ตอนที่ 5 โครงการพันล้าน

1228 Words
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ฉันเดินเข้าบริษัทตามเคย แต่เพราะหลายวันมานี้ ฉันนอนไม่ค่อยหลับ นอกจากพวกผีตามทางจะคอยแวะเวียนมาหาแล้ว เรื่องเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนก็ยังตามมากวนใจ ฉันสลัดดวงตาดุดันนั้นไม่ออกเลย ราวกับมันเป็นรอยประทับที่เมื่อเห็นเพียงครั้งก็จะจดจำไปจนตายซะอย่างนั้น “อั่ก...” เป็นเพราะฉันเหม่อ ขณะที่จะเดินไปยังห้องของท่านประธาน ทำให้เดินชนใครสักคนอย่างจัง ให้ตายเถอะต้องเรียกสติตัวเองให้กลับมาหน่อยแล้ว “ขอโทษทีค่ะ เป็นฉันไม่ระวังเอง” ฉันหันไปสบตาก่อนที่จะเอื้อมมือไปช่วยเขา แต่ไม่รู้เพราะใบหน้าของฉันที่มันดูตาขวาง ดุดัน แถมไม่ได้นอน ทำให้คนตรงหน้าตกใจตื่นกลัวจนตัวสั่น พูดจาฟังไม่รู้เรื่อง “ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ ผมผิดเองที่เดินชนผู้จัดการ” “หืม...เรียกฉันว่าผู้จัดการแบบนี้ แสดงว่าพนักงานใหม่สินะ” “ครับ” ชายตรงหน้ายืนสำรวมก้มหน้า กุมมือตัวสั่นหงิก ๆ ดูท่าฝ่ายอบรมคงเอาฉันไปพูดอะไรไม่เข้าท่าให้คนตื่นกลัวแบบนี้อีกแล้วนะสิ เอาซะตอนนี้คนทั้งบริษัทที่อยู่ใต้อำนาจมองฉันเป็นนางยักษ์นางมารกันหมดแล้ว ไม่นานเลขาของกรณ์ ก็เดินผ่านเข้ามาพอดี เมื่อเธอเห็นฉันประจันหน้าเด็กใหม่ก็แลดูตกใจจนต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย “เกิดอะไรขึ้นคะ คุณฟ้า” “ไม่มีอะไร แค่เดินชนกัน” เลขาได้ยินดังนั้นก็หันไปขึ้นเสียงกับพนักงานใหม่ “นายเดินชน คุณฟ้าเหรอ ขอโทษรึยัง” “ใจเย็น ๆ ฉันเป็นฝ่ายเดินชนเขาเอง ไม่มีอะไรหรอก กลับไปทำงานเถอะ”ฉันหันไปพูดกับพนักงานใหม่ก่อนจะหันกลับมาพูดกับเลขาของกรณ์ “ว่าแต่กรณ์มาทำงานรึยัง” “ท่านประธาน มาแล้วค่ะคุณฟ้า” “ฉันมีเรื่องต้องปรึกษากับกรณ์ เธอช่วยชงกาแฟเข้ามาให้ฉันด้วยได้ไหม” “ได้ค่ะ คุณฟ้า” “ขอบใจมากนะ” ฉันตบไหล่เธอเบา ๆ ก่อนจะตรงไปยังห้องประธานของตึกนี้ ชั้นบนสุดอย่างเคย ณ.ห้องประธานบริษัท “ทำไมมาหาแต่เช้า ฉันยังไม่ได้เรียกซะหน่อย” กรณ์ที่กำลังหัวหมุนกับเอกสารกองโตตรงหน้า “ฉันจะมาถามว่า ไอ้โครงการนั่นที่เรายืนเสนอไปมีข่าวคราวคืบหน้าจากทางกลุ่มนักลงทุนนั่นรึเปล่า” ฉันพูดพลางหย่อนตัวลงบนโซฟาด้านข้าง ก่อนที่เลขาของกรณ์จะนำกาแฟร้อนมาให้ “ยังเลย ไม่มีอะไรคืบหน้าสักนิดดูท่าบริษัทเราคงไม่ถูกเลือกให้รับโครงการนี้แล้วล่ะ” กรณ์ละสายตาจากเอกสารเท้าคางมองฉันอย่างหมดอาลัยตายอยาก “เฮ้อ...เอานาบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งนั้นที่ยื่นเสนอตัวทำโครงการ แค่เห็นชื่อบริษัทก็คงปัดเอกสารเราทิ้งแหละ” ฉันเองก็รู้สึกหงุดหงิดเหมือนกัน การที่ต้องยื่นเสนอแผนโครงการ แต่กลับไม่ได้แม้แต่จะอธิบายมันจะไปสำเร็จได้ยังไง เสียดายชะมัด “โอ๊ย เงินพันล้านของฉัน เวรเอ้ย” หึ...ซีอีโอ อย่างกรณ์หัวร้อนออกมาต่อหน้าฉัน อย่างไม่ปิดบัง ภาพลักษณ์แบบนี้ ทั้งบริษัทก็มีแต่ฉันนี่แหละที่ได้เห็นมัน “ช่างเถอะ งานในมือของเราก็ล้นอยู่แล้ว ไว้โอกาสหน้าค่อยว่ากันใหม่” “แต่นั่นพันล้านเชียวนะ งานที่เรามีอยู่รวมกันยังไม่ถึงเลย” กรณ์หน้าค้อนใส่ฉัน ก็รู้ว่าเสียดายแต่จะทำไงได้ “อย่าโลภเลยแก บริษัทของแกเพิ่งก่อตั้งแยกจากบริษัทพ่อแกมาไม่นาน เติบโตเกินตัวมันจะลำบากเอาได้นะ มีฉันอยู่เดี๋ยวไว้จะไปหาดีลโครงการดี ๆ มาให้อีก” ฉันพูดพลางจิบกาแฟไป “เฮ้อ บริษัทฉันถ้าขาดแกไม่คงแย่แน่ว่ะ อย่าทิ้งกันนะเว้ย” กรณ์พูดพลางจ้องมองส่งสายตาน่าสงสาร ตลกว่ะ “จะทิ้งได้ไง ร่วมหัวจมท้ายกันมาขนาดนี้” “แกพูดแบบนี้ฉันก็สบายใจ ถ้าไม่มีแก พ่อฉันก็คงไม่ยอมปล่อยให้มานั่งบริหารเองแบบนี้หรอก” “เอาล่ะ ในเมื่อมันไม่คืบหน้าฉันขอตัวไปจัดการงานอื่น ๆ ต่อก่อน” ฉันที่กำลังจะลุกจากโซฟา จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของกรณ์ก็ดังขึ้น น่าจะเป็นการโอนสายมาจากเลขาของมันเอง “สวัสดีครับ” (...) “ใช่ครับ” (...) “อะไรนะครับ” จู่ ๆ กรณ์ก็ลุกขึ้นพรวด ใบหน้าเบิกตาโพลงราวกับได้ยินสิ่งที่ตกใจจนเก็บสีหน้าไว้ไม่ได้ มันจ้องมาที่ฉัน จากใบหน้าแน่นิ่ง ตอนนี้เรียวปากของกรณ์ก็ค่อย ๆ ปรากฏเป็นรอยยิ้มขึ้นมา (...) “ได้ครับ ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้ไปเยี่ยมชม” (...) “ได้ครับ ขอบคุณมากครับ ผมจะไปตามวันเวลาที่กำหนดแน่นอนครับ” สิ้นการสนทนากรณ์ยืนตัวแข็งทื่อก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ไปทั้งอย่างนั้น “เป็นอะไรไปแก ใครโทรมา ทำหน้าอารมณ์ดีเชียว” ฉันถามเพราะดูสภาพตอนนี้ของกรณ์แล้วเหมือนคนสติเลอะเลือน แถมตอนนี้ยังเงยหน้า เอามือปิดตาอีกก่อนจะหัวเราะออกมาลั่น นี่มันกรณ์จริง ๆ เหรอเนี่ย “ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่า...” เสียงหัวเราะที่ฟังแล้วขนลุกแปลก ๆ “เห้ย อย่าทำให้งงดิ เกิดอะไรขึ้น” “ฟ้าคราม พวกเราจะรวยแล้วเว้ย” “รวย? ที่เป็นอยู่ยังรวยไม่พอเหรอ” “ไม่ ๆ ฉันหมายถึงบริษัทเราก็ลังจะทำกำไรสูงสุดแล้วเว้ย” “กำไร เดี๋ยวนะหรือว่าที่โทรมาเมื่อกี้ คือ...” “ใช่ พวกเราทำได้เขาเลือกบริษัทเราเป็นส่วนหนึ่งของโครงการยักษ์ใหญ่นี่แล้ว” ฉันที่นั่งฟังอยู่ ก็รู้สึกดีใจไปด้วย เงินพันล้านท่องไว้ พันล้านมันมากองอยู่ตรงหน้าบริษัทเราแล้วจริง ๆ เหรอเนี่ยไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะเลือกบริษัทขนาดกลางแบบนี้ “ไม่อยากจะเชื่อ” ฉันที่กำลังจะลุกออกไปสุดท้ายก็หย่อนตัวนั่งลงโซฟาตามเดิม “อีก 3 วันเตรียมตัวเลยนะ เราต้องคนต้องออกเดินทางไปยังเกาะที่ตั้งของโรงแรมนั่นแหละ ดูเหมือนจะได้นอนค้างด้วยราว 3 วัน 2 คืน” “เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ กรณ์ ฉันไม่จำเป็นต้องไปก็ได้มั้ง” “ไม่ แกต้องไป ทางโน้นแจ้งว่าต้องเป็นคนที่ไปโรงแรมวันก่อนด้วยเท่านั้น” “แปลกแหะ แต่ไปก็ได้ 3 วันใช่ไหม ฉันจะได้เตรียมเอกสารให้พร้อมเผื่อรับมือด้วย” “มีเพื่อนเก่งนี่มันดีจริง ๆ” “แกก็ด้วย ไปจัดการงานกองโตซะ ถ้าเราได้งานนี้ขึ้นมา ดูท่าต้องทุ่มให้กับงานนี้หลายเดือนแน่” เราสองคนคุยกันไปยิ้มกันไปด้วยความอารมณ์ดี ตามประสาคนกำลังจะรวยเป็นกอบเป็นกำ (รวยอยู่แล้ว แต่รวยขึ้นไปอีกไงล่ะ อิอิ)
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD