ต่อจากนั้นหญิงสาวโทรไปที่ร้านมินิมาร์ทที่ตัวเองเป็นเจ้าของ สั่งให้แม่บ้านที่ร้านทำความสะอาดห้องพักด้านบนที่เธอตกแต่งเป็นห้องนอนไว้ก่อนหน้าเหมือนจะรู้ว่าจะมีวันนี้ เพราะอิสริยาเพิ่งรีโนเวตชั้นบนเป็นที่พักและตกแต่งเสร็จเมื่อสองเดือนที่แล้วเอง
เธอรอเพียงไม่นานอันธิกาก็มาถึงพร้อมกับลูกน้องที่บ้าน และเพราะว่าครอบครัวเดิมของเธอทำธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค จึงมีโกดังของตัวเองและมีลูกน้องมากมายที่พร้อมมาช่วยขนของแม้ว่าจะกะทันหันก็ตาม น้องสาวของเธอขับรถส่วนตัวมาและมีหัวหน้าคนงานขับรถหกล้อมาอีกหนึ่งคัน
อิสริยามีหน้าที่เพียงชี้สั่งว่าเธอจะเอาอะไรไปบ้าง จากนั้นทุกสิ่งก็ถูกขนขึ้นรถในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง
อันธิกาเข้ามาช่วยพี่สาวเก็บเสื้อผ้าของส่วนตัวและดูแลหลานสาวในห้องนอน
“พวกเอกสารสำคัญเอาไปหมดรึยังพี่” น้องสาวเตือน
“หมดแล้ว”
อิสริยาตอบสั้นๆ เธอไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับสกนธี เขาทำเพียงจดทะเบียนรับรองบุตรในตอนที่น้องเพียงเกิดมาจึงไม่มีเอกสารอะไรที่ยุ่งยาก
บ้านโล่งขึ้นมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เมื่อเธอให้คนงานขนของส่วนที่เป็นของเธอออก
“แล้วนี่ล่ะพี่ ชุดรับแขกนี่เงินพี่นะชุดละเกือบแสนไม่เอาไปเหรอ โต๊ะกินข้าวอีกไม้สักทองที่ป๊ายกให้ตอนแต่งงานก็ด้วย”
อันธิกาท้วงเธอสั่งคนงานให้ยกกลับให้หมด และพูดต่อว่าถ้ารถหกล้อคันเดียวขนไม่หมดให้เรียกรถมาเพิ่มอีกคัน อิสริยาจึงไม่ได้ว่าอะไรตอนแรกเธอเห็นว่าเป็นของชิ้นใหญ่ นึกเกรงใจคนงานเลยไม่สั่งให้ขนไปด้วย แต่ถ้าอันธิกาจัดการได้เธอก็ไม่มีปัญหา
ท้ายสุดอิสริยาเปิดเซฟ หญิงสาวเลือกเอาไปเฉพาะของของเธอกับลูก ส่วนอะไรที่เป็นของสกนธีเธอไม่แตะต้อง จากนั้นจึงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาเด็กหญิงงัวเงียเมื่อมารดาอุ้มออกมานอนต่อบนรถยนต์เพื่อเตรียมตัวเดินทาง
“นอนต่อนะคะลูก” เธอลูบผมลูกสาวเบาๆ จากนั้นน้องเพียงก็หลับต่อ อิสริยาถอนใจเมื่อลูกไม่งอแงในช่วงเวลานี้
“เดี๋ยวแบมให้คนงานเอาของไปไว้ที่ร้านพี่เลยนะ ชั้นสองใช่ไหมพี่เห็นพี่ตกแต่งแล้วนี่” อันธิกาเดินมาบอกเมื่อคนงานปิดท้ายรถเรียบร้อย
“ขอบใจนะแบม” เธอตื้อในอกไม่รู้จะพูดอะไร
“ไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวช่วงนี้แบมให้จี๊ดไปอยู่กับพี่นะ จะได้ช่วยดูแลน้องเพียงด้วย เย็นนี้ไปกินข้าวที่บ้านไหมป๊ากับม้าก็ห่วงพี่นะ”
อันธิกาพูดถึงแม่บ้านที่อยู่กันมานาน จี๊ดเองก็คุ้นเคยสนิทสนมกับอิสริยาและลูกดี ประโยคนั้นทำให้พี่สาวน้ำตาร่วง เธอไม่อยากเอาปัญหาส่วนตัวไปบอกที่บ้านเพราะไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วง แต่ตอนนี้ครอบครัวคงเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
“ขอบใจนะแบม เดี๋ยวเย็นๆ พี่พาน้องเพียงไปบ้าน”
“ร้องไห้ให้พอแล้วหยุดนะพี่ ถึงเวลาที่เราต้องรักตัวเองทำเพื่อตัวเองแล้ว อะไรที่ให้เขาแล้วไม่มีค่าก็ช่างมัน เริ่มต้นใหม่”
อันธิกาบอกพี่สาว เธอแยกตัวไปขึ้นรถตนเองเพราะมีเรื่องจะต้องกลับไปคุยกับบิดามารดาที่บ้านอีก
อิสริยามองบ้านที่เป็นเรือนหอ เธออยู่ที่นี่มาเจ็ดปีเต็มมันมีความสุขมากในช่วงปีแรก จนถึงปีที่สองที่เธอตั้งครรภ์ จนเมื่อน้องเพียงเกิดความหวานชื่นค่อยๆ ลดลงเมื่อเธอต้องเลี้ยงลูกเอง ทำงานบ้านและทำงานนอกบ้าน
สกนธีไม่ชอบให้มีแม่บ้านเขาบอกว่าบ้านควรเป็นที่ส่วนตัว ไม่ควรมีคนนอกเข้ามายุ่มย่าม ใหม่ๆ เขาก็ช่วยแบ่งเบางานบ้านแต่เมื่อนานไป เมื่อเขาเปลี่ยนจากพนักงานกินเงินเดือนมาเปิดบริษัทกับเพื่อน ชายหนุ่มทำงานหนักขึ้นรวมถึงมีพบปะสังสรรค์กับลูกค้ากับหุ้นส่วน นั่นทำให้เขาไม่มีเวลามาสนใจเรื่องในบ้านจนเธอต้องรับภาระทั้งหมด
อิสริยารู้สึกเหนื่อยแต่เธออดทนได้ เธอรู้ว่าการใช้เสียงดังข่มเมื่อทะเลาะเป็นนิสัยของเขาและมันทำให้เธอเงียบมาตลอด แต่จนถึงวันนี้ที่เขาทำร้ายความรู้สึกของลูก ล้ำเส้นเธอด้วยการทำให้น้องเพียงได้ยินในสิ่งที่ไม่ควรฟังทำให้เธอไม่ลังเลอีกต่อไป
สกนธีกลับเข้าบ้านในตอนดึก เขาแปลกใจที่บ้านมืดสนิททั้งหลัง ชายหนุ่มนึกตำหนิอิสริยาที่ไม่เปิดไฟไว้
“เอ๋ทำไมปล่อยบ้านมืดล่ะ” เขาเข้ามาในบ้านเปิดไฟขึ้นหากต้องแปลกใจเมื่อเห็นบ้านโล่งผิดปกติ
“เอ๋ อยู่ไหนน่ะ”
เขาตะโกนเรียกหาเธอแต่เงียบสนิท ชายหนุ่มขึ้นไปดูบนห้องนอน เขาเปิดไฟทั้งบ้านและพบว่าของที่เธอซื้อมามันหายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นของแต่งบ้านหรือของใช้ รวมถึงตัวเธอและลูกสาวด้วย ชายหนุ่มกลับขึ้นห้องไปดูซองเอกสารมันหายไปด้วย เขานึกออกว่าเมื่อเช้าเขาไล่เธอออกจากบ้าน
'เดี๋ยวก็คงกลับมาเอง คงจะรอให้เราไปง้อแต่ไม่ไปหรอก จะเสียการปกครอง' เขามั่นใจว่าเธอรักเขาและจะไม่ยอมให้ลูกขาดพ่อแน่ๆ เขารู้ว่าถ้าเขาไม่ไปตามเดี๋ยวเธอก็พาลูกกลับมาเอง
เกือบสี่ทุ่มอิสริยาพาลูกกลับมาจากไปทานข้าวที่บ้านพ่อแม่ เด็กหญิงดูร่าเริงขึ้นเมื่อได้พบคนอื่นๆ
“ลูกอาบน้ำนอนนะคะ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน”
เธอพาลูกสาวขึ้นมาที่ชั้นสองของร้านค้า นึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจตกแต่งที่นี่เป็นที่พักเมื่อสองเดือนก่อน ตึกของเธอเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดสามคูหา ข้างบนตีทะลุถึงกันหมดแต่ด้านล่างกั้นเป็นร้านค้าสองร้าน เธอเปิดมินิมาร์ทฝั่งที่เป็นสองห้อง อีกหนึ่งห้องเธอตกแต่งแล้วปล่อยเช่าซึ่งมีคนมาเปิดร้านกาแฟหลายปีแล้ว
เธอมองไปรอบๆ พรุ่งนี้คงจะต้องไปหาซื้อของสำหรับเด็กอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเขียนหนังสือหรือของใช้อื่นๆ เธอเปิดตู้เสื้อผ้าที่ถูกจัดแล้วเรียบร้อย หญิงสาวหยิบชุดนอนของน้องเพียงออกมาหนึ่งชุด เอามาให้น้องเพียงดูและถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“วันนี้หนูใส่ชุดนี้ดีไหมคะ เจ้าหญิงเอลซ่า”
“ดีค่ะแม่หนูชอบเจ้าหญิงเอลซ่า” น้องเพียงยิ้มจนตาหยี
“งั้นเจ้าหญิงก็ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ มาแม่อาบให้”
เธอจัดการพาลูกสาวไปอาบน้ำ หลายอย่างที่นี่น้องเพียงยังไม่รู้จักและไม่คุ้นเคย
“แม่ขา.. แล้วเราจะไม่กลับไปนอนบ้านเหรอคะ” เด็กน้อยถามในขณะที่แม่พาเข้านอน
อิสริยามองหน้าลูก “หนูอยากกลับไหมคะ”
น้องเพียงส่ายหน้าทันที “ไม่ค่ะ หนูกลัวคุณพ่อ คุณพ่อเสียงดัง”
หญิงสาวกอดลูกไว้ “พ่อเขาโมโหค่ะเลยเสียงดัง แต่คุณพ่อเขารักลูกนะคะถึงเราจะไม่กลับไปแต่เขาก็ยังเป็นพ่อหนู หนูเข้าใจใช่ไหม”
เด็กหญิงสุพิชชาพยักหน้า ซึ่งเธอไม่รู้ว่าลูกสาวเข้าใจแค่ไหนแต่ก็ดีใจที่เด็กหญิงไม่ร้องกลับบ้าน
“นอนนะคะลูก”
หนึ่งชั่วโมงต่อมาเมื่อลูกสาวหลับเรียบร้อย อิสริยาออกมานอกห้องนอนเธอสำรวจของที่นำมา คนงานและแม่บ้านช่วยกันจัดวางให้เข้าที่หมดแล้ว หญิงสาวเปิดเครื่องซักผ้าเสื้อผ้าเมื่อเช้าที่ซักไว้ของเธอยังไม่แห้งดี ก็เกิดเรื่องเสียก่อนตอนนี้จึงต้องมาซักซ้ำเพื่อไม่ให้มีกลิ่นอับ ส่วนในครัวทุกอย่างพร้อมใช้เครื่องครัวต่างๆ ที่เธอเคยซื้อทิ้งไว้ได้ใช้จริงจังก็ตอนนี้เอง
อย่างน้อยการเริ่มต้นใหม่ก็ไม่ได้แย่แบบที่เคยกลัวมาตลอดอิสริยาคิดในใจ หนทางข้างหน้าคงไม่มีอะไรแย่กว่าที่เคยเจออีกแล้ว ต่อไปเธอจะทำเพื่อตัวเองและลูกก็พอ
สกนธีตื่นสาย เขาบ่นเมื่อมองนาฬิกา “เอ๋ทำไมไม่ปลุกพี่ล่ะ สายแล้วเห็นไหม” เขาพูดก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเช้านี้ไม่มีเธออยู่แล้ว ชายหนุ่มลุกเข้าห้องน้ำจะอาบน้ำแต่ก็ต้องกลับออกมา
'ยาสีฟันหมด เอ๋เก็บไว้ตรงไหนวะเนี่ย' เขาออกมารื้อหาทั่วห้องถึงจะเจอว่าบรรดาของใช้ ยาสีฟัน แชมพูเธอซื้อสำรองเก็บไว้ที่ชั้นล่างของตู้เสื้อผ้า
หลังจากนั้นเมื่อเขาจะแต่งตัวก็ต้องหงุดหงิดอีกเมื่อไม่มีชุดทำงานใส่ เขาเดินหาทั่วบ้านจึงเห็นว่าชุดทำงานกองใหญ่ถูกวางทิ้งไว้ตรงที่เขาทะเลาะกับเธอเมื่อวาน
สกนธีลงจากชั้นบนด้วยชุดทำงานยับๆ เขามองหาเครื่องชงกาแฟไม่เจอและนึกขึ้นได้ว่าอิสริยาเป็นคนซื้อมา เธอคงขนไปด้วยหมด เขาเปิดลิ้นชักที่เคาน์เตอร์กาแฟไม่มีอะไรเหลืออยู่ น้ำร้อนใช้ไมโครเวฟทำได้แต่เขาไม่มีกาแฟชงอยู่ดี
ชายหนุ่มมองหาตู้เย็น หากเช้านี้ไม่มีอะไรทานได้น้ำเย็นๆ ก็ยังดี แต่ตู้เย็นก็ไม่ได้อยู่ที่เดิมเช่นกัน
'นี่ของในบ้านเอ๋เป็นคนซื้อหมดเลยเหรอวะเนี่ย' เขานึกไม่ออกว่าตัวเองไม่ได้สนใจเรื่องในบ้านมานานแค่ไหน เพราะไม่เคยขาดแคลนอะไร
'ซื้อใหม่ก็ได้วะ เดี๋ยวเย็นนี้ไปซื้อเลยก็ได้มันจะกี่ตังเชียว' เขาคิดในใจ แต่อีกใจแย้งขึ้นมาว่าเดี๋ยวอิสริยาก็กลับมา อดทนไปก่อนไม่กี่วันเอง