ตอนที่ 3 แรกพบ

1598 Words
ณ.โรงแรมแกรนด์ปาร์ค ฉันขับรถส่วนตัวมาจนถึงโรงแรมหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง ก่อนเดินเข้าไปในโรงแรม และแวะเข้าห้องน้ำก่อน ฉันมองตัวเองสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนเข้างาน “แต่งโป๊ไปรึเปล่านะ แต่ไม่หรอก ชุดก็ไม่ได้เปิดอะไรมากซะหน่อย ผู้หญิงที่ผ่านตาในงานยังชุดแหวกกว่าฉันซะอีก” ฉันส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำหยิบมือถือต่อสายหากรณ์ทันที “ฉันมาแล้ว ท่านประธานอยู่ไหนคะ” ฉันเข้าสู่บทละคร ในฐานะ ลูกน้องของท่านประธานฝืนใจชะมัด “อยู่ด้านใน ฟ้าครามคุณเข้ามาเลยได้เลย” ทุกคนอาจจะสงสัยทำไมฉันถึงต้องสุภาพกับกรณ์ในขณะโทรศัพท์ตอนนี้ใช่ไหม แน่นอนว่า งานนี้เป็นดีลที่มีมูลค่าสูงมาก แต่ตอนนี้รอบตัวของกรณ์ ก็คงรายล้อมไปด้วยซีอีโอบริษัทคู่แข่ง ดังนั้นการสร้างภาพลักษณ์ของซีอีโอให้ดูน่าเกรงขามจึงสำคัญมาก ๆ เพื่อชักจูงให้ดูเป็นที่น่าเชื่อถือ และนี่คือสาเหตุที่ฉันไม่ชอบไปดีลงานไหนกับกรณ์ เพราะสุดท้ายต้องคอยทำเป็นนอบน้อมให้ตัวกรณ์นั้นดูสง่าราศีที่สุด ถ้าไม่ใช่เพื่อบริษัทที่ฉันก็ได้รับผลประโยชน์ล่ะก็ ไม่มีทางที่ฉันจะมาอ่อนหวานต่อหน้ามันแน่ ภายในงานเต็มไปด้วย คนชนชั้นสูง และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจทั้งนั้น ฉันต้องพยายามสำรวม สุภาพ กิริยาอ่อนหวานเข้าไว้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอดทนได้สักแค่ไหน แต่เพื่องานล่ะก็ทำได้อยู่แล้ว “ขออภัยค่ะ ท่านประทานที่มาสาย” ฉันเดินเข้าไปโค้งคำนับให้กรณ์ที่กำลังคุยกับนักธุรกิจคนอื่น ๆ แถมยังเป็นคู่แข่งซะด้วย “ไม่เป็นไร ผมรู้ว่าคุณรถติด อ่ะนี่ คุณพิชัย ประธานบริษัท M กรุ๊ป” “สวัสดีค่ะ คุณพิชัย” “ไม่ต้องพิธีรีตอง คนกันเองทั้งนั้น ไม่นานนี่ก็เจอกันมาก่อนไม่ใช่หรือไงคุณฟ้าคราม” ฉันได้ยินดังนั้น ก็ค่อนข้างหงุดหงิดเล็กน้อย แท้จริงแล้วเมื่อเดือนก่อนฉันเพิ่งดีลแย่งงานของบริษัท M กรุ๊ปไป ดูท่าจะแค้นฝั่งหุ่นไม่น้อยจนตอนนี้ “นั่นสินะคะ งั้นฟ้าขออนุญาตคุยกันเองกับคุณพิชัยแล้วกันค่ะ” สิ้นคำ กรณ์หันมาสะกิดมือฉันให้ระงับท่าที แต่ระดับฉันใครจะกลัว “คราวนี้คุณฟ้าคงไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรมาแย่งงานผมหรอกนะครับ” แน่นอนว่าคุณพิชัยนั้นเริ่มเปิดศึกก่อนอย่างตรงไปตรงมา กรณ์เองก็ดูท่าไม่ดีซะแล้ว แต่ฉันน่ะไม่ใช่คนให้ข่มกันได้หรอก ไม่งั้นทุกครั้งที่ฉันเจอบริษัทเขา จะแย่งงานได้มาทุกครั้งได้ไงล่ะ “แหม เล่ห์เหลี่ยมอะไรค่ะ เป็นเพราะแผนสาวงามของคุณพิชัยมันไม่ได้ผลมากกว่ามั้ง” ฉันพูดไม่อ้อมค้อมเช่นกัน แถมเบนสายตาไปยังเลขาเขาอย่างเปิดเผยว่าฉันหมายถึงอะไร “คุณฟ้าครามก่อนพูดอะไรช่วยไตร่ตรองด้วยนะครับ ไม่ใช่พูดอะไรไม่มีหลักฐาน” คุณพิชัยตีโพยใหญ่ หึ “หลักฐาน คุณอยากให้ฉันเอามากางให้ดูตรงนี้จริง ๆ เหรอคะ แน่ใจนะ” ฉันแสยะยิ้ม “เอ่อ...ล้อเล่นครับล้อเล่น หวังว่าคุณฟ้าครามจะไม่ถือสาผมที่พูดอะไรไร้สาระ” “งั้นเหรอคะ อดให้คุณพิชัยดูเลย อ่ะจริงสิ แทนที่เราจะมาเขม่นกันแบบนี้ คุณพิชัยอย่าลืมนะคะ ว่าโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่เกือบพันล้าน ไม่ใช่มีแต่บริษัทของเราทั้งสองร่วมเสนอ แต่ลองมองออกไปให้กว้างนะคะ จะพบว่ามีอีกหลายบริษัทยักษ์ใหญ่กว่าเราจ้องจะงาบโครงการนี้เหมือนกัน” “นะ...นั่นสินะครับ” คุณพิชัยหันยิ้มเจื่อน ๆ ให้ฉัน หึ ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าคนอย่างฉันจะให้ใครข่มได้ง่าย ๆ ส่วนกรณ์เองแทนที่จะทำตัวขึงขังให้ดุสมาร์ทหน่อยก็ทำไม่ได้ เบื่อชิบต้องคอยมาตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ตลอด “ว่าแต่ตอนนี้กลุ่มนายทุนเศรษฐีต่างชาติยังไม่มาเหรอคะ ท่านประธาน” ฉันหันไปเอ่ยกับกรณ์ที่ยืนมองไปมาราวกับกำลังสำรวจอะไรบางอย่าง “ยังเลย แต่นี่มันก็เลยกำหนดการที่ทางบริษัทเขาจะกล่าวแถลงเปิดตัวโครงการรีโนเวทโรงแรมบนเกาะนั่นนินา” ฉันก็ยืนมองดูไปรอบ ๆ อย่างสงบเหมือนกัน เท่าที่เห็นก็มีแต่บรรดานักธุรกิจที่ต้องการร่วมดีลงานกับโครงการนี้ทั้งนั้น แต่ตัวของกลุ่มนายทุนกลับไม่เห็นเลย รู้สึกแปลก ๆ ชอบกลจริง ๆ ไม่นานนัก บนเวที ก็มีคนสูงสง่าเดินขึ้นก่อนกล่าวบนเวที “ก่อนอื่นต้องของกล่าวสวัสดีทุกคนณ. ที่แห่งนี้ด้วยครับ แต่เนื่องจากท่านประธานของเราติดภารกิจสำคัญจนไม่สามารถออกมาตอนรับ และชี้แจงเรื่องโครงการได้ เพราะเหตุสุดวิสัย ทางเราจึงจะเปลี่ยนวิธีการโดยให้แต่ล่ะบริษัทนำเอกสารแนวความคิดที่มีต่อโครงการของเรา เพื่อให้ทางเราได้พิจารณา และจะมีการติดต่อส่วนตัวไปในภายหลัง บริษัทไหนเตรียมเอกสารมาแล้ว ก็สามารถยืนให้ผม ตรงโต๊ะด้านขวาได้เลยนะครับ จากนั้นเชิญทุกท่านเพลินเพลินกับ เสียงเพลง และอาหารชั้นเลิศตามอัธยาศัย ขอบคุณครับ” หลังจากชายคนหนึ่งกล่าวเสร็จแล้ว ภายในงานก็ยังคงดำเนินต่อไป “เอกสารนี้ เราแค่ต้องไปยื่นให้เขาใช่ไหมฟ้าคราม” กรณ์หันมามองฉัน “ค่ะ และท่านประธาน ควรเป็นคนนำเอกสารไปยื่นให้บริษัทนายทุนนั้นด้วยตัวเองนะคะ เพื่อแสดงความจริงใจ ส่วนดิฉันขอตัวกลับก่อน ดูเหมือนวันนี้คงไม่มีอะไรอีกแล้ว” ฉันยืนพูดกับกรณ์ได้สักพัก คุณพิชัยก็หัวเสียที่ไม่ได้คุยกับกลุ่มนายทุน และปลีกตัวออกไป ทำให้ฉันและกรณ์ ผ่อนคลายกลับมาเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ตามเดิม “แย่ว่ะมาเสียเที่ยวซะแล้ว” “ช่างเถอะ ยังไงซะขอให้เขาได้เอกสารเราไปก่อน จากนั้นก็มาสวดมนต์ให้เขาสนใจสิ่งที่เรานำเสนอไปบ้าง” “ก็นั่นแหละ แล้วนี่จะไปดื่มต่อกับฉัน หรือกลับเลย” “ฉันจะกลับก่อนไม่ไหว ช่วงนี้ไม่ค่อยได้นอน” “โอเค กลับดีๆ ล่ะ” “อืม ฉันไปก่อนละ ไว้เจอกันที่บริษัท” ฉันโบกมือให้กรณ์ ก่อนจะเดินออกจากงานไปตามโถงทางเดิน แต่จู่ ๆ จิตสัมผัสของฉันก็รับรู้ได้ถึงแรงอาฆาตอย่างรุนแรง จนทำให้ฉันรู้สึกปวดหัวอย่างหนัก “อั่ก...นี่มันอะไรกัน ระ...รุนแรงชะมัด” ฉันยืนสูดอากาศหายใจให้เต็มปอดก่อนจะเดินตรงไปตามเงาดำเพื่อหาจุดกำเนิดของแรงอาฆาตนี้ “นี่มันชั้น VIP ของโรงแรม ฉันเข้ามาได้รึเปล่านะ แต่ทางมันก็โล่งแปลก ๆ คงเดินเข้ามาได้อยู่ละมั้ง” ฉันเดินไปบ่นไป ใจก็ไม่อยากจะเข้ามายุ่งวุ่นวายหรอก แต่แรงอาฆาตนี้เหมือนกำลังเรียกฉัน หากกลับไปดื้อ ๆ มีหวังว่าความสุขในชีวิตจะถดถอยไปอีกจากที่เป็นแน่ ฉันเดินมาจนถึงประตูห้องหนึ่ง รังสีอาฆาตรุนแรงกว่าเคย ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกไม่ดี จนอยากจะอ้วก ในห้องนี้มีผีกี่ตนกันแน่เนี่ย ฉันรู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่ผีตนเดียวแน่ ๆ คนที่ถูกตามจองล้างจองผลาญเขาทนอยู่มาได้ไงนะ ‘จะเคาะห้องเขาดีไหม เขาจะหาว่าเราเสือกรึเปล่าวะ’ ฉันคิดในใจพลางเดินวนไปวนมาอย่างครุ่นคิดจนสุดท้ายก็เลือกที่จะเคาะประตูนั่นไป “เอาว่ะ เป็นไงเป็นกันฉัน” ฉันกุมหน้าอกตัวเอง ทำใจที่จะเสือกกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก่อนจะยกมือเคาะประตูนั่นไป ‘ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก’ ฉันเคาะประตูไป ทันใดนั้นฉันได้ยินเสียงตะโกนแผดออกมาดังมาก “เข้ามา” เสียงอันดุดันนั้นทำให้ฉันก้าวขาไม่ออก ใครจะเดินเข้าไปห้องของคนที่ไม่รู้จักกันละ ฉันแค่มาตามเสียงเรียกของผีก็เท่านั้น “ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก” ฉันยังคงเคาะประตูอยู่ที่เดิม จากนั้นเสียงสถบดังก็แผดแรงมาอีกหน “พูดไม่รู้เรื่องรึไงว่ะ” เหมือนเสียงอันดุดันนี้จะดังมากกว่าเดิมราวกับเจ้าตัวนั้นอยู่ด้านหน้าเพียงแต่ประตูนั้นยังกั้นไว้ ประตูเปิดขึ้นอย่างเร็ว แต่ฉันยังไม่ทันได้มองคนตรงหน้า มือของเขาก็ปรี่เข้ามาจับต้นคอฉันก่อนอย่างจัง เมื่อสองสายตาประสานทั้งฉัน และ เขา เราทั้งคู่ต่างตกอยู่ในภวังค์หลุมอากาศสักอย่าง สำหรับฉัน รูปร่างที่ดี ใบหน้าที่หล่อคมกริบตรงนี้ หากผู้หญิงที่ไหนพาลมาสบตารับรองได้ว่าสามารถตกอยู่ในภวังค์แห่งการลุ่มหลงได้ไม่อยาก แต่มันไม่ใช่สำหรับฉัน เพราะตอนนี้สิ่งที่ทำให้นัยน์ตาคู่สวยของฉันเบิกตาโพลงมากกว่า คือกลุ่มคนจำนวนมากที่อัดแน่นไปทั้งห้อง โดยที่ไม่มีใครมองเห็นนอกจากฉัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD