เมื่อไหร่จะกลับบ้าน

1596 Words
“พี่เอ๋คะพ่อน้องเพียงมาค่ะ” อิสริยาเงยหน้าจากกองเอกสารบัญชีเมื่อลูกน้องเดินมาบอกในห้องทำงาน เธอยังไม่ทันตอบอะไรสกนธีก็เข้ามาในห้อง หญิงสาวจึงโบกมือให้พนักงานออกไป เธอมองเขานิ่งเมื่อชายหนุ่มมานั่งตรงหน้าโต๊ะทำงาน “เมื่อไหร่จะกลับบ้าน” สกนธีไม่อารัมภบทนาน “บ้านฉันอยู่ที่นี่ค่ะ” อิสริยาตอบเสียงเรียบ เธอทำงานตรงหน้าต่อเหมือนว่าเขาเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่น่าสนใจ “เอ๋.. พี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่ได้ไหม” เขายอมเอ่ยคำว่าขอโทษเมื่อรู้ว่าถูกเมินจริงๆ อิสริยาเงยหน้ามองเขา “ขอโทษเรื่องอะไรคะ เรื่องที่คุณไล่ฉันกับลูกออกจากบ้าน เรื่องที่ไม่สนใจลูกเมีย เรื่องที่ไปเที่ยวแล้วไปไหนต่อไหนกับใคร หรือว่าเรื่องที่..เราหมดรักกันแล้ว” “ไม่ใช่นะเอ๋ พี่รักเอ๋กับลูกส่วนเรื่องคืนนั้นพี่อธิบายได้” สกนธีรีบพูด “ฉันไม่อยากรู้แล้วค่ะว่าคืนนั้นคุณไปไหนมา ไปกับใคร ส่วนเรื่องหมดรัก คุณจะคิดยังไงฉันไม่รู้แต่ฉันหมดแล้ว ฉันเหนื่อย เหนื่อยมากกับการเป็นเมียเป็นคนใช้เป็นสารพัดอย่างแต่ไม่เคยมีความหมาย ไม่มีตัวตน” อิสริยาระเบิดออกมาอย่างเหลืออด เธอเห็นแววตาตื่นตะลึงของสกนธีมันยิ่งทำให้คำพูดหลั่งไหลไม่หยุด “คุณไม่ได้รักฉัน ตอนนี้ที่คุณมาก็เพราะว่าแค่ขาดทาสรับใช้ ขาดคนทำงานบ้าน ขาดคนจ่ายค่าโน่นนี่ให้คุณก็แค่นั้นเอง” สกนธีกลับไปแล้วแต่อิสริยายังนั่งที่เดิม เธอต้องรวบรวมกำลังใจแค่ไหนที่พูดตอบโต้เขาออกไปได้แบบนั้น สีหน้าหมองคล้ำของเขาจะต้องไม่ทำให้เธอเห็นใจ เธอบอกตัวเอง “พี่เอ๋คะจะออกไปรับน้องเลยไหมคะ” แม่บ้านเข้ามาเตือนเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ออกมาจากห้องทำงาน “อ้อ ไปสิขอบใจนะ” หญิงสาวลุกไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปรับลูก วันนี้ทางบ้านบอกมาว่าให้พาน้องเพียงไปทานข้าวที่นั่น เย็นนั้นเธอพาน้องเพียงออกจากโรงเรียนและตรงไปที่บ้านของครอบครัวเดิม เด็กหญิงมีการบ้านเธอจึงสอนการบ้านลูกที่นั่นเพื่อที่ว่าเมื่อถึงบ้านในตอนค่ำจะได้อาบน้ำนอนได้เลย “อาเอ๋ครับ สวยไหม” น้องวินหลานชายวัยหกขวบ ลูกของพี่ชายเธอให้ดูดินน้ำมันที่ปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ “สวยมากเลยครับ น้องวินปั้นเป็นหมาใช่ไหมคะลูก” เธอหันไปเล่นกับหลาน ทว่าน้องวินหน้าเสีย “อาเอ๋น่ะ นี่หมีต่างหาก” “เอ้า อาล้อเล่นหมีเหมือนเป๊ะเลยครับ” เธอรีบแก้คำพูด ได้ยินเสียงหัวเราะจากด้านนอก “เอ๋มาแล้วเหรอ พักนี้เป็นไงบ้าง” อังกูรพี่ชายคนโตเข้ามาคุยด้วย พลางจับศีรษะลูกชายโยกไปมา “ก็ดีค่ะเฮีย ว่าแต่วันแต่มีอะไรคะทำไมป๊ากับม๊าเรียกมา” เธอถามพี่ชายอย่างอดไม่ได้ หญิงสาวเป็นลูกคนกลางที่สนิทกับตั่วเฮียดีมักจะปรึกษาปัญหากันเสมอ ยกเว้นเรื่องของสกนธีเพราะเธอกลัวพี่ชายจะพาลูกน้องไปกระทืบสามี “เดี๋ยวก็รู้” อังกูรหันไปคุยกับหลานสาว “น้องเพียงคะ เป็นไงบ้างลูกเจอพ่อบ้างไหม” เด็กหญิงเงยหน้ามองลุงแล้วตอบ “เจอค่ะตั่วแปะ วันนี้พ่อเอาอูคูเลเล่มาให้หนูด้วย ขนมด้วย” เด็กหญิงเล่าเธอหยิบกล่องอูคูเลเล่มาอวดคุณลุง “ไหนดูสิคะเป็นไงนะ แปะไม่เคยเห็นเลย” ลุงหลานคุยกันกระหนุงกระหนิง อิสริยาจึงเลี่ยงออกมาเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา เธอสงสัยว่าสกนธีกำลังคิดจะทำอะไร เย็นนั้นเสี่ยกวง บิดาของเธอบอกลูกสาวว่า “ที่ตรงที่ร้านเราจะโดนเวนคืนน่ะเอ๋ ป๊าเลยอยากปรึกษาลูกๆ ทุกคนว่าควรทำยังไงกันดี” “เวนคืนเหรอคะป๊า” อิสริยาทวนคำที่บิดาบอก พื้นที่ร้านตรงนั้นมีทั้งหน้าร้านและโกดังสินค้า ใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่าหนึ่งถึงสองไร่ ถ้าไม่ใช่ที่ดินที่มีมานานจะไปหาที่ไหนใกล้เคียงที่เดิม วันนั้นจากการที่ครอบครัวปรึกษากันได้ผลสรุปว่าจะลองช่วยกันหาที่ผืนใหม่ ที่มีขนาดและทำเลใกล้ที่เดิมและทางครอบครัวเธอสู้ราคาไหว เพราะไม่ใช่แค่ค่าที่แต่มีค่าก่อสร้างใหม่อีกด้วยที่หนักไม่แพ้กัน สองวันต่อมาสกนธีมาหาน้องเพียงที่โรงเรียนอีกครั้ง คราวนี้เด็กหญิงคุยกับเขาเกือบเป็นปกติ “พ่อหาที่เรียนอูคูเลเล่ให้หนูได้แล้วนะคะลูก” “จริงเหรอคะ” เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจ “จ้ะ เดี๋ยวพ่อไปคุยกับแม่ให้นะลูก เรียนวันเสาร์หนูว่างใช่ไหมคะ” เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก “ค่ะพ่อ” “เดี๋ยวพ่อไปรับนะคะสายๆ วันเสาร์ พ่อกวาดบ้านก่อนแล้วจะไปรับหนูที่ร้าน” สกนธีคุยกับลูกสาว “กวาดบ้าน..” เด็กหญิงทวนคำพูดของพ่อ “จ้ะ ตอนนี้พ่อกวาดบ้านสะอาดแล้วนะคะลูก ไม่เชื่อหนูชวนแม่กลับบ้านไปดูได้เลย” ################## สกนธีมาหาอิศริยาที่ร้านในวันต่อมา ขณะนั้นเธอมีลูกค้าหน้าร้าน ชายหนุ่มรอจนเธอว่างจึงเข้ามาคุยกับเธอที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ “พี่ขอคุยกับเอ๋เรื่องลูกสักแป๊บได้ไหม” อิสริยามองเวลา ตอนนี้ใกล้จะสิบเอ็ดนาฬิกาแล้ว “ตอนนี้ยังไม่ว่างค่ะ แต่คุยได้หลังสิบเอ็ดโมงรอผู้จัดการมาก่อน” เธอตอบเสียงเรียบ “ได้ งั้นพี่นั่งรอแถวนี้นะ หรือว่าเอ๋มีอะไรให้พี่ช่วยไหม” เขาเห็นคนเข้าร้านไม่ขาดระยะ พนักงานสองคนในรอบเช้ายังเติมของบนชั้นไม่ได้หยุด เริ่มเข้าใจที่เธอเคยบอกว่าร้านงานยุ่งนั้นยุ่งแบบไหน หญิงสาวเหลือบตามองเขาและหันไปมองท้องฟ้าด้านนอก “สงสัยวันนี้น่าจะมีพายุ ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณช่วยนั่งเฉยๆ จะขอบคุณมาก” “น้องเอ๋วันนี้เอาของไปส่งที่ร้านเฮียด้วยนะ” ชายหนุ่มหน้าตี๋เจ้าของร้านชำในหมู่บ้านใกล้เคียงเดินเข้ามาส่งรายการสั่งของให้เธอ อิสริยายิ้มให้ลูกค้าประจำ “ได้ค่ะเฮีย ช่วงบ่ายนะคะ” เธอพูดขณะที่คีย์รายการทำบิลเงินสดให้ลูกค้า หญิงสาวขายปลีกให้คนทั่วไปและมีเรตราคาขายส่งให้ร้านค้าเล็กๆ ราคาที่เธอส่งให้แทบไม่ต่างจากห้างค้าส่งขนาดใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศ และเธอมีบริการส่งฟรีดังนั้นทำให้มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ยังสมัครใจซื้อกับเธอ อิสริยาหยิบใบเสร็จที่พิมพ์ออกมาเรียบร้อย ลูกค้าเปิดกระเป๋าคาดเอวหยิบเงินสดออกมาหนึ่งปึก คลี่นับด้วยท่าทางเชี่ยวชาญ “นี่ครับสองหมื่นสองนะ ขอบคุณมากครับ” นอกจากจะเป็นลูกค้าชั้นดีแล้วยังขอบคุณแม่ค้าด้วย สกนธีมองอย่างประหลาดใจ อิสริยาลุกเอารายการสั่งของไปให้พนักงานในร้านที่กำลังจัดสินค้าขึ้นชั้น สองคนนี้มีหน้าที่จัดของในชั้นวางสินค้าและจัดของส่งลูกค้าด้วย เพราะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าอะไรอยู่ตรงไหน สินค้าตัวไหนใกล้หมด ตัวไหนไม่มี “เช็กของก่อนว่าครบไหม ถ้าไม่มีพี่จะได้เบิกจากโกดังใหญ่” เธอสั่งลูกน้อง โกดังใหญ่ที่ว่าคือร้านค้าส่งขนาดใหญ่ที่เป็นธุรกิจครอบครัวนั่นเอง ครู่เดียวพนักงานเอารายการมาส่ง ขีดกากบาทสีแดงหน้ารายการของที่ขาด “ขาดกระดาษเช็ดปากห้าแพ็ก กล่องชานอ้อยเจ็ดร้อยห้าสิบ มิลสามแถว แป้งเค้กมังกรฟ้าสามลังกับถั่วทองหนึ่งมัดค่ะพี่เอ๋” “โอเคขอบใจจ้ะ” อิสริยาส่งข้อความแจ้งรายการสินค้าไปยังไลน์ของผู้จัดการที่ร้านใหญ่ ฝ่ายนั้นตอบกลับมาว่าจะมาส่งภายในหนึ่งชั่วโมง “พี่เอ๋คะ เซลของน้ำมันรำข้าวมาค่ะ” พนักงานอีกคนเข้ามาบอก หญิงสาวจึงให้เซลเข้ามาคุยที่หน้าเคาน์เตอร์นั้นเอง สกนธีมองเธอทำงานอย่างเพลิดเพลิน เขาไม่เคยสัมผัสกับชีวิตการค้าขายแบบนี้ ครอบครัวเดิมของเขาเป็นข้าราชการทั้งพ่อและแม่เป็นข้าราชการครูมาทั้งชีวิต ชีวิตเดิมเขาจึงไม่เคยลำบาก ไม่ถึงขั้นรวยแต่ไม่เคยต้องหยิบจับทำอะไรเอง ไม่เคยทำงานบ้านเองดังนั้นในชีวิตแต่งงานแรกๆ เขาจึงทำได้เพียงเพราะความอยากเอาใจเธอ แต่พองานตัวเองยุ่งมากขึ้นเขาเริ่มไปสนใจกับทุกสิ่งรอบตัวที่อยู่นอกบ้านจนลืมเธอและลูก 'สมควรแล้วไหมวะ' สกนธีถามตัวเอง ไม่ใส่ใจแล้วยังปากหมาทั้งที่เขารู้ดีกว่าใครว่าอิสริยามีนิสัยอย่างไร ยามที่เธออดทนเธอจะอดทนถึงที่สุด แต่เมื่อไหร่ที่เธอไม่ทนแล้วใจเธอก็เป็นตามนั้นจริงๆ ชายหนุ่มคิดเพลินจนสะดุ้งโหยงเมื่อเธอเรียกเขาเสียงดัง “คุณสกนธีเชิญด้านในค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD