2
วันต่อมา
หลังจากที่นอนคิดไม่ตกทั้งคืน นอนแทบไม่หลับ จึงตื่นแต่เช้าไปตลาดกับพี่แม่บ้าน เพื่อไปซื้อขนมร้านโปรด ปกติพี่แม่บ้านก็จะซื้อมาให้แหละ แต่วันนี้อยากไปซื้อเอง
"คุณหนูคะเรากลับกันเถอะ ป้าขาวรอทำกับข้าวอยู่นะคะ เดี๋ยวพี่โดนด่า"พี่ยิ้มแม่บ้านที่มาจ่ายตลาดวันนี้ ทำหน้าเป็นกังวล เพราะสายแล้ว แต่ฉันยังไม่ยอมกลับ
"มากับหนูป้าขาวไม่ด่าพี่ยิ้มหรอก ถ้าด่าเดี๋ยวหนูจัดการให้เอง"ฉันทำตัวเป็นเกาะปกป้องพี่ยิ้ม
"เอ่อ...."พี่ยิ้มทำหน้าเป็นกังวล แต่ก็ขัดใจฉันไม่ได้
"หนูจะไปซื้อขนมร้านนู้นพี่ยิ้มพาไปหน่อย"ฉันชี้มือให้พี่ยิ้มดู ไม่กล้าไปคนเดียวเพราะกลัวหลง
"ลุงเอาของไปให้ป้าขาวก่อนนะ แล้วกลับมารับฉันกับคุณหนู"พี่ยิ้มหันไปบอกลุงคนขับรถที่
"ได้ๆ "คุณลุงคนขับรถพยักหน้าเข้าใจ แล้วรีบเอาของทั้งหมดกลับไปที่รถกลับบ้านก่อน
"ไปค่ะคุณหนู"พี่ยิ้มบอก แล้วพาฉันไปซื้อขนม
ฉันยิ้มอารมณ์ดี เดินซื้อของในตลาดสดอย่างสนุก ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ
"สายมากแล้วกลับกันค่ะ คุณผู้หญิงกับคุณท่านรอทานข้าวแย่แล้ว"พี่ยิ้มบอก
"ก็ได้"ฉันบอกปากยื่น ยอมเดินกลับไปขึ้นรถ สายขนาดนี้แล้วน่าจะใช้ได้
"กลับมาแล้วค่าาา"ฉันตะโกนบอกคนในบ้านอย่างร่าเริง ทันทีที่ลงจากรถ
"คุณท่านรออยู่ห้องโถงค่ะ"แม่บ้านเดินมารับของ และแจ้งให้ทราบ
"มาแว้วๆๆๆๆ "ฉันรีบวิ่งเข้าไป ส่งเสียงไปก่อน มีลางสังหรณ์ว่าจะโดนเอ็ด
"ไหนบอกว่าเรียนจบแล้ว โตแล้วไง"มามี้มองค้อนลูกสาวที่ไม่เป็นกุลสตรีอย่างที่ท่านต้องการ ก็ฉันเป็นแบบนี้แหละ ใครก็เปลี่ยนไม่ได้ อิอิ
"ก็ผลสอบยังไม่ออกนี่คะ ยังเป็นเด็กได้^^"ฉันเพิ่งสอบเสร็จเอง ยังไม่ได้ใบจบการศึกษาด้วยซ้ำ
"ไปดื้อที่ไหนมา พี่เขามารอตั้งนาน"มามี้มองดุ พลางส่งสายตาให้ฉันมองไปที่แขกที่เอาแต่นั่งเงียบ ฉันเห็นเขาตั้งแต่เดินเข้ามา แต่ทำเป็นไม่สนใจ
"ไปซื้อขนมค่ะ ซื้อมาให้มามี้กับแด๊ดดี้ด้วยน๊า"
"ลูกคนนี้นี่! รีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ พี่เขารอนานแล้ว"
"ค่ะๆ รอแป๊บหนึ่งนะคะว่าที่เจ้าบ่าว! "ฉันรับคำมี้ แล้วหันไปพูดประชดไอ้หล่อใบ้นั่น ก่อนจะเดินขึ้นไปบนบ้าน พลางยิ้มสะใจที่ทำให้ไอ้ใบ้หน้าหล่อนั่นรอนาน
"สมน้ำหน้า! "
3
ฉันใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวใหม่เกือบชั่วโมงได้ ถึงลงไปหาว่าที่เจ้าบ่าว ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ด้วยใบหน้าที่ไม่มีความรู้สึก เหมือนไม่อยากเกิดมาในโลกใบนี้
"ลูกคนนี้ทำอะไรชักช้า ทุกคนรอกินข้าวอยู่"มามี้มองเอ็ดฉัน
"หนูกินขนมอิ่มแล้ว ไปได้ยัง"ฉันตอบมามี้ แล้วรีบเดินไปหาว่าที่เจ้าบ่าว เพื่อหลีกหนีสายตาดุๆ ของมี้ ก็แด๊ดดี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ตัวช่วยที่ดีที่สุดของฉัน
"แต่พี่เขายังไม่ได้กินข้าว! "มามี้บอกเสียงดุ ถึงฉันจะหันหลังให้ แต่ก็รับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่อยู่ด้านหลัง
"ไม่เป็นไรครับคุณน้า นี่ก็สายมากแล้ว ผมขอตัวนะครับ"เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก็พูดได้นี่น่า
"น้าฝากน้องด้วยนะ ถ้าดื้อซนดุได้เลย น้าไม่ว่า"
"มามี้!!! "ฉันรีบหันกลับไปทำหน้าหงิกใส่มามี้ ก็มีที่ไหนให้คนอื่นดุลูกสาวตัวเอง
"ครับ"ไอ้ใบ้นี่ก็รับคำง่ายเกิน! คงไม่คิดจะดุฉันจริงๆ หรอกใช่มั้ย
"เข้ากันดีจริงๆ "ฉันพึมพำ หันไปเม้มปากมองว่าที่เจ้าบ่าว แล้วเดินนำออกไปขึ้นรถ
"ถ้านายยังไม่กินข้าว แวะกินก่อนก็ได้นะ"ฉันพูดขึ้นหลังจากเขาขับรถออกมาจากบ้าน
"ฉันไม่ชอบคนไม่ตรงเวลา"เขาพูดขึ้นเสียงเรียบ
"ฉันไม่ได้อยากให้นายชอบซะหน่อย"ฉันยักไหล่ไม่แคร์ ทำไมฉันต้องแคร์ด้วยล่ะ คนอุตส่าห์ใจดีให้แวะกินข้าว ยังจะมาพูดกัดฉันอีก
"เหอะ! "เขากระตุกยิ้มเหยียดตามองตรง
"ทำไมต้องแต่งด้วยก็ไม่รู้ แค่เรื่องธุรกิจ ทำสัญญาก็ได้นี่"ฉันบ่นพึมพำ กอดอก มองออกไปนอกรถอย่างไม่ชอบใจ!
"พูดเหมือนฉันอยากแต่งกับเธอ"เขาชายตามองฉันเล็กน้อย ด้วยท่าทางเย็นชา
"ก็ไม่แน่"ฉันไม่เห็นเขาปฏิเสธนี่ แถมยังมารับฉันแต่เช้าอีก
"เหอะ! "เขาเหยียดยิ้มมุมปาก คำอุทานนี้ฉันว่าจดลิขสิทธิ์ให้เขาเถอะ
"เหอะ!!! "ฉันทำกลับบ้าง
จากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาใดๆ อีกเลย จนกระทั่งเขาหยุดรถติดไฟแดง
พรึบ!
"เอาไปอ่าน ให้แก้ตรงไหนบอกก่อนวันแต่ง"เขาเอื้อมตัวไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหลังรถ โยนให้ฉัน
"อะไร? "ฉันขมวดคิ้วยุ่ง มองหน้าที่เรียบเฉยแสนเย็นชาของเขา ก่อนจะดึงเอกสารข้างในออกมาดู
'สัญญาการแต่งงาน'
"ก็ดี"ฉันกวาดสายตาอ่าน แล้วเก็บมันไว้เหมือนเดิม
รู้สึกเหมือนไม้หน้าสามฟาดเข้าหน้าอย่างจัง อารมณ์ประมาณนั้นเลย แต่ก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องคาดหวังอะไรอีก
4
ปัจจุบัน
หลังจากทำพิธีต่างๆ เสร็จเรียบร้อย ก็ส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ ซึ่งก็คือห้องนอนของเจ้าบ่าว เพราะพิธีทุกอย่างถูกจัดขึ้นที่บ้านเขา ที่จริงผู้ใหญ่อยากให้จัดที่โรงแรม แต่พวกฉันรู้ว่าถ้าจัดที่โรงแรมใหญ่โตแบบนั้น พวกท่านจะไม่เชิญแค่คนสนิทแน่นอน จึงเลือกจัดที่บ้านเจ้าบ่าว
พรึบ!
"เซ็นซะ"เจ้าบ่าวเดินไปหยิบเอกสาร โยนลงบนเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
ฉันที่สวมชุดเจ้าสาวอยู่ หันมองเอกสาร ก็รู้ว่ามันคือสัญญาแต่งงาน ที่เขาเคยให้ฉันแล้วครั้งหนึ่ง ฉันหยิบมันขึ้นมาอ่านทุกตัวอักษรอย่างละเอียด
สัญญาการแต่งงานนี้จะสิ้นสุดลงอีก3ปีข้างหน้า ฉันกับเขาต้องหย่ากัน โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ และห้ามบอกใครเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานของเรา ห้ามทักทายหรือทำเป็นรู้จักเมื่ออยู่ข้างนอก
และข้อสุดท้ายที่ฉันขอเพิ่มคือ ห้ามอีกฝ่ายเข้าไปยุ่งกับชีวิตอีกฝ่าย ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร
ก็ถ้าเขาจะตั้งกฎขนาดนี้ ฉันไม่ควรเสียเวลา3ปีไปเปล่าๆ ฉันจะรักจะคบใครก็เรื่องของฉัน วันที่เราหย่ากัน ฉันอาจจะแต่งงานใหม่เลยก็ได้
ฉันเซ็นเอกสารอย่างไม่ลังเล เพราะยังไงมันก็ไม่มีทางเลือกอื่น ฉันยอมรับชะตากรรมตัวเองตั้งแต่วันที่ได้อ่านสัญญาครั้งแรกแล้ว ฉันวางมันไว้ที่เดิมก่อนจะลุกเดินเข้าห้องน้ำ เมื่อเขาเดินออกมา
ฉันอยู่ในห้องน้ำนานสองนาน ถึงตัดสินใจเปิดประตูเดินออกมาทั้งชุดเดิม
"รูดซิปให้หน่อย"ฉันเดินเข้าไปหาเขาที่นั่งอยู่โซฟา
"...."เขาไม่พูด เพียงปรายตาขึ้นมอง
"มันติดรูดไม่ได้"ฉันบอกแล้วหันหลังให้เขา ถ้าเขาไม่ช่วย ฉันคงได้นอนทั้งชุดนี้แน่ พรุ่งนี้ถึงให้คนอื่นช่วย แต่มันจะทำให้ผู้ใหญ่สงสัยนะสิ
กึก! กึก!
"ไม่ได้เหรอ"ฉันหันไปถาม เมื่อรู้สึกเย็นๆ ที่หลัง จากฝ่ามือโต แต่ชุดกลับไม่คลายออกเลยแม้แต่น้อย
"มันติด"เขาบอกเสียงเรียบ แล้วลุกขึ้นพยายามรูดซิปให้ จนฉันตัวโยกกันเลยทีเดียว
เขาพยายามอยู่นานสองนาน และในที่สุดฉันก็ได้ยินเสียงรูดซิปลง พร้อมกับชุดที่คลายออก
"ขอบคุณค่ะ"ฉันกล่าวขอบคุณ แล้วรีบหอบชุดแต่งงานเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนมันจะร่วงลงพื้นต่อหน้าเขา
ฉันใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำสักพักใหญ่ๆ ถึง สวมชุดนอนเดินออกมา ส่วนเขายังคงนั้นอยู่ที่เดิม หน้าเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เช่นเคย
"ฉันจะนอนบนเตียง นายนอนโซฟาแล้วกัน"ฉันบอกพลางปีนขึ้นเตียงพร้อมนอน แต่
"นี่ห้องฉัน"เขาบอกเสียงเรียบ ตายังคงจดจ้องที่หน้าจอมือถือ พูดแบบนี้จะให้ฉันนอนโซฟา?
"สุภาพบุรุษจริงๆ "ฉันไม่ได้พึมพำ แต่พูดเต็มน้ำเสียงนี่แหละ ก่อนจะหอบหมอนและผ้าห่มลงจากเตียง
"ออกสิ! "ฉันไล่เขา พลางวางหมอนและผ้าห่มลงบนโซฟา ก่อนจะขึ้นไปนอน แอบใช้เท้าถีบเขาให้ออกไปอย่างขุ่นเคือง
"อันนี้ของเธอ"เขาปรายตามองฉันเล็กน้อย วางกระดาษแผ่นหนึ่งที่น่าจะเป็นสัญญาไว้บนผ้าห่ม ก่อนจะลุกเดินไปนอนบนเตียง
"จะเก็บไว้อย่างดีเลย"ฉันพึมพำ หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู รู้สึกจี๊ดๆ ยังไงก็ไม่รู้สินะ
5
วันต่อมา
ฉันรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว เพราะที่นอนไม่สบายเอาซะเลย แถมยังต้องตื่นแต่เช้า ลงมาทานมื้อเช้ากับครอบครัวสามีในนามอีก
"สวัสดีค่ะ คุณลุงคุณป้า"ฉันยกมือไหว้พวกท่าน ที่นั่งรอทานมื้อเช้าที่ห้องอาหาร
"มาลุงมาป้าอะไรอีก เรียกพ่อกับแม่ได้แล้ว"คุณป้าบอกอย่างใจดี
"ค่ะคุณแม่^^"ฉันพูดเอาใจท่าน พร้อมรอยยิ้มหวาน รู้สึกบาปเหมือนกันนะนี่
"ดีมาก มาๆ นั่ง จะได้ทานข้าว"ท่านยิ้มพอใจ กวักมือให้ฉันรีบเข้าไปนั่ง
"ไข่ลวกของแก แม่เตรียมไว้ให้แล้ว"ท่านหันไปบอกลูกชาย ยิ้มมีเลศนัย
เขาชอบกินไข่ลวกเหรอ ฉันหันมองตามพลางจดจำ
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ เขาก็พาฉันมาที่คอนโดหรูกลางเมือง ที่ใช้เป็นเรือนหอจริงๆ ต่อจากนี้ฉันต้องอยู่ที่นี่ ฉันมองขึ้นไปที่ตึกสูงตรงหน้า
"มีสระว่ายน้ำด้วยเหรอ"ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับสระว่ายน้ำส่วนตัวในห้องขนาดใหญ่ ห้องนี้เหมาทั้งชั้นเลยปะเนี่ย
"ของเธอ"เขายื่นบัตรเครดิตให้ แบล็คการ์ดเสียด้วย
"ของฉันก็มี"ฉันปรายตามองบัตรเครดิตนั้น อยากรู้จริงๆ ว่าสามารถรูดซื้อคอนโดได้มั้ย
"แต่จะรับไว้แล้วกัน จะรูดให้นายล้มละลายเลย"ฉันเปลี่ยนใจ รับบัตรมาเก็บไว้ในกระเป๋า
"นายจะให้ฉันนอนห้องไหน"
"อยากนอนห้องไหนก็นอน"
"เลือกห้องใหญ่สิ"ฉันบอกแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่สุดวิวดีที่สุด
ฉันเดินสำรวจห้องนอนไปเรื่อยๆ จนถึงห้องแต่งตัว ที่มีทั้งเสื้อผ้าฉันและเสื้อผ้าเขา แขวนไว้อย่างเป็นระเบียบ
"เสื้อผ้านายจะให้ขนไปไว้ห้องไหน"ฉันโผล่หน้าออกไปถาม เพราะมันเป็นห้องของฉันแล้วไม่ควรมีเสื้อผ้าหรือของใช้เขา
"อย่าโง่"เขาตอบกลับมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง
"...นายว่าไงนะ"ฉันชะงักกับคำด่า ค่อยๆ เดินออกไปมองหน้าเขา เมื่อกี้เขาด่าว่าฉัน 'โง่! '
"อีกไม่กี่วันแม่ฉันมาที่นี่แน่"
"งั้นเราต้องนอนห้องเดียวกันเหรอ ฉันไม่ยอมนอนโซฟาหรอกนะ"ฉันกอดอกเชิดหน้า แค่คืนเดียวก็เกินพอ เมื่อยไปทั้งตัว
"ฉันจะกลับไปนอนคอนโด"
"จะให้ฉันอยู่คนเดียวหรอ "ฉันเลิกคิ้วถาม แต่เขาไม่ตอบ เดินออกไปจากห้องเงียบ
"แต่งงานยังไม่ทันไรโดนทิ้งซะละ"ฉันถอนหายใจ ทิ้งตัวลงนั่งโซฟา มองไปรอบๆ ห้อง อย่างอ้างว้าง ทำไมต้องซื้อห้องใหญ่ขนาดนี้ก็ไม่รู้ อยู่แค่สองคนเอง ไม่สิ ฉันอยู่คนเดียวต่างหาก