ความเงียบสงัดยามค่ำคืนปกคลุมไปทั่วไร่ภูตะวัน เสียงหรีดหริ่งเรไรดังระงมแข่งกับเสียงลมหายใจของคนสองคนที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงกว้าง อัญภัทรพลิกตัวนอนตะแคงมองไปทางหน้าต่างระเบียงที่เปิดแง้มไว้รับลมธรรมชาติ สายตาของเธอมองฝ่าความมืดออกไปเห็นแสงไฟสลัวๆ จากเรือนเล็กท้ายสวนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ‘ยังไม่นอนอีกเหรอ... ไฟยังเปิดอยู่เลย’ หญิงสาวคิดในใจด้วยความหงุดหงิด ยัยคุณหนูพราวพิลาสคนนั้นช่างมีความอดทนเป็นเลิศเหลือเกิน โดนทั้งเมิน โดนทั้งแกล้งให้คนงานตัวเหม็นอุ้มจนแทบอาเจียน แต่ก็ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่ต่อ ไม่ยอมเก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพฯ ไปสักที ‘คิดจะทำสงครามประสาทกับฉันงั้นสิ... ได้... ในเมื่อไล่ดี ๆ ไม่ไป ก็ต้องเจอ ยาแรง หน่อยแล้ว’ “คิดอะไรอยู่หืม... หน้าตาเจ้าเล่ห์เชียว” เสียงทุ้มของ พ่อเลี้ยงหมอกคราม ดังขึ้นข้างหู พร้อมกับวงแขนแกร่งที่กระชับกอดเอวเธอแน่นขึ้น จมูกโด่งซุกไซ้สูดดมความหอมจา

