“คงต้องนอนโรงพยาบาลต่อไปสักอาทิตย์น่ะกว่าจะลุกขึ้นมานั่งหลังตรงได้ ช่วงนี้ก็ถือว่าพักร่างกายไปก่อน”
“อืม แล้วโรงเรียนแม่นายเป็นไงบ้างล่ะ”
“อาคารส่วนใหญ่ไม่ได้รับความเสียหายมาก เพราะอยู่ห่างจากแนวรั้วพอสมควร ก็จะมีแค่ห้องเก็บของที่ธารเค้าโดนขังนั่นแหละ ที่วอดไปกว่าครึ่งหลัง”
“โชคดีนะครับที่ไอ้ชนม์ช่วยน้องธารออกมาได้ ไม่อย่างนั้น...”
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวคนหนึ่งเป็นคนเปิดเข้ามาในห้อง เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีบุคคลอื่นอยู่ในห้องนี้ด้วย
“เอ่อ...เกดมาผิดเวลารึเปล่าคะ” เธอถามยิ้มๆ แต่เมื่อเห็นสายตาที่อธิชนม์มองมาเธอก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาทันทีเพราะมันดูแข็งกระด้างกว่าปกติ
บุญญานัทคิดว่าทั้งสามคนอาจจะต้องการความเป็นส่วนตัวเขาจึงได้เอ่ยปากขึ้นก่อน
“ไม่เป็นไรครับ ผมจะกลับอยู่พอดี เชิญตามสบายครับ งั้นฉันกลับก่อนนะชนม์ ถ้ามีอะไรก็โทรมาได้ตลอด ช่วงนี้อยู่เชียงใหม่ยังไม่ได้ไปที่อื่น”
“อืม ขอบใจมากนะนัทที่จัดการทุกอย่าง ฝากขอบคุณพี่นนท์ด้วยละกัน ไว้จะเอาผลิตภัณฑ์ที่ฟาร์มมาฝาก”
“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยน่ะ ขอให้หายไวๆ นะครับน้องธาร ถ้ามีโอกาสพี่จะแวะมาเยี่ยมใหม่”
“ค่ะคุณนัท ขอบคุณมากนะคะ” ธารมิกายิ้มตอบ
หลังจากเยี่ยมคนสำคัญของเพื่อนเสร็จแล้วบุญญานัทก็กำลังจะกลับไปทำงานที่บริษัทต่อ แต่เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นพอดี
(“ไงครับพี่สาวคนสวย มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”)
(“นัทจะกลับไปนอนที่ไร่รึเปล่าจ๊ะวันนี้”)
(“อืม...น่าจะกลับนะครับ ทำไมเหรอ”)
(“งั้นมาหาพี่ที่โรงพยาบาลหน่อยสิ มีเรื่องสำคัญจะรบกวนหน่อยน่ะ ยุ่งรึเปล่าน่ะเรา”)
(“ไม่ยุ่งครับ เดี๋ยวไปหาตอนนี้เลย”)
(“ขอบใจจ้ะ”)
เขากดวางสายก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์แล้วกดไปยังชั้นห้องทำงานของพี่สาว
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...
เขาเคาะประตูห้องที่เปิดทิ้งไว้แล้วส่งยิ้มให้พี่สาวที่กำลังอ่านผลตรวจอยู่ที่โต๊ะทำงาน
“มาแล้วครับผม”
เขายืนกอดอกพิงประตูห้องแล้วเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี ยังไม่คิดจะเข้าไปในห้องของเธอ
“มาไวจริง อย่าบอกนะว่าแอบมาจีบพยาบาลแถวนี้อีกแล้วน่ะ”
“อีกแล้วอะไรกันครับ ผมไม่เคยจีบพยาบาลที่โรงพยาบาลของเราซะหน่อย” ชายหนุ่มปล่อยมือที่กอดอกแล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธอ
“อ้อ ลืมไปว่าไม่เคยจีบพยาบาลที่นี่ แต่เคยจีบพยาบาลที่อื่น”
“โธ่ อย่ามัวแต่กล่าวหากันอยู่สิครับ ผมแวะมาเยี่ยมน้องเพื่อนน่ะ เค้ามารักษาตัวที่นี่เมื่อคืน สรุปว่ามีอะไรให้ผมทำครับ ถ้าคิดจะเรียกมาแซวเฉยๆ งั้นผมกลับแล้วนะ บ่ายนี้มีประชุมด้วย”
“เอาล่ะๆ พี่ไม่แซวก็ได้ แต่พี่มีเรื่องจะรบกวนจริงๆ คืออย่างนี้จ้ะ เย็นนี้พี่นนท์กับน้องฟ้าก็จะย้ายกลับมาที่ไร่แล้ว พี่เลยอยากได้ดอกไม้สักช่อไปเป็นของขวัญต้อนรับน่ะ เมื่อกี้พี่โทรไปสั่งดอกไม้แล้ว นัดรับเอาไว้ตอนเย็น แต่เย็นนี้พี่น่าจะเลิกค่ำเพราะติดเคสเลยอยากจะฝากนัทถ้าเลิกงานแล้วแวะไปรับให้หน่อยได้มั้ย แล้วค่อยไปเจอกันที่ไร่อีกที”
“ได้สิครับ ไม่มีปัญหาหรอก แล้วจะให้ไปร้านไหนล่ะครับ”
“ร้านนี้จ้ะ” เธอหยิบนามบัตรของร้านขึ้นมายื่นส่งให้กับเขา
“Bloom of Love ชื่อเพราะดีนี่ครับ ใช่ร้านที่พี่บอกคราวก่อนรึเปล่า” เขาพลิกนามบัตรไปมาเลยเห็นว่ามีหมายเลขโทรศัพท์เขียนอยู่ด้านหลังด้วย คงเป็นเบอร์พนักงานคนนั้นที่พี่สาวบอก
“ใช่จ้ะ ร้านนั้นแหละ ที่นามบัตรมีแผนที่ร้านด้วยหาไม่ยากหรอก อ้อ...ฝากจ่ายเงินให้ด้วยนะเดี๋ยวพี่คืนให้”
“ไม่เป็นไรครับ ผมจ่ายให้เอง”
“ขอบใจจ้ะ ได้ดอกไม้แล้วถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะ พี่อยากเห็นว่าสวยแค่ไหน แล้วบอกพี่นนท์นะว่าพี่จะพาหนูเบญกับพี่พงศ์ไปด้วย แต่อาจจะไปถึงสักสองสามทุ่มเพราะพี่พงศ์เค้ามีเคสผ่าตัดน่ะ”
“ได้เลยครับ งั้นผมไปทำงานก่อนนะ ตอนเย็นเจอกันที่ไร่ครับ”
“จ้ะ”
บุญญานัทลุกจากเก้าอี้ก่อนก้าวออกไปจากห้องนั้นเพื่อกลับไปทำงานของตน ตั้งใจว่าจะไปรับดอกไม้สักประมาณห้าโมงเย็นหลังเลิกประชุม
แต่เขาไม่ได้ระแคะระคายเลยว่า การแวะรับดอกไม้แทนพี่สาวในครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล...
เย็นวันเดียวกัน...หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น บุญญานัทก็ไม่ลืมหน้าที่สำคัญที่พี่สาวฝากฝัง เขาขับรถออกจากบริษัทอย่างไม่รีบร้อนเพราะเห็นว่าร้านปิดหนึ่งทุ่ม ไม่นานก็มาถึงร้านเป้าหมาย
“สวัสดีค่ะ รับดอกไม้แบบไหนดีคะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านในร้านเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งดังขึ้นที่ประตู
บุญญานัทชะงักเท้าทันที ร่างสูงยืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น เมื่อหญิงสาวคนนั้นหันกลับมาเต็มตัว และดวงตาของทั้งคู่สบกันอย่างจัง
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนในวินาทีนั้น หญิงสาวในชุดคลุมท้องสีอ่อนยืนอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าดูซูบลงเล็กน้อยแต่ยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน มือบางที่จับกรรไกรอยู่ถึงกับชะงักไปทันที
“คุณ…มาทำอะไรที่นี่” เสียงของเธอแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน
“คุณ...มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” บุญญานัทถามกลับไปทันที เสียงทุ้มต่ำและตึงเครียดอย่างไม่อาจปิดบัง