ็นของเขาแน่นยิ่งขยับก็ตอดรัดแน่นขึ้นอีก “ฮึกใจร้าย!” เทียนกัลยาภัคหลับตาลงและยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดอีกในไม่ช้า ซูโฮที่เห็นแบบนั้นจึงโมโหเพราะคิดว่าหญิงสาวกำลังรังเกียจเขา “ให้จำรสชาติวันนี้ไว้และอย่าคิดหนีไปไหนอีก” ซูโฮกระแทกแก่นกายเข้ามาอย่างรุนแรงแต่หญิงสาวก็พยายามเก็บเสียงครางไว้แม้จะทรมานแค่ไหนก็ไม่แม้แต่จะปริปากออกมา “อ๊ะ! เจ็บ” “เจ็บสิดี! จะได้จำ” ชายหนุ่มยังคงบ้าระห่ำเด้งสะโพกใส่ร่องสวาทไม่หยุดพัก “พ พอแล้ว ฮึก!” ความเจ็บปวดและความรุนแรงที่ได้รับทำให้หญิงสาวต้องขอร้องให้ชายหนุ่มหยุดแต่เหมือนจะไม่เป็นผลเพราะชายหนุ่มยังคงกระแทกเข้ามา “กรี๊ดดดด!” ก่อนที่หญิงสาวจะหมดสติไปแต่ด้วยความขุ่นเคืองที่ยังมีทำให้ซูโฮ ยังคงกระแทกท่อนเอ็นไม่หยุดถึงแม้หญิงสาวจะสลบไปแล้วก็ตามชายหนุ่มปลดปล่อยน้ำกามออกมาเมื่อพอใจแล้วจึงหยุดที่จะลงโทษหญิงสาว เทียนกัลยาหลับไปไม่รู้นานแค่ไหนแล้วเพราะทั้งห้องมืดมิดไปหมดมีแค่แสงดวงจันทร์สอดส่องเข้ามาพอให้มองเห็นแต่เมื่อจะขยับก็ต้องผิดหวังเพราะกุญแจมือและโซ่ที่ข้อเท้าทำให้หญิงสาวต้องนอนนิ่งอยู่กับที่ พรืบ! ไฟในห้องสว่างจ้าทำให้หญิงสาวมองเห็นได้ชัดขึ้นชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามาหาแต่หญิงสาวก็ต้องหลบตาด้วยความกลัวว่าจะโดนลงโทษอีก “ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีกวันหลังก็อย่าคิดหนี” ซูโฮจึงยื่นมือมาไขกุญแจที่ข้อมือให้หญิงสาว รอยแดงที่เกิดจากการเสียดสีมองเห็นได้อย่างชัดเจน “ฮึก!” ถึงแม้จะเจ็บปวดแค่ไหนแต่ก็ไม่ยอมพูดออกมาเธออยากพักผ่อน และอยากหลับใหลไปตลอดกาลให้สาสมกับสิ่งที่ชายหนุ่มทำลงไป “ฉันให้แม่บ้านเอาข้าวเอายามาให้ กินซะ! อย่าคิดจะมาดื้อกับฉัน” ซูโฮจึงเดินออกไปจากห้องใต้ดินที่จับหญิงสาวมาขังไว้ “คุณเทียนทานหน่อยนะคะจะได้มีแรง อย่าดื้อเลยนะคะเดี๋ยวเจ็บตัวอีก” แม่บ้านที่เห็นสภาพของหญิงสาวจึงรู้สึกสงสารหญิงสาวตรงหน้า เทียนกัลยาภัคจึงตักข้าวเข้าปากสามถึงสี่คำและกินยาเพื่อพักผ่อน เวลานี่ก็แค่ไม่ต้องเห็นหน้าชายหนุ่มอีกก็พอ “อุ้ย ขอโทษค่ะนายใหญ่” “เธอเป็นยังไงบ้าง” ถึงแม้จะทำเป็นใจร้ายแต่ก็ยังมีความห่วงใยหญิงสาวไม่น้อย “กินข้าวแล้วนอนพักแล้วค่ะ” “ไปได้แล้ว” ชายหนุ่มมองอาหารที่ยังคงเหลืออยู่บ่งบอกว่าหญิงสาวคงทานแค่ไม่กี่คำ “คุณเข้ามาทำไม” เทียนกัลยาภัคที่เห็นซูโฮเดินเข้ามาใกล้จึงลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวจะต่อสู้หากชายหนุ่มทำอะไรขึ้นมาอีก “ยังจะปากเก่งใส่ฉันอีกนะแออิน” “หนูยังไม่ตายง่ายๆหรอก ถ้าจะตายหนูก็ไม่ตายที่นี่หรอก” “ปากเก่งนักนะ!” ชายหนุ่มเดินเข้ามาบีบคางของหญิงสาวไว้แน่นเขาอุตส่าห์จะไม่มาหาเรื่องแต่หญิงสาวก็ขยันที่จะยั่วโมโหเขาเหลือเกิน “ได้! เดี๋ยวจะได้ตายสมใจ” “คุณจะทำอะไร” หญิงสาวตกใจที่เห็นชายหนุ่มปลดโซ่ออกจากข้อเท้าและอุ้มหญิงสาวพาดบ่าออกไปจากห้องนอน “กรี๊ดดดด! ปล่อยฉันไอ้สารเลว” เสียงด่าทอของเทียนกัลยาดังไปทั่วบริเวณจนลูกน้องที่ได้ยินต้องทำเป็นก้มหน้าเวลาซูโฮเดินผ่าน “อยู่ในนี้ไป” “ไม่นะ! ปล่อยฉันออกไป” “อยู่เป็นอาหารสิงโตไปเลย” ซูโฮเดินออกไปและสั่งให้ลูกน้องเฝ้าหญิงสาวไว้ให้ดี เทียนกัลยาที่กำลังกลัวเพราะคำที่ได้หนุ่มพูดออกมาในห้องนี้มีสิงโตชีวิตของเธอคงจบลงตรงนี้ โฮ้งงงง! “กรี๊ดดดด” หญิงสาวกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นเจ้าป่าคำรามและเดินออกมาจากที่มืดจึงปิดหน้าเพราะไม่อยากเห็นภาพอันน่ากลัว แต่ก็ต้องแปลกใจเพราะสัตว์สี่เท้ากำลังเลียขาของเธออยู่ เทียนกัลยาค่อยๆมองออกไปเห็นสิงโตเพศผู้กำลังโตเต็มวัยนั่งจ้องเธออยู่และเลียขาเหมือนลูกแมวกำลังอ้อนเจ้าของจนหญิงสาวค่อยๆนั่งลงข้างๆสิงโตตัวใหญ่ “ไม่กินเทียนเหรอ โอ๊ะ!” กังจานอนเอาหัวมาหนุนที่หน้าตักของหญิงสาวโดยไม่มีความดุร้ายเลยสักนิด “คงเหงาสินะ” หญิงสาวยื่นมือเข้าไปลูบหัวของสิงโตตัวใหญ่พร้อมกับค่อยๆหลับตาลง กลางดึกที่เงียบสงัดเทียนกัลยาภัคที่เริ่มหนาวจนตัวสั่นเพราะอากาศที่เริ่มเย็นบวกกับอาการป่วยทำให้หญิงสาวต้องกัดฟันสู้กับความหนาวเย็น “ฉันก็อยากเกิดเป็นสัตว์นะ จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไร” ก่อนที่หนังตาจะหนักอึ้งจนสติค่อยๆ หมดไปจนตัวล้มลงกับพื้นกังจาที่เห็นแบบนั้นจึงส่งเสียงให้คนเข้ามาดูหญิงสาวจนบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ข้างนอกต้องเดินเข้ามา “เอาไงดีพี่” “ไปตามเจ้านายมา” บอดี้การ์ดจึงรีบวิ่งไปตามซูโฮให้มาดูอาการของหญิงสาวหากพวกเขาจะแตะเนื้อต้องตัวก็ไม่ได้เพราะเจ้านายสั่งไว้ “ถอยออกไปให้พ้น! นายเอากังจาเข้านอน” ซูโฮรีบอุ้มหญิงสาวขึ้นแนบอกทำให้รับรู้ถึงไปร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของหญิงสาวชายหนุ่มจึงรีบพาเทียนกัลยาภัคขึ้นมาพักที่ห้องของเขาและไม่ลืมที่จะให้คนตามหมอมาดูอาการ “อดทนไว้นะฉันให้คนไปตามหมอแล้ว” พัคซูโฮห่มผ้าให้หญิงสาวเพื่อให้ไออุ่นกับคนตรงหน้าเขาเฝ้าดูหญิงสาวไม่ห่างโชคดีที่กังจาไม่ทำร้ายเทียนกัลยาภัค รอไม่นานหมอก็เข้ามาดูอาการ “คนไข้ป่วยเพราะร่างกายอ่อนเพลียและที่สำคัญ เอ่อ...” “รีบพูดมาสิ!” “อวัยวะเพศบวมแดงช่วงนี้ต้องพักก่อนนะครับ หมอจ่ายยาให้แล้ว” ซูโฮจึงให้คนไปส่งคุณหมอครับและนั่งเฝ้าหญิงสาวจนถึงเช้า คอยเช็ดตัวให้ตามที่หมอแนะนำหรือเขาจะใจร้ายกับหญิงสาวมากเกินไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD