คุณมัญชุตาเดินเข้าบ้านอย่างร้อนใจ เมื่อท่านไปที่โรงพยาบาลมาแล้วได้ยินข่าวลือของลูกชายและลูกสะใภ้หนาหู โทรหาคิมหันต์ก็ไม่รับสาย จะไปคุยกับอวิกาก็เห็นเด็กบอกว่าไม่อยู่บ้าน
“ตาสนต์อยู่ไหนรู้ข่าวพี่ชายเราไหม” ท่านเลือกโทรถาม นพ.วสนต์ บุตรชายคนเล็กและเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับอวิกาด้วย
“ครับแม่ เพิ่งได้ยินมาเหมือนกัน” วสนต์ตอบไม่มีเค้าพูดเล่น
“แล้วพี่ชายลูกอยู่ไหน แม่โทรหาไม่ติดเลย” ท่านถามต่อ
“คงจะกำลังเดินทางอยู่มั้งครับแม่”
“อะไรนะกำลังเดินทาง? เดินทางไปไหนอ้อมท้องมันไม่รู้เหรอ” ท่านโมโหถึงขนาดเรียกลูกชายคนโตว่า 'มัน'
“เห็นว่าไปอังกฤษครับแม่ พี่คิมก็ไม่ได้บอกผมเหมือนกัน ผมอาศัยถามเลขาแพทย์มาเมื่อเช้า” วสนต์บอกตามตรง คิมหันต์คงไม่บอกแม่แน่เพราะแม่เขารักอวิกายังกับลูกสาวแท้ๆ เขาเองก็ผิดหวังกับพี่ชายลึกๆ เหมือนกัน แต่ไม่อยากพูดตำหนิใครออกไป เพราะมันคงเปลี่ยนความจริงที่เป็นตอนนี้ไม่ได้
#################
“คิม.. ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน” คุณมัญชุตามารดาของนพ.คิมหันต์ โทรถามลูกชายเสียงเรียบหลังจากที่ท่านพยายามโทรหาเขามาหลายวัน
“อังกฤษครับแม่ ผมมีงานได้เข้าร่วมทีมทำวิจัยงานชิ้นใหม่ มันค่อนข้างกระทันหันครับเลยยังไม่ได้บอกแม่” คิมหันต์ตอบเขาจงใจไม่รับสายมารดาในช่วงวันแรกๆ เพราะต้องการลดความโมโหของท่านให้เบาลง
“งานวิจัยชิ้นใหม่ แล้วมันจำเป็นต้องมีเมียคนใหม่ด้วยเหรอคิม” มารดาดักคอคิมหันต์เงียบไปชั่วครู่
“อ้อมบอกแม่เหรอครับ”
“ลูกคิดว่าแม่จะต้องรอยายอ้อมมาบอกอะไรๆ เหรอ เรื่องของหมอคิมกับหมอดารินที่พากันหนีไปอยู่เมืองนอก มันกลายเป็นเรื่องโจ๊กให้คนทั้งโรงพยาบาลนินทากันแล้ว” มารดาเกรี้ยวกราด
“คิมทำแบบนี้ได้ยังไงทั้งที่รู้ว่ายายอ้อมท้อง แม่สอนให้ลูกมีน้ำใจกับผู้คน สอนให้ลูกมีความรับผิดชอบมาตลอดไม่ใช่เหรอแล้วลูกบอกให้น้องไปทำแท้งได้ยังไง ลูกยังมีความเป็นหมออยู่ไหม” เสียงมารดาผิดหวังมาก
“แม่ครับผมไม่ได้รักอ้อมแล้ว ถึงฝืนใจอยู่กันไปผมก็มีแต่ทำร้ายเขามากขึ้น เรื่องลูกผมไม่ได้บอกให้ทำแท้ง ผมแค่บอกว่าถ้าอ้อมไม่พร้อมจะดูแลจะเอาออกผมก็ไม่ว่า แต่ถ้าอ้อมจะเอาลูกไว้ผมจะทำหน้าที่พ่อเท่าที่จะทำได้ ผมกับอ้อมเราจะเป็นแค่พ่อกับแม่ เกี่ยวข้องกันแค่นั้น” คิมหันต์ยืนยันหนักแน่น
“จำคำพูดของลูกในวันนี้ไว้ให้ดี แม่จะถือว่าลูกเลือกเอง ลูกเลือกแล้วขอให้เป็นตามนี้ เรื่องยายอ้อมกับหลานแม่จะจัดการเอง ถ้าลูกจะคิดว่าเป็นแค่พ่อกับแม่นั่นก็แล้วแต่ลูก แต่ขอให้รู้ไว้ว่าสำหรับแม่และคนในครอบครัวคนอื่นๆ อ้อมยังเป็นคนในครอบครัวของเรา เป็นลูกสาวของแม่อยู่ แม่จะบอกคิมแค่นี้ล่ะ”
มารดาวางสายไปแล้ว แต่คิมหันต์ยังถือโทรศัพท์ค้างอยู่
“คิมคะ เราออกไปหาอะไรทานกันเถอะค่ะ” พญ.ดาริน ผู้ที่ย้ายตามเขามาเดินมาหาเขา เธอแต่งตัวสวยพร้อมออกข้างนอก
“รินเราทำอะไรกินกันเองบ้างไหม วันนี้ผมเหนื่อยมาก” ชายหนุ่มพูดกับคนรัก
“งั้นเดี๋ยวรินอุ่นอาหารแช่แข็งให้นะคะ” เธอบอกเสียงหวาน
#######################
เมื่อลดาวัลย์ลางานมาอยู่เป็นเพื่อนอวิกาไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของพีรยาเพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่มคือพีรยา และเธออยู่ในช่วงลาพักร้อนเธอจึงสามารถปลีกตัวมาหาเพื่อนได้
“แกไหวไหมอ้อม แล้วจะย้ายไปอยู่ที่ไหน” พีรยาถามเพื่อน เธอชงกาแฟให้ตัวเองและเทนมให้เพื่อนสาวที่กำลังตั้งครรภ์
“ตอนนี้แกอยู่ไหนมด ให้ฉันไปอยู่ด้วยได้ไหม”
อวิกาถามเพื่อน จากที่เคยคิดว่าจะแค่ลาพักร้อนชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วกลับไปทำงานต่อ กลายเป็นว่าเสียงซุบซิบและคำพูดของคนในโรงพยาบาลทำให้เธอไม่อยากกลับไปเหยียบที่นั่นอีกแล้ว หญิงสาวอยากไปไหนไกลๆ ที่ไหนก็ได้สักที่หนึ่ง
“เฮ้ย....ฉันทำงานที่นิคมลำพูนแกก็รู้ แกจะย้ายไปโน่นเลยเหรอ” งานของเธอคือเป็นนักเคมีด้านการจัดเก็บสารพิษหรือสินค้าอันตรายในคลังสินค้าขนส่ง ซึ่งหญิงสาวประจำสาขาที่นิคมอุตสาหกรรมลำพูน
“จริงๆ ก็อยากไปไหนไกลๆ นะ” อวิกาพูด
“เฮอะ...แม่ผัวแกเขาจะยอมเหรอ” พีรยาเดาได้ว่าไม่ว่าลูกชายจะเป็นอย่างไร แต่คุณมัญชุตาย่อมต้องยินดีอย่างยิ่งกับการตั้งครรภ์ของอวิกา
อวิกาหลับตาลงร้องไห้เงียบๆ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่อยากเชื่อว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง คำพูดของคิมหันต์ที่บอกว่า “พี่ไม่รักอ้อมแล้ว” มันยังลอยวนไปมาในหัว
ภาพในคืนวันนั้นฉายซ้ำๆ อยู่ในความคิดและความทรงจำ จนเธอไม่รู้ว่าจะหลุดพ้นจากมันได้อย่างไร
พีรยามองเพื่อนอย่างเห็นใจ เธอช่วยอะไรไม่ได้นอกจากอยู่ข้างๆ ในยามนี้ ยามที่อ่อนแอทั้งกายและใจ หญิงสาวจับมือเพื่อนขึ้นมาบีบเบาๆ
“อ้อมอย่าคิดมากนะ เดี๋ยวจะมีผลกับลูกในท้อง เอางี้ตอนนี้ฉันอยู่หอเล็กๆ แต่ถ้าแกอยากไปที่นั่นฉันจะไปหาบ้านเป็นหลังดีๆ ที่เหมาะกับคนท้องแล้วเราเช่าอยู่ด้วยกันนะ”
ในอีกสองสัปดาห์ต่อมาอวิกาก็ได้ย้ายไปลำพูน โดยมีลดาวัลย์เพื่อนสนิทและนพ.วสนต์ น้องชายของคิมหันต์เดินทางไปส่ง ส่วนพีรยาล่วงหน้าไปเตรียมหาบ้านไว้รอก่อนหน้านั้นแล้ว และขับรถยนต์ของอวิกาขึ้นไปไว้ที่ลำพูนให้เรียบร้อย
กว่าจะถึงที่นั่นก็บ่ายแก่ อวิกาที่หลับมาเกือบตลอดทางตื่นพอดีเมื่อใกล้ถึงบ้าน
วสนต์ช่วยขนของของอวิกาลงมาจากรถ จริงๆ เขารุ่นราวคราวเดียวกับอวิกาและเพื่อนๆ และยังเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันในสมัยมัธยม เพียงแต่ไม่สนิทกับอวิกาเท่ากับลดาวัลย์และพีรยา
ชายหนุ่มมองบริเวณอย่างค่อนข้างพอใจกับสภาพโดยรวม บ้านที่พีรยาหาไว้เป็นบ้านชั้นเดียวมีรั้วรอบขอบชิด มีรปภ.หมู่บ้านดูน่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง
“อยู่ที่นี่ถ้ามีปัญหาอะไรอ้อมบอกเราได้เลยนะ เรื่องรพ.ไม่ต้องห่วงที่นี่ใกล้เชียงใหม่ ขับรถไปแปบเดียวถึง”
“ขอบใจนะสนที่มาส่ง แล้วจะกลับกรุงเทพฯเลยหรือพักสักคืนก่อนไหม เราว่าพักสักคืนดีกว่า” อวิกาชวนน้องชายอดีตสามีพักสักคืน
วสนต์ทำท่าคิด “จริงๆ เราไม่มีงานด่วน ลาไว้แล้วมีเวลาอีกสองวันสบายๆ แล้วลดาจะกลับวันไหนเหรอ” เขาหันไปถามลดาวัลย์
“ก็คงจะคืนพรุ่งนี้มั้ง จะได้ไปถึงเช้ามะรืนยังไม่ได้จองตั๋วเลย คงต้องดูตั๋วก่อน” ลดาวัลย์พูดถึงตั๋วรถทัวร์ วสนต์ขมวดคิ้ว
“จะไปจองทำไมก็กลับด้วยกันสิ ฉันไปรับเธอมาก็ต้องไปส่ง”
ลดาวัลย์รีบปฏิเสธ “ไม่เป็นไรหรอก ฉันกลับเองได้”
“เธอนี่น่าจะเพี้ยน มีรถกลับสบายๆ ไม่ชอบ หรือกลัวฉันจะทำอะไรเธอ” วสนต์ส่ายหน้าไปมาเบาๆ
“เปล่า ใครเขาจะไปคิดแบบนั้น” ลดาวัลย์เถียงทันที อวิกามองสองคนที่ต่อปากต่อคำกันไปมา เธอว่าเธอผิดสังเกตอะไรบางอย่างของคู่นี้แล้วแต่ไม่ทักดีกว่า ดูไปเรื่อยๆ อวิกาคิดในใจ
เย็นนั้นพวกเธอทั้งสี่คนออกไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บรรยากาศสบายๆ อยู่ริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายทำให้อวิกาสบายใจขึ้น จนมีเสียงหนึ่งทักขึ้น
“อ้อม ลดามาเที่ยวเหรอ” สองสาวหันไปมองรวมถึงพีรยา ทุกคนพูดพร้อมกัน
“พี่วิน” นาวินเดินตรงมาหา “เป็นไง ได้ข่าวว่าอ้อมแต่งงานตอนนั้นพี่ไม่อยู่ไทย โทษทีนะที่ไม่ได้ไปร่วมงาน”
อวิกาหน้าสลดลง “ไม่เป็นไรค่ะพี่วิน พี่วินมากับใครเหรอคะ” เธอเห็นคนกลุ่มใหญ่ที่มากับนาวิน
“พี่มาเที่ยวบ้านเพื่อนที่ลำพูนครับ นี่พระพายแฟนพี่ นั่นฟ้าจ้ะเพื่อนพระพาย ส่วนนี่พ่อเลี้ยงไอยเรศเป็นคนท้องที่” เขาแนะนำคนที่มาด้วยให้พวกเธอรู้จัก และหันไปแนะนำพวกเธอ “พายจ๊ะนี่อ้อม ลดา มดเพื่อนรุ่นน้องพี่ครับสมัยเรียนมัธยม”
พระพายพยักหน้าทักทาย รวมถึงนภดาราด้วย จนไอยเรศพูดขึ้นว่า “ไหนๆ ก็เป็นเพื่อนนายวิน เรารวมโต๊ะกันเลยไหมครับ ในฐานะที่ผมเป็นคนท้องถิ่น ขออนุญาตเลี้ยงต้อนรับทุกคนเลยละกัน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พ่อเลี้ยง เราเป็นเพื่อนพี่วินแต่ไม่ใช่เพื่อนพ่อเลี้ยง คงไม่รบกวนขนาดนั้นขอบคุณมากนะคะ” พีรยากล่าวขึ้นมา เธอไม่ชอบการนั่งทานอาหารร่วมกับคนที่ไม่สนิทสนม
ไอยเรศยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกครับน้องมด พี่ชอบเลี้ยงข้าวคน เรียกพี่ว่าพี่ช้างก็ได้นะครับ อย่าเรียกพ่อเลี้ยงเลยมันดูห่างเหิน”
วสนต์พูดขึ้นกลางวงว่า “แหม..พี่ช้างกับน้องมด ฟังดูน่ารักนะครับ เหมือนบุพเพเลย”
“หมอสนต์ ไม่พูดไม่มีใครว่าหมอเป็นใบ้นะคะ” ลดาวัลย์เหน็บแนมวสนต์
ไอยเรศโบกมือเรียกพนักงาน “ขยายโต๊ะให้เป็นโต๊ะใหญ่เลย ผมเลี้ยงเอง”
นั่งทานอาหารกันไปสักระยะ จนไอยเรศทราบว่าอวิกาเพิ่งจะเดินทางมาถึงและมีแผนจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะคนพื้นที่เขาจึงบอกเธอว่า
“ถ้าสนใจทำงานที่นี่บอกพี่ได้นะครับ เผื่อพี่ช่วยแนะนำได้”
“ขอบคุณค่ะพี่ช้าง” อวิกาขอบคุณเขา อย่างน้อยการมาวันแรกก็ยังได้พบคนมีน้ำใจ
“แล้วพักกันที่ไหนเหรอครับ” อวิกาบอกสถานที่ไป และขยายความต่อ
“เลือกเช่าบ้านแถวนั้นเพราะใกล้ที่ทำงานมดน่ะค่ะ มดเป็นนักเคมีในนิคม” ไอยเรศพยักหน้ารับรู้ เขาชวนคุยเรื่องอื่นๆ ต่อนับได้ว่าเขามีอัธยาศัยดีมาก