บทที่ 1 สบตา

1969 Words
รถหรูแล่นไปตามท้องถนนด้วยความเร็วดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังข้างถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวสะอาดตาฤดูนี้เป็นฤดูหนาวของประเทศเกาหลีทำให้มีหลายครอบครัวออกมาเที่ยวเล่นกัน “ผมส่งข้อมูลให้แล้วนะครับ” จองมินมือขวาคนสนิทของพัคซูโซที่ทำงานเคียงข้างเจ้านายหนุ่มมานานแสนนาน “เอาไว้ฉันจะมาดูก็แล้วกัน” พักซูโฮตอบไปอย่างไม่มีอารมณ์ที่จะดูเลยสักนิด ทุกอย่างน่าเบื่อไปหมดจนเขายังแปลกใจตัวเอง “นั้นให้ผมเลือกให้ไหมครับ คนนี้เป็นนางแบบเพิ่งดังหน้าตาใช้ได้เลยนะครับ” “อืม เอาไว้เจอคนที่ถูกใจแล้วจะบอก” ชายหนุ่มตัดบทและทั้งคนจึงตกอยู่ในความเงียบเป็นเรื่องปกติระดับมหาเศรษฐีที่จะหาจะหาของเล่นคลายเหงา พัคซูโฮ หนุ่มชาวเกาหลี อายุสามสิบสี่ปีเจ้าของธุรกิจส่งออกรถหรูและไนต์หลายแห่งทั่วประเทศ นิสัยเป็นคนเงียบไม่ชอบพูดอะไรมากชอบสันโดษและใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่าเสื้อผ้า ด้วยหน้าตาละฐานะทำให้มีหญิงสาวเข้าหาเป็นจำนวนมากแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่มีใครในหัวใจเลยสักคน “เจ้านายจะนั่งเครื่องไหมครับกว่าจะถึงปูซาน” “ไม่!! และนายก็เลิกพูดฉันต้องการความสงบ” จองมินจึงเลือกถามเพราะกลัวจะโดนดุเข้าไปใหญ่ พัคซูโฮเติบโตมาด้วยตัวเองครอบครัวบิดาเสียชีวิตทิ้งแค่สมบัติไว้ให้ส่วนมารดาก็ทิ้งชายหนุ่มไปสร้างครอบครัวใหม่ทำให้เขากลัวที่จะมีครอบครัว ห้าชั่วโมงต่อมาพัคซูโฮเดินทางมาถึงปูซานในเวลามืดค่ำแล้วจึงมุ่งหน้าไปไนต์คลับพรุ่งนี้เขามีภารกิจใหญ่ที่จะต้องทำหากพลาดนั้นคือจำนวนเงินมหาศาลที่จะเสียไป เอี้ยดดด! “ขอโทษครับพอดีมีคนตัดหน้า” แทจองสารถีขับรถเอ่ยขอโทษเจ้านายหนุ่มที่เบรกรถกะทันหันจนเกือบจะทำให้พัคซูโฮหัวทิ่มลงมา “อยากตายหรือไง!” “เดี๋ยวผมลงไปดูครับ” จองมินจึงอาสาลงไปดูเพราะกลัวจะมีคนปองร้ายเจ้านายตัวเอง “คุณเป็นอะไรไหมครับ” “เอ่อ ขอโทษจริงๆค่ะฉันไม่มองเอง” หญิงสาวตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเพราะพูดภาษาเกาหลีไม่ค่อยถนัดจนทำให้จองมินรีบตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน “คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ เป็นนักท่องเที่ยวระวังด้วยนะครับ” ชายหนุ่มเตือนหญิงสาวกลับไป “ขอโทษอีกครั้งนะคะ” เทียนกัลยาภัคจึงมองไปที่กระจกรถแต่ก็ไม่สามารถมองทะลุเข้าไปได้เพราะทุกอย่างมืดไปหมดจึงละสายตาหันมาขอโทษชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง “ถ้าไม่มีอะไรเชิญคุณไปได้เลยครับ” “ขอบคุณค่ะ” เมื่อหญิงสาวเดินหายไปกับความมืดแล้วจองมินจึงเดินขึ้นรถและให้แทจองออกรถทันทีโดยไม่ลืมที่จะหันไปรายงานเจ้านายที่นั่งอยู่ข้างหน้า “น่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติครับพูดเกาหลีไม่ค่อยได้” จองมินรายงานไปแต่ไม่สังเกตอาการของซูโฮเลยสักนิดตอนนี้ชายหนุ่มกำลังนั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง “สวย” คำนี้ยังดังอยู่ในสมองของเขาแวบแรกที่มองหญิงทำให้เขาอยากจะเห็นหน้าแต่พอจังหวะที่หญิงสาวหันมาสบตากับเขาทำให้หัวใจที่ไม่สั่นไหวกับเต้นเร็วขึ้นมาซูโฮจึงใช้มือจับไว้ที่หน้าอกข้างซ้าย “เจ้านายครับ!” “มึงตะโกนทำไมวะ!” “ก็ผมเห็นเจ้านายเหม่อคิดว่ากำลังคิดถึงใครอยู่” จองมินเรียกตั้งนานชายหนุ่มก็ไม่ตอบรับจนต้องตะโกนทำให้ซูโฮสะดุ้งขึ้นมา “หาผู้หญิงให้ฉันคนหนึ่ง” “ที่นัดไว้กับคุณฟีนิกซ์ละครับ” “ใครบอกว่าฉันจะเทมันหาผู้หญิงไปรอฉันที่โรงแรม” ตอนนี้เขาอยากปลดปล่อยชีวิตนี้เขาไม่อยากผูกมัดใครแค่จ่ายเงินแล้วแยกย้าย พัคซูโฮเดินเข้ามาในไนต์คลับผ่านประตูวีไอพีและเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุดของไนต์คลับซึ่งห้องวีไอพีจะมองเห็นวิวทั้งหมดของไนต์คลับ “กว่าจะมาฉันจะได้กินสาวๆหมดก่อน” “รถติดนิดหน่อย” ซูโฮนั่งลงและหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มไม่ลืมที่จะจุดบุหรี่สูบเพราะต้องการระบายความเครียด “ดูดบุหรี่เหมือนคนอกหัก” “เสือก!” ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันฟีนิซ์หนุ่มลูกครึ่งเกาหลีแคนาดาหน้าตาโหดๆแบบนี้ใครจะคิดว่าชายหนุ่มนั้นเป็นเจ้าของโรงพยาบาลและเป็นหมอศัลยกรรมมือดี “พรุ่งนี้มึงแน่ใจว่าจะขนของผ่านด่านได้” “ระดับกูไม่มีอะไรพลาด” ของที่ว่าก็คืออาวุธสงครามที่จะขายต่อให้กับรัฐบาลซึ่งจะต้องขนผ่านด่านใหญ่เพื่อเข้าไปในเมืองหลวง “ระดับเจ้าพ่อส่งออกซะอย่าง” ฟีนิกซ์ยังคงกวนอารมณ์ไม่เลิกเพื่อนของเขาไม่รู้จะใช้ชีวิตเครียดไปไหน “เลิกพูดมาก” “จะหาเงินไปทำไมสุดท้ายก็ไม่มีครอบครัว” “แล้วมึงหาเงินทำไมสุดท้ายก็ไม่มีเมีย” ซูโฮตอบกลับเรื่องสร้างครอบครัวอย่าหวังเลยว่าชายหนุ่มจะมีตอนนี้เขาอยู่คนเดียวจนชินไปแล้ว “เดี๋ยวนี้รู้จักยอกย้อน” “สาวๆดูแลเพื่อนพี่ให้ดีนะครับ เพื่อนพี่มันกำลังเข้าสู่วัยทองอารมณ์เลยแปรปรวน” ฟีนิกซ์หันไปบอกสองสาวที่นั่งข้างๆให้ดูแลซูโฮให้ดี “เก็บปากไว้กินข้าวเถอะมึง” ซูโฮยกเหล้าขึ้นมาดื่มยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวหญิงสาวทำให้เขาอยากจะอาเจียนออกมา “นั่งเฉยๆมือไม่ต้อง!” ชายหนุ่มหันไปดุหญิงสาวที่เริ่มแตะต้องเนื้อตัวของเขาไม่หยุดไม่พอยังจะพยายามเอาหน้าอกมาถูไถกับต้นแขนของเขา สายตามึงมองออกไปเรื่อยๆและสะดุดเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งที่เหมือนชายหนุ่มจะจำได้ขึ้นใจถึงแม้หญิงสาวจะอยู่ไกลแต่ความสวยความน่ารักก็ไม่ลดลงเลยสักนิด “ไอ้ซูโฮ ไอ้เหี้ย_มึงมองอะไร” ฟีนิกซ์จึงหันไปมองตามสายตาของเพื่อนจึงเข้าใจว่าเพื่อนกำลังจ้องมองผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ไม่วางตา “เปล่า” ชายหนุ่มเมื่อรู้ว่าเพื่อนกำลังจับผิดจึงรีบแก้ตัวและยกเหล้าขึ้นดื่ม อีกฝั่งของไนต์คลับเทียนกัลยาภัคกำลังนั่งรอเพื่อนอยู่ที่โต๊ะเพราะไม่กล้าออกไปไหน หากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้หนีทันเพราะหญิงสาวและเพื่อนไม่ได้มาทำงานแบบถูกกฎหมาย “เทียนอยากกลับแล้วเหรอ” “ตา มันอันตรายมากเลยนะหากถูกจับได้จะเป็นเรื่องเอา” “ก็ยัยมีนอยากมานะสิไม่รู้ตอนนี้หายหัวไปไหน” ปัญนิตาบ่นให้เพื่อนหากเถ้าแก่รู้พวกเธอจะต้องโดนเล่นงานเป็นแน่ “พวกแกพูดถึงฉันอยู่ใช่ไหม” มีนรญาเดินเข้ามาหาสองสาวที่นั่งรออยู่ สองสาวจึงมองไปตามเสียงมีนรญาเป็นคนสวยมากแต่นิสัยที่ชอบเอาเปรียบเพื่อน “ไปหาเป้าหมายมาหรือไง” ปัญนิตาพูดแชะเพราะมีนรญาวันๆจ้องจะหาแต่ผู้ชายรวยๆเพื่อหวังว่าจะไม่ต้องทำงานหนักอีก “พูดมากแกจะกลับก็กลับไปเลย นี่คีย์การ์ดโรงแรมฉันอุตส่าห์ห์อ้อนวอนหนุ่มๆ มาให้เป็นห้องสุดหรู” “เราต้องไปพักที่นี่เหรอ” เทียนกัลยาภัคหันไปถามมีนรญาเพราะเป็นโรงแรมหรูกลัวว่าจะไปผิดที่ “อือ เดี๋ยวฉันตามไป” มีนรญาจึงเดินหายไปกับผู้คนมากมายทั้งสองสาวจึงตัดสินใจที่จะกลับมารอที่โรงแรมเพราะถ้ากลับไปที่พักต้องโดนเถ้าแก่ดุแน่ เทียนกัลยาภัค ปัทมาเดชา หรือ เทียน สาวน้อยวัยยี่สิบสองปีที่เดินทางมาทำงานอยู่ประเทศเกาหลีครบหนึ่งแล้ว นิสัยไม่ยอมคนและเด็ดเดี่ยว ด้วยความที่เป็นคนตัวเล็กและใบหน้าที่สวยราวกับนางในวรรณคดีทำให้มักมีหนุ่มๆ เข้ามาขายขนมจีบไม่เว้นวัน เทียนกัลยาภัคและปัญนิตาจึงเดินทางมาถึงที่พักและเข้าเช็คอิน เทียนกัลยาภัครู้สึกหิวขึ้นมาจึงให้เพื่อนขึ้นไปพักก่อนส่วนหญิงสาวจึงเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อ “คุณมาแล้วเหรอครับเดี๋ยวผมพาขึ้นไปที่ห้องพัก” “ค่ะ” ถึงแม้จะแปลกใจแต่ก็เดินตามชายหนุ่มไปเพราะคิดว่าเป็นพนักงานของโรงแรมจึงไม่ได้คิดอะไรป่านนี้เพื่อนสาวคงหลับไปแล้ว “เชิญครับ” ลูกน้องของซูโฮเชิญให้หญิงสาวเข้าห้องไปและไม่ลืมที่จะปิดประตู เทียนกัลยาภัคที่เริ่มแปลกใจเพราะทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อคิดว่ามาผิดห้องจึงจะหันหลังกลับแต่เมื่อพยายามเปิดประตูก็ไม่สำเร็จ “เปิดประตูนะ มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง” หญิงสาวเริ่มใจเสียเพราะกลัวว่าจะได้รับอันตราย “ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวตะโกนไปก็ไม่มีประโยค” เทียนกัลยาภัคจึงหันไปมองตามเสียงชายหนุ่มที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำทรงผมที่ปัดลวกๆทำให้เขาดูดีไม่น้อยแต่หญิงสาวก็ต้องตกใจเพราะเขาเริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ “เธอนั้นเอง” ที่แท้ก็ทำอาชีพแบบนี้เขาคิดไว้ไม่มีผิดใครๆก็ต้องการเงินเท่านั้น ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปไกลๆจนทำให้หญิงสาวถอยหลังไปชนกับประตู “ถอยออกไป หนูจะกลับ” เทียนกัลยาภัคเริ่มจะคุมสติไม่อยู่เพราะกลัวอีกฝ่ายความสูงของชายหนุ่มทำให้เธอดูตัวเล็กไปทันไปแต่ยิ่งห้ามชายหนุ่มก็ยิ่งเดินเข้ามาใกล้จนคว้าเอวบางไว้ได้ “เข้ามาแล้วคิดว่าจะออกไปได้ง่ายๆเหรอ” “คุณกำลังเข้าใจผิด หนูแค่เข้าผิดห้องปล่อย!” เทียนกัลยาภัคพยายามจะบอกชายหนุ่มตรงหน้าแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ฟังเธอเลยสักนิด “เล่นตัวเพื่ออับราคาหรือไง ฉันไม่หลงกลหรอก” คนที่คิดว่าหญิงสาวแกล้งทำเป็นต่อต้านเพื่อหวังจะอัพค่าตัวตอนนี้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนแป้งเด็กแต่แปลกที่ทำให้เขากับติดใจในกลิ่นของหญิงสาว “คุณพูดอะไรหนูไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่านะ” หญิงสาวจึงพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผลสายตาที่ดูน่ากลัวและรอยสักตรงต้นคอทำให้เทียนกัลยาภัคกลัวจนตัวสั่นขึ้นมา “อืม หอมดีอย่าดิ้นสิ!” พัคซูโฮเมื่อได้กลิ่นหอมจากตัวหญิงสาวทำให้เขารู้สึกสบายตัวขึ้นและรู้สึกผ่อนคลายแต่ร่างเล็กไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวจึงเริ่มโมโห “ปล่อย! ไอ้โรคจิต” “อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยเดี๋ยวให้ค่าตัวเพิ่ม” “อื้อออ!” เสียงหวานถูกกลืนเข้าไปในลำคอเมื่อชายหนุ่มก้มลงมาจูบที่ริมฝีปากบางเมื่อชายหนุ่มพยายามจะสอดแทรกลิ้นเข้ามาเทียนกัลยาภัคจึงพยายามสะบัดหน้าหนีและผลักชายหนุ่มออกให้พ้นตัว “ดื้อหนักใช่ไหม” “กรี๊ดดดดด” หญิงสาวกรีดร้องขึ้นมาเมื่อพัคซูโฮอุ้มพาดบ่าและเดินมุ่งหน้าเข้าไปที่ห้องนอน หญิงสาวทั้งจิกทั้งข่วนเพื่อให้ชายหนุ่มปล่อยตัวน้ำตาแห่งความกลัวจึงไหลออกมาจากห่างตา “เพี้ยะ! ถ้าทำร้ายฉันอีกอย่าหาว่าฉันใจร้าย” ซูโฮใช้ฝ่ามือฟาดลงไปที่ก้นของหญิงสาวเพื่อให้หญิงสาวเลิกทำร้ายเขาเสียที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD