ฉันหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นพาดบ่า ก่อนจะเดินเลาะตามฟุตพาทออกจากบริเวณใกล้เคียงลานกิจกรรม เสียงกระหึ่มค่อย ๆ เบาลง นักศึกษาเริ่มบางตาจนแทบไม่เหลือใคร ตอนนี้ใจฉันอยู่ที่เตียงนอนในคอนโดแล้วล่ะ แถมวันนี้พี่หมอเองก็ส่งข้อความมาบอกว่า อาการคุณแม่ดีขึ้นรูปที่เขาส่งมาให้ เป็นใบหน้าของแม่ที่นอนนิ่งอยู่ก็จริง แต่ท่านยิ้มด้วยล่ะ ใบหน้าก็แดงฝาดดูสุขภาพดีกว่าแต่ก่อนมากทำให้ฉันเบาใจไปค่อนข้างมาก ‘บรืน~~~’ เสียงรถยนต์ตามหลังมา ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกกระทั่งรถเก๋งหรูคันนั่นจอดเทียบแล้วลดกระจกลงพูดขึ้นทำเอาฉันตกใจสะดุ้งพลัน เพราะดันเป็นเสียงที่ฉันกลัวในช่วงนี้ “ขึ้นรถ!!!” ฉันหันควับไปมองก่อนจะอุทานออกมาเสียงดัง “เฮีย” ฉันยืนทื่อแข็งเป็นหิน “เร็วดิวะ รีบขึ้นรถอยากให้คนอื่นเห็นรึไง” ‘มีแต่เฮียเขานั่นแหละที่ไม่อยากให้ใครเห็น แล้วจะมาจอดรถรับฉันให้ยุ่งยากทำไมกัน’ แน่นอนว่าฉันได้แค่คิดในใจตามเคย

