ตอนที่ 7 พลาดพลั้ง

1370 Words
ใบหน้าหล่อคมคาย สายตาน่าลุ่มหลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ กับหุ่นที่น่า... ขนาดนี้ เท่าที่เคยพบในชีวิตนี้ก็มีอยู่คนเดียว คนที่ทำให้ตกหลุมรัก และอยากหลีกหนีไปพร้อม ๆ กัน “เจอกันอีกแล้วนะ” เขาพิงหลังไปตามราวระเบียงโดยที่มือทั้งสองจับราวไว้ ทำเป็นเท่(แต่ก็เท่จริงแหละ เฮ้อ) “เออ...คือว่าฉันมาผิดทาง ขอตัวก่อนค่ะ” ฉันรีบหันหลังให้อย่างไวก่อนที่จะมีเสียงเรียก ถ้าเป็นตามปกติแล้วฉันคงเดินหนีไปไม่ยาก แต่เสียงเรียกของเขามันดุดัน แถมแรงกดดันบางอย่างทำให้ฉันตัวหนักอึ้งจนก้าวขาไม่ออก ‘ให้ตายเถอะ ทำไมซวยแบบนี้ ไม่รู้ว่าไปทำเวรทำกรรมกับเขาไว้ตอนไหนกัน’ “ผมบอกให้คุณหยุด...เดี๋ยวนี้” ฉันได้ยินดังนั้นก็หันหน้ากลับมามองเขาราวกับกำลังถูกมนต์สะกด ฉันไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา เพราะเขาเองก็เพ่งมองฉันด้วยสายตาที่ทำเอาหัวใจเต้นแทบจะหลุดออกจากอก “คะ...คุณมีอะไรกับฉันเหรอคะ” “คุณชื่ออะไร” เสียงอันนุ่มลึกนั่นถามฉันด้วยท่าทีที่เริ่มเป็นมิตร “ฟ้าครามค่ะ” ฉันตอบไปแบบเก้ง ๆ กัง ๆ “อืม” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองทะเลอันกว้างไกล “ฉันไปได้แล้วใช่ไหมคะ” “คุณไม่ถามผมหน่อยเหรอว่าผมชื่ออะไร” “คะ?” ในหัวฉันมีแต่คำถาม เป็นเพราะเขารู้ชื่อฉันแล้วฉันควรจะถามเขาตามมารยาทใช่ไหม “ละ..แล้วคุณชื่ออะไรค่ะ” “ผมเอ็ดเวิร์ด” “อ่อค่ะ คุณเอ็ดเวิร์ดเป็นชื่อที่ดีค่ะ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรแล้วช่วยฉันออกจากสถานการณ์นี้ที กลัวจนตัวสั่นแล้วเนี่ย แล้วทำไมต้องพยายามโชว์ปืนข้างเอวให้เห็นด้วยกันนะ เขากำลังขู่ไม่ให้ฉันหนีรึไง หรือว่ายังโกรธตอนนั้นที่ไปขัดความสุขของเขาตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับพวกผู้หญิงตอนนั้น “ผมว่าเราไปนั่งคุยตรงนั้นดีกว่าไหม” เขาพยักเพยิดใบหน้าไปทางมุมโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมดินเนอร์ไว้เป็นอย่างดี แต่มันดูจัดฉากไปหน่อยไหม ตรงนี้มันไม่ใช่ลานโต๊ะอาหารสักหน่อย แต่จะเอ่ยถามตรง ๆ ก็ไม่ได้ ชีวิตแขวนบนเส้นด้ายอยู่รอมร่อ “เอาที่คุณเอ็ดเวิร์ดสะดวกเลยค่ะ” เขาเดินนำฉัน ส่วนฉันก็ตามไปช้า ๆ รอบ ๆ ไม่มีบอดี้การ์ด หรือลูกน้องเขาคอยตามเหมือนคราวก่อนแหะ “เชิญนั่งครับ” “ค่ะ” “ดื่มหน่อยไหม ผมหวังว่าคุณจะไม่ปฏิเสธนะ” พูดขนาดนี้ใครจะกล้าปฏิเสธกันเนี่ย “ดื่มค่ะดื่ม” “งั้นผมรินให้ครับ” เขารินเหล้าให้ฉัน ท่าทางของเขาตอนไม่แผดเสียง หรือทำตาดุดัน นี่หล่อจริง ๆ เลย ไม่ว่าจะใบหน้า สันกราม รูปร่างที่แม้จะสวมชุดอยู่ก็ดูดีไปหมด กรณ์เพื่อนฉันยังไม่ได้แม้แต่เสี้ยวของคนตรงหน้านี้ด้วยซ้ำ เฮ้อ เสียดายที่รอบตัวเขามันหม่น ถูกปกคลุมไปด้วยคำสาปแช่งแบบนี้ “หน้าผมมีอะไรติดอยู่รึเปล่า คุณถึงได้มองขนาดนั้น” “คะ...ไม่กล้าค่ะไม่กล้า ฉันไม่ได้ตั้งใจมองคุณนะคะ ฉันแค่มองไปรอบ ๆ บรรยากาศดีค่ะ” เขายื่นแก้วเหล้าให้ฉันก่อนที่เขาจะยกแก้วตัวเองเพื่อเชิญชวนให้ฉันดื่ม ฉันจิบมันไปหนึ่งครั้ง พูดได้คำเดียวว่าเข้มมาก เข้มสุดใจ แค่กลืนก็แทบรู้สึกร้อนคอไปหมด “ไม่โอเคเหรอครับนี่เหล้าชั้นดีราคา หลักสิบล้านเลยนะครับ” “แค่ก...แค่ก...คุณว่าไงนะคะ สิบล้าน” ฉันได้แต่กลืนน้ำลายไปหลายอึก แล้วฉันมีสิทธิ์อะไรมากินเหล้าชั้นสูงเนี่ย ราคาเท่าบ้านหรูหลังหนึ่งเลยนระเว้ย “ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่โรงแรมแห่งนี้ครับ” “ฉันมากับท่านประธานน่ะค่ะ เห็นว่าได้รับการติดต่อจากเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ เพื่อร่วมโครงการออกแบบตึกที่เหลือนะคะ” “งั้นเหรอครับ งานใหญ่เลยนะครับเนี่ย” “ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากลุ่มนายทุนจะเห็นด้วยกับแผนที่เราเสนอไปรึเปล่าน่ะค่ะ พวกเราเองก็เป็นแค่บริษัทระดับกลาง” “คุณมั่นใจว่าจะร่วมทำโครงการนี้ไหวรึเปล่าครับ” “แน่นอนสิคะ ไม่มีดีลงานไหนแล้วบริษัทเราไม่ทำเต็มที่ ผลออกมาตอบรับดีทุกครั้งเลยค่ะ” “ทำเอาอยากเห็นคุณทำงานเลยนะครับ” “ว่าแต่คุณเอ็ดเวิร์ดละคะ มาทำอะไรที่โรงแรมนี้ ได้รับเชิญเหมือนกันเหรอคะ” “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ” “งั้นเราคือคู่แข่งทางธุรกิจกันรึเปล่า คุณคงไม่แค้นเคืองฉันตอนนั้นจน...เอ่อ ขัดขาทางธุรกิจน่ะค่ะ” “ป่าว ผมแค่นักท่องเที่ยว ได้รับเชิญมาที่นี่ และตอนนั้นผมก็ไม่ได้แค้นอะไรคุณ” “ฟวู่...โล่งอกไปที” ฉันถอนหายใจ ฉันนึกว่าเขากำลังตามแก้แค้นฉันซะอีก แต่เมื่อเขาเป็นมิตรแบบนี้ เขายิ่งดูมีเสน่ห์ไปไม่น้อย ว่าแต่ไอ้เหล้านี้แม้จะขมแรงก็จริง แต่ยิ่งดื่มยิ่งหยุดไม่ได้แหะ ดวงตาเริ่มจะล้า ๆ แล้วสิ “คุณคิดว่าโรงแรมนี้เป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มบาดลึกเอ่ยถามฉัน “ก็ดีค่ะ โอ่อ่าหรูหรา อยู่บนเกาะส่วนตัว ทำให้น่าพักผ่อนได้ดี” “แต่เท่าที่ผมเคยได้ข่าวมันเคยเจ๊งนะครับ” “อะแฮ่ม คุณเอ็ดเวิร์ดจะหาว่าฉันบ้าไหมคะ จริง ๆ ฉันพอรู้สาเหตุที่มันเจ๊ง” “คุณรู้?” “ค่ะ ฉันไม่ได้จะอวดเก่งนะคะ ฉันว่าน่าจะมีฉันคนเดียวที่รู้ด้วย” “บอกผมหน่อยได้ไหมครับคุณฟ้าคราม” “ได้สิคะ แต่คุณอย่าหัวเราะฉันล่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเบาพลางกระซิบ อาจเพราะเมาแล้วเลยรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง “คุณเชื่อไหมคะว่าที่นี่เจ๊งเพราะมีผี” “ผี??” เขาทำใบหน้ายิ้ม เขาต้องไม่เชื่อฉันเหมือนคนอื่น ๆ แน่ ๆ “คุณเอ็ด ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ที่นี่น่ะ ผีเจ้าถิ่นเยอะจริง ๆ เยอะเป็นโขลงเลย ต่อให้สร้างอะไรดีแค่ไหน มันก็เจ๊งแหละ” “งั้นเหรอครับ” “คุณทำสีหน้าแบบนี้ คุณกำลังหาว่าฉันบ้าเหรอ งั้นฉันไม่พูดแล้ว” ฉันคว้าเหล้าในแก้วดื่มอย่างอารมณ์เสีย “อ่า...ขมชะมัด” “ต้องเชื่อคุณฟ้าครามอยู่แล้วสิครับ งั้นเราควรไปบอกพวกนักลงทุนไหมว่าอย่าสร้างอะไรที่นี่” ฉันได้ยินดังนั้นก็ส่ายหัวไปมา แต่ตอนนี้หัวเริ่มจะล้มฟุบแล้วสิ “ม่ายได้หรอกค่ะ พวกเขาลงทุนกันไปแล้ว แต่ถ้าฉันได้ร่วมงานที่นี่ ฉันคิดว่าฉันช่วยเขาด้าย” เริ่มพูดไม่เป็นคำแล้วสิ “คุณมั่นใจ” “แน่สิค่ะ ฉันนะ นอกจากทำงานเก่ง ยังช่วยเหลือผีเก่งด้วยนา..อย่างตอนนี้ฉานก็เห็นผีตามคุณด้วย แต่ม่ายต้องห่วง ฉันให้พวกเขาไม่มาใกล้คุณแล้วค่า” “ผมว่าคุณเริ่มเมาแล้วรึเปล่าครับ” “คงงั้นค่า ตาฉันเริ่มลายแล้ว” ฉันที่พยายามลุกกลับเซจนล้มนั่งไปที่เดิม “เวียนหัวจัง” “ผมช่วยพยุงคุณฟ้าครามนะครับ” เสียงอันนุ่มลึกนั่นกระซิบอย่างแผ่วเบาทำเอาฉันเคลิ้มไปซะได้ “ขอบคุณค่ะ” ดูเหมือนฉันจะเมาหนัก จนขาไม่มีแรงเท่าไหร่ ความรู้สึกตอนนี้เหมือนตัวเบาหวิวล่องลอย คล้ายกับมีวงแขนของใครสักคนอุ้มฉัน แผงหน้าอกแน่นตรงหน้าน่าซบเสียจริง ตอนนี้เป็นความฝันหรือความจริงฉันแยกแยะอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้ามันคือความฝัน ฉันจะทำอะไรก็ได้สินะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD