สกนธีพาน้องเพียงมาถึงโรงเรียนสอนดนตรีก่อนเวลาเข้าเรียนเล็กน้อย พอมีเวลาได้คุยกับครูเรื่องรายละเอียดจนเป็นที่พอใจ ในคอร์สนั้นมีนักเรียนวัยเดียวกันกับน้องเพียงสองถึงสามคน
ความจริงแล้วทางโรงเรียนแนะนำว่าเด็กหญิงควรเรียนเปียโนก่อนเพื่อให้มีพื้นฐานดนตรี และครูเกรงว่าน้องเพียงที่อายุห้าขวบนิ้วอาจจะไม่มีแรงพอที่จะกดคอร์ดได้ แต่สกนธีไม่อยากให้ลูกผิดหวัง เขาจึงตั้งใจพามาเรียนก่อนสักครั้งสองครั้งแล้วถ้าเด็กหญิงอยากเรียนต่อเขาจะตามใจ แต่ถ้ายังเรียนไม่ได้จริงเขาจะคุยกับน้องเพียงว่าครูขอให้เปลี่ยนไปเรียนเปียโนก่อน
ชายหนุ่มมาส่งลูกที่หน้าห้องเรียน
“พ่อจะรอหนูที่หน้าห้องนะคะลูก”
“ค่ะคุณพ่อ หนูไปแล้วนะคะ” เด็กหญิงยกมือขึ้นบ๊ายบายกับคุณพ่อ หน้าห้องเรียนมีชุดโต๊ะเก้าอี้ว่างๆ สกนธีจึงใช้เวลาในตอนนั้นดูงานเอกสารที่ค้างอยู่ ประชุมออนไลน์กับทีมงานและสั่งงานลูกน้องที่บริษัท
เวลาผ่านไปสองชั่วโมงอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงสุพิชชาวิ่งมาหาคุณพ่ออย่างร่าเริง
“คุณพ่อขา หนูมาแล้ว”
“เป็นไงคะลูก เรียนสนุกไหม หนูชอบไหม” สกนธีปิดแล็ปท็อป เขาเงยหน้ายิ้มให้เด็กหญิงที่กำลังอารมณ์ดี
“สนุกมากค่ะคุณพ่อ หนูชอบ” เด็กหญิงพยักหน้าถี่ๆ เธอลดเสียงลงแล้วพูดว่า
“คุณพ่อขา หนูหิวขนมแล้ว”
สกนธีหัวเราะ เขาเก็บของบนโต๊ะย่อตัวลงอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาพาเดินไปด้วยกัน
“หนูอยากกินอะไรดีคะ”
“อยากกินไอติมค่ะ” น้องเพียงบอกทันที ชายหนุ่มพยักหน้ารับเขาเดินไปถึงรถยนต์พอดี ชายหนุ่มเปิดประตูรถด้านคนขับให้น้องเพียงเดินข้ามเบาะไปที่นั่งด้านข้าง
ชายหนุ่มพาลูกสาวไปทานไอศกรีมร้านเดิมที่เคยแอบตามอิสริยาพาลูกไปทานคราวก่อน เด็กหญิงเปิดดูเมนูชี้รายการที่อยากได้ สกนธีจึงสั่งกับพนักงานตามรายการนั้น
“ช็อกโกแลตซันเดย์หนึ่งครับ กับกาแฟเย็นหนึ่ง”
“น้องเพียงอยากไปเที่ยวไหนไหมคะลูก” เขาถามเด็กหญิงในขณะที่มองเธอทานไอศกรีม เธอทำท่าคิดเอียงคอ
“หนูอยากไปสวนสัตว์ค่ะแต่แม่ไม่ว่างสักที” เธอพูดเสียงเบาลง เข้าใจว่าแม่ไม่ว่าง
“พ่อพาไปได้ค่ะ ไปสวนสัตว์เปิดไหมลูก”
“ต้องถามแม่ค่ะ” เด็กหญิงถูกสอนมาว่าจะไปไหนต้องถามแม่ก่อน ถ้าแม่ไม่ให้ไปก็คือไปไม่ได้
“พ่อบอกแม่ให้เอง ก็ชวนแม่ไปด้วยไงลูก” สกนธีบอกลูกสาว เด็กหญิงมีสีหน้าดีใจทันที
“จริงด้วยค่ะ พ่อจะพาหนูไปจริงๆ นะ”
ตอนเย็นชายหนุ่มพาเด็กหญิงมาส่งที่ร้าน เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นอิสริยานั่งคุยกับใครที่ห้องทำงาน ท่าทางไม่น่าใช่เซลขายสินค้า เธอและแขกหันมามองเมื่อน้องเพียงเปิดประตูห้องทำงานไปหามารดา
“แม่ขาหนูมาแล้ว” น้องเพียงเขม่นมองชายหนุ่มที่นั่งคุยกับอิสริยาก่อนจะกรีดร้องดีใจวิ่งไปหาชายคนนั้น
“ลุงพุฒ...”
สกนธีนึกออกทันที พุฒิเมธ เพื่อนรุ่นพี่สมัยเรียนของอิสริยา สมัยเรียนรุ่นพี่คนนี้เคยชอบแม่ของลูกเขามากแต่เธอเลือกที่จะรับรักเขาในวันนั้น แล้ววันนี้มันมาทำไม
“ว่าไงครับน้องเพียงไปไหนมาคะลูก ลุงมารอตั้งนานมีขนมมาฝากด้วย” ชายหนุ่มมองพุฒิเมธที่อุ้มลูกสาวเขาขึ้นมานั่งบนตักโดยที่อิสริยาไม่ได้ว่าอะไร
ทำไมมันขัดตาแบบนี้ฟะ
อิสริยาห่มผ้าให้น้องเพียงหลังจากที่เด็กหญิงหลับแล้ว วันนี้ลูกสาวเธอมีเรื่องเล่าไม่หยุดปากตั้งแต่กลับมาจากเรียนดนตรี
'วันนี้พ่อพาหนูไปกินไอติมด้วยค่ะแม่'
'วันนี้สนุกมากค่ะแม่ หนูอยากให้แม่ไปด้วยจัง'
'พ่อบอกว่าจะพาหนูไปสวนสัตว์ แม่ไปด้วยนะคะ'
เธอรับฟังลูกเงียบๆ ไม่ได้ขัดคออะไร จนถึงเวลาทานข้าว อาบน้ำเล่านิทานก่อนนอน เด็กหญิงหลับไปอย่างรวดเร็วจากความเพลียเพราะมีกิจกรรมนอกบ้าน
อิสริยาเดินมาเปิดโทรศัพท์เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า เป็นพุฒิเมธนั่นเอง
พุฒิ : ที่สองผืนเอ๋ลองดูราคาก่อนนะว่าไหวไหม แปลงแรกสิบไร่ ราคาสองร้อยห้าสิบล้านอยู่ไม่ไกลจากร้านเดิมของเอ๋ กับอีกแปลงแปดไร่ สามงานแต่อยู่ไกลออกไปหน่อยประมาณห้าสิบกิโล ราคาสองร้อยล้าน
พุฒิเมธส่งภาพในมุมต่างๆ ของตัวที่ทั้งสองแปลงมาให้เธอดู ประมาณยี่สิบภาพและสำเนาโฉนด รายละเอียดต่างๆ ของตัวที่ดินแนบมาให้
“ขอบคุณค่ะพี่เมธ เอ๋ขอดูก่อนนะคะแล้วถ้ายังไงเดี๋ยวเอ๋ติดต่อกลับไปค่ะ” เธอพิมพ์ตอบไปพร้อมกับขอบคุณ
พุฒิเมธเป็นนายหน้าขายที่ดิน จึงเป็นเหตุให้เธอติดต่อเขาในระยะนี้เพื่อหาที่แปลงใหม่ตามที่ครอบครัวให้ช่วยกันดู
เธอพิจารณาที่ด้วยความหนักใจ ขนาดที่ดินกำลังดีแต่ถ้าเอาเงินจำนวนมากมาทุ่มกับค่าที่แล้ว ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างน่าจะมีปัญหาแน่
วันรุ่งขึ้นสกนธีมาที่ร้านตั้งแต่เช้า เธอขมวดคิ้วเมื่อแม่บ้านขึ้นมาแจ้งว่าเขามาหาน้องเพียง
“พ่อบอกว่าจะพาหนูไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะแม่ ให้พ่อขึ้นมานะคะ” เด็กหญิงกระโดดด้วยความดีใจ เธอหันมาพูดกับมารดาแล้วเปิดประตูลงไปชั้นล่างโดยที่แม่ห้ามไม่ทัน
“คุณพ่อ” เสียงเล็กๆ ที่มาก่อนตัวทำให้สกนธีหันมามอง เขาเห็นน้องเพียงอยู่ที่หัวบันไดชั้นบน ชายหนุ่มยิ้มให้ลูกสาวทันที
“ค่ะลูก พ่อมารับไปเที่ยว”
“พ่อขึ้นมาก่อนค่ะ หนูยังกินข้าวไม่เสร็จ” เด็กหญิงกวักมือเรียกสกนธีมีทีท่าลังเล
“จะดีเหรอคะลูก แม่เขาจะว่าไหม” ความจริงเขาเองก็อยากขึ้นไปดูส่วนที่เป็นที่อยู่ของภรรยาและลูก แต่เกรงว่าอิสริยาจะไม่พอใจ
“ไม่ว่าค่ะ หนูบอกแม่แล้ว” น้องเพียงยืนยันเด็กหญิงลงบันไดมาจูงมือพ่อขึ้นบ้าน สกนธีจึงเดินตามลูกไปเงียบๆ
“พ่อนั่งตรงนี้ก่อนนะคะ” เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบห้อง ที่ชั้นบนถูกตกแต่งไว้เหมือนบ้านอยู่อาศัยทั่วไป ดูออกว่าเพิ่งรีโนเวตไม่นานสีห้องยังใหม่กริบ ส่วนโถงถูกจัดเป็นห้องนั่งเล่นและพักผ่อน มีชุดรับแขก โทรทัศน์เครื่องเสียง โต๊ะทานข้าวอยู่ในบริเวณเดียวกัน
อิสริยาเดินออกมาจากห้องนอน เธอไปแต่งตัวใหม่เมื่อรู้ว่าลูกไปพาสกนธีขึ้นมาบนห้อง
“เอ๋ พี่มารับลูกกับเอ๋ไปสวนสัตว์เขาเขียว ไปด้วยกันนะ” สกนธีรีบพูดเมื่อเธอเดินออกมา เขาเห็นเธอถอนใจแรงๆ ก็หน้าเสีย
“วันนี้เหรอคะ” หญิงสาวย้อนถาม
“ค่ะแม่ หนูอยากไปนะคะ”
น้องเพียงเขย่ามือแม่ เด็กหญิงมองมารดาแววตามีความหวังเต็มเปี่ยม
“หนูทานข้าวเสร็จหรือยังคะลูก” เธอย้อนถามเด็กหญิง
“หนูกินใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ แม่ไปด้วยกันนะคะ” น้องเพียงรีบตอบแม่
“ไปด้วยกันเถอะเอ๋ ลูกอยากไป...นะครับ” สกนธีรีบพูด
อิสริยานึกอยากว่าเขา เธอเคยบอกเขานานแล้วว่าลูกอยากไปแต่เขาไม่เคยสนใจ ตอนนี้ทำไมเกิดจะอยากพาไปขึ้นมา แต่ก็ไม่อยากพูดแบบนั้นต่อหน้าลูก เด็กหญิงเพิ่งร่าเริงได้ไม่นาน
“ค่ะ ไปก็ได้แต่ฉันมีเวลาไม่มากนะ น้องเพียงทานข้าวให้หมดลูก” เธอหันไปคุยกับลูกสาวที่รีบวิ่งกลับไปทานอาหารเช้าต่อทันที
“ค่ะแม่ แม่มากินด้วยกันสิคะ พ่อด้วย”